ฝรั่งเฒ่าเมาซิ่งมิตซูบิชิ ปาเจโร่สปอร์ต พุ่งชนวินาศริมหาดจอมเทียน-พัทยา รถเก๋ง-รถสองแถว-รถจยย.โดนชนเสียหายเกือบ20คัน หญิงต่างชาตินั่งบนสองแถวโดนชนเละตายคารถสองแถว1ราย และบาดเจ็บรวมอีกว่า13ราย
เสียง/บรรยาย
เวลา 20.00 น. วันที่ 8 พ.ย. 56 พ.ต.ท.อนุเชษฐ์ กาศสมบูรณ์ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา (สาขาย่อยโค้งดงตาล) ได้รับแจ้งชายชาวต่างชาติขับรถยนต์พุ่งชนรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่แล่นอยู่บนถนนและจอดอยู่ริมทางได้รับความเสียหายหลายคัน เป็นเหตุให้ผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต โดยเหตุเกิดที่บริเวณใกล้เคียงหน้าโรงแรม คาซ่าวีว่า อินน์ จอมเทียน ถนนเลียบชายหาดจอมเทียน หลังรับแจ้งจึงรีบนำกำลังไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหนาที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ฯเมืองพัทยา
เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบรถยนต์ที่ก่อเหตุคือ รถยนต์มิตซูบิชิ ปาเจโร่สปอร์ต สีดำ ซึ่งมี MR.MED.JURGEN HEINZIUS อายุ 67 ปี สัญชาติเยอรมัน อยู่ในอาการเมาสุรา ขับรถพุ่งชนรถยนต์และรถจักรยานยนต์รวมทั้งรถสองแถวจนพังเสียหายยับเยินนับสิบคัน โดยเริ่มจากรถที่ถูกชนคันแรกคือรถยนต์เก๋งยี่ห้อ เชฟ โรเลต โซนิค สีบรอนซ์ ถูกชนท้ายจนพังยับเยินโดยคนขับซึ่งเป็นชายต่างชาติได้บาดเจ็บสาหัส จากนั้นเสียหลักไปพุ่งชนรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่ริมถนนพังเสียหาย แล้วพุ่งชนเข้ากับท้ายรถสองแถว ซึ่งมีนักท่องเที่ยวนั่งโดยสารมาหลายคนจนท้ายรถนั้นยุบพังเสียหาย เป็นเหตุให้มีนักท่องเที่ยวหญิงต่างชาติวัย 40-50 ปี ที่นั่งมาบนรถสองแถวแขนและขาหัก เสียชีวิตจำนวน 1 ราย ส่วนคนอื่นๆบาดเจ็บอีก 4 ราย นอกจากนี้ยังไปพุ่งชนกับรถจักรยานยนต์และรถยนต์เสียหายอีกหลายคัน รวมรถที่เสียหายจากเหตุนี้ คือรถยนต์เก๋ง2คัน รถสองแถว 1 คัน และรถจักรยานยนต์อีก11 คัน และมีผู้บาดเจ็บเจ็บทั้งหมด 13 คน เสียชีวิต 1 คน และมีตู้โทรศัพท์เสียหาย 1 ตู้ ซึ่งผู้บาดเจ็บทั้งหมดเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยได้นำตัวส่งไปรักษาตามโรงพยาบาลต่างๆ ส่วนชายต่างชาติที่ก่อเหตุนั้นมีอาการช็อค และได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย เจ้าหน้าที่รีบควบคุมตัวเพื่อไปสอบสวนดำเนินคดีทันทีเนื่องจากเกรงว่าจะถูกชาวบ้านรุมทำร้าย
อย่างไรก็ตำรวจได้ถ่ายรูปลงบันทึกที่เกิดเหตุอย่างละเอียดและควบคุมตัวชายต่างชาติที่ก่อเหตุครั้งนี้ไปสอบสวนและดำเนินคดีแล้ว ส่วนผู้เสียชีวิตนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ทราบชื่อและสัญชาติจะได้เร่งตรวจสอบว่าพักอยู่ที่ไหนเพื่อแจ้งให้ญาติทราบเรื่องส่วนผู้บาดเจ็บและรถคันที่เสียหายจากอุบัติเหตุนั้นตำรวจได้แจ้งให้เจ้าของมาแจ้งความเพื่อสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้งเพื่อนำเป็นเป็นหลักฐานในการดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุครั้งนี้ต่อไป
No comments:
Post a Comment