Thursday, October 10, 2013

ข่าวพัทยา สาวกัมพูชาถูกลวงไปชิงทรัพย์และพยามข่มขืน

สาวกัมพูชาถูกลวงไปชิงทรัพย์และพยามข่มขืน
สาวกัมพูชาถูกเพื่อนคนงานก่อสร้างลวงไปชิงทรัพย์และพยามข่มขืนทำร้ายร่างกายสาหัส
      เมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 10 ต.ค. 56 นางเทีย อายุ 36 ปี ชาวกัมพูชา เป็นคนงานในแคมป์คนงานของ บ.วรกิจ ย่านจอมเทียน เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ ต่อ พ.ตท. ภูมิพัฒน์ นามพุทธา พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา สาขาย่อยโค้งดงตาล ว่า น.ส.ดา อายุ 20 ปี น้องสะใภ้ถูกนายเปา อายุ 21 ปี ชาวกัมพูชา ลวงไปทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บสาหัสและได้ชิงทรัพย์สินไปเป็นเงินสดกว่า 9,000 บาท เหตุเกิดที่ซอยบ้านฟ้าริมหาด จอมเทียนสายสอง  ด้านนางเทีย ได้รู้เรื่องจากนายเต๊าะ อายุ 16 ปี น้องชายคนเล็กเมื่อช่วงประมาณ 19.00 น. ของคืนวันที่ 9 ต.ค. ว่า น.ส. ดา น้องสะใภ้ถูก นายเปา คนงานที่ถูกไล่ออกไปแล้วประมาณ 3 เดือน เพราะชอบขโมยของในแคมป์ไปขายจนถูกจับได้แล้วไล่ออก ทำร้ายร่างกายอยู่ในป่าละเมาะ ซอยบ้านฟ้าริมหาด โดยนายเต๊าะก็ถูกนายเปา ทำร้ายชกต่อยจนตาบวมปูด หลังที่ตนรู้เรื่องจึงได้พากันไปดู  ก็พบว่า น.ส.ดา ถูกทำร้ายร่างกายมีบาดแผลที่ใบหน้าเพราะถูกนายเปาจับหน้ากระแทกกับพื้น และร่องรอยการบีบคอ จนได้รับบาดเจ็บสาหัส จึงได้ช่วยกันนำส่ง รพ.บางละมุง นางเทียให้การอีกว่า นายเปานั้นได้หลอก น.ส.ดา ว่าสามีให้มารับไปที่ชายหาดจอมเทียนเพราะเล่นน้ำกันอยู่ น.ส.ดา จึงได้ไปด้วย ระหว่างทางจึงได้พาเข้าไปในป่าละเมาะข้างซอยดังกล่าวก่อนลงมือทำร้ายร่างกายเพื่อชิงทรัพย์และพยายามข่มขืนแต่ น.ส.ดา ได้ขัดขืนจนถูกทำร้ายร่างกาย และนายเต๊าะ น้องชายนั้นได้เดินทางกลับแคมป์พอดี หลังจากที่ไปเที่ยวเล่นที่ชายหาด แล้วได้ยินเสียงผู้หญิงร้องขอความช่วยเหลือ จึงได้แอบเดินเข้าไปดู ก็พบว่าเป็นพี่สะใภ้ จึงได้พยายามเข้าไปช่วย แต่ถูกนายเปา ปรี่เข้ามาชกต่อยจนได้รับบาดเจ็บ ก่อนที่นายเต๊าะจะวิ่งมาขอความช่วยเหลือที่แคมป์ และพากันไปช่วยเหลือ น.ส.ดา นำส่ง รพ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าขณะที่ผู้สื่อข่าวกับลังสอบถาม นางเทีย อยู่นั้น ได้มีนายณรงค์ ศิลารัตน์ อายุ ประมาณ 21-25 ปี เข้ามาห้ามไม่ให้นำเสนอข่าวโดยยังอ้างว่าเป็นชุดเฉพาะกิจ รับดูแลกลุ่มคนงานภายในแคมป์ หลังจากที่ผู้สื่อข่าวสอบถามว่าเป็นชุดเฉพาะกิจจากหน่วยงานใดก็ไม่ได้รับคำตอบก่อนเดินหลบไป
ต่อมาเจ้าหน้าที่จึงได้เดินทางพร้อมทีมผู้สื่อข่าวไปตรวจสอบในสถานที่เกิดเหตุ และหาหลักฐานเพิ่มเติมจนพบโทรศัพท์มือถือของ น.ส.ดา ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ และร้องเท้า 1 คู่ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน จากนั้นจึงได้เดินทางไปตรวจที่แคมป์ของ บ.วรกิจ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้สื่อข่าวไปถึงพบว่ากำลังมีการขนคนงานขึ้นรถยนต์เป็นจำนวนมากโดยไม่ทราบว่าไปไหน ซึ่งจากการสอบถามทราบว่าที่แคมป์ดังกล่าวมีคนงานทั้งชาวเขมรและพม่ารวมกว่า 2,000 คน ซึ่งมีทั้งใบอนุญาตและลักลอบเข้ามาทำงานปนกันอยู่
ภายหลังจากการตรวจสอบและสอบสวนแล้วจึงได้ลงบันทึกไว้เป็นหลักฐานและจะได้ติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ส่วนกลุ่มคนงานก่อสร้างที่อยู่ภายในแคมป์คงต้องให้เจ้าหน้าที่ส่วนที่เกี่ยวข้องตรวจสอบอีกครั้งต่อไป

No comments:

Post a Comment