สภ.บางละมุงร่วมปลูกป่าชายเลนเฉลิมพระเกียรติฯ อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติทางชายฝั่งทะเลตะวันออก
เวลา 16.00 น. วันที่ 24 ต.ค. 56 ที่ศูนย์การศึกษาสิ่งแวดล้อมป่าชายเลน ชุมชนบ้านแหลมฉบัง นายอภิวิชญ์ นวลแก้ว ประธานศูนย์การศึกษาสิ่งแวดล้อมป่าชายเลน ชุมชนบ้านแหลมฉบัง ให้การต้อนรับ พ.ต.อ.ศุภชัย ผุยแก้วคำ ผกก.สภ.บางละมุง พร้อมด้วยข้าราชการตำรวจและตำรวจอาสา สภ.บางละมุง ที่เดินทางเข้าเยี่ยมชมและร่วมกันปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติฯ สมเด็จย่า ซึ่งการเปลี่ยนแปลงสภาวะปัจจุบัน ก่อให้เกิดผลกระทบต่อระบบนิเวศน์ต่างๆ ในทะเล บ่อยครั้งเรามักพบปัญหาสิ่งมีชีวิตต่างๆ ที่อาศัยอยู่ในทะเลตายลงเป็นจำนวนมาก ในแถบฝั่งตะวันออก โดยเฉพาะจังหวัดชลบุรีและพื้นที่ใกล้เคียง จึงเป็นการยากที่จะบ่งบอกถึงสาเหตุหรือชี้ชัดถึงแหล่งที่เกิดเหตุนั้นลงไปได้ เนื่องจากขาดข้อมูลในท้องถิ่นนั้นๆ อีกทั้งขาดการวิเคราะห์ข้อมูลที่ถูกต้อง ด้วยเหตุนี้ทางชาวบ้านชุมชนบ้านแหลมฉบังและม.บูรพา ได้เล็งเห็นความสำคัญและตระหนักในเรื่องของการรักษาสิ่งแวดล้อมทางชายฝั่งทะเลจึงมีความเห็นร่วมกันในการจัดตั้งศูนย์ศึกษาสิ่งแวดล้อมทางทะเลชุมชนบ้านแหลมฉบังเพื่อเป็นศูนย์เฝ้าระวังและตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมชายฝั่งทะเลบริเวณนี้ โดยมีพื้นที่กว่า 58 ไร่ ซึ่งในวันนี้ทาง สภ.บางละมุง ได้นำต้นโกงกางใบเล็ก ปลูกซ่อมแซมในส่วนของป่าชายเลนที่ตายลงไป เพื่อเป็นการชดแทน
Friday, October 25, 2013
ข่าวพัทยา หนุ่มเมาซิ่งเก๋งชนประสานงานกับ จยย.สามล้อพ่วงข้างกลางทางโค้ง
หนุ่มเมาซิ่งเก๋งชนประสานงานกับ จยย.สามล้อพ่วงข้างกลางทางโค้ง หญิง3คนรวมทั้งเด็กเจ็บที่นั่งมาบนรถจยย.เจ็บ ทั้งสองฝ่ายด่าเถียงกันไปมาจนเกิดการตีกันชุลมุนในที่เกิดเหตุ
เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา อาสาสมัครตำรวจ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา ร่วมกันไปตรวจสอบเหตุรถยนต์ชนประสานงานกับรถจักรยานยนต์สามล้อพ่วงข้าง มีผู้ได้รับบาดเจ็บ บริเวณทางโค้งภายในซอย 7 เทพประสิทธิ์ เมื่อไปถึงพบรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า อัลติส สีบรอนซ์ ซึ่งมีชายไทยอยู่ในอาการเมาสุรา เป็นคนขับได้ขับพุ่งชนประสานงานกับจักรยานยนต์ซึ่งดัดแปลงเป็นสามล้อพ่วงข้าง ซึ่งมีหญิงจำนวน3คน นั่งมาบนรถโดยหนึ่งใน3เป็นเด็กหญิงวัย8ขวบนั่งมาด้วยทั้งรถยนต์เก๋งและรถจักรยานยนต์นั้นพังเสียหาย และทำให้หญิงทั้ง3คนที่นั่งมากับรถจักรยานยนต์ได้รับบาดเจ็บคาดว่าน่าจะขาหัก ส่วนเด็กหญิงวัย8 ขวบและหญิงอีก1คนที่นั่งมาด้วยกันนั้นมีบาดแผลถลอกตามร่างกาย เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยฯทำการช่วยปฐมพยาบาลให้ผู้บาดเจ็บแล้วรีบนำตัวส่งรักษาโรงพยาบาลใกล้เคียงทันที จากการสอบสวนทราบว่าอุบัติเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นขณะที่ชายไทยที่ขับรถยนต์เก๋งคาดว่าน่าจะเมาสุราขับมาด้วยความเร็ว จนมาถึงจุดเกิดเหตุเป็นทางโค้งและมืดไม่มีไฟส่องแสงว่างจึงเกิดพุ่งชนประสานงานกันอย่างรุนแรงทำให้รถพังเสียหายและทำให้หญิงทั้ง3คนที่นั่งมากับรถจักรยานยนต์นั้นได้รับบาดเจ็บ ทั้งนี้ในระหว่างที่เกิดเหตุขึ้นคู่กรณีทั้งสองฝ่ายเกิดการพูดจาโต้เถียงกันถึงเรื่องใครผิดใครถูกและญาติของทั้งสองฝ่ายก็มาในที่เกิดเหตุจึงเกิดเรื่องบานปรายทะเลาะเถียงกันจนกระทั่งลงไม้ลงมือตบตีกันขึ้นระหว่างคู่กรณีทั้งสองฝ่าย จนเจ้าหน้าที่รวมทั้งพลเมืองดีต้องช่วยกันห้ามปรามทั้งสองฝ่ายไว้ ก่อนที่จะรีบแจ้งให้พนักงานสอบสวนมาทำการสอบสวนคู่กรณีทั้งสองฝ่ายและพยานแวดล้อมเพื่อตรวจสอบให้แน่ชัดว่าใครเป็นฝ่ายผิดหรือถูกพร้อมกับแจ้งประกันภัยฯมาร่วมดำเนินการไกล่เกลี่ยความเสียหายให้กับคู่กรณีทั้งสองฝ่ายต่อไป
เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา อาสาสมัครตำรวจ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา ร่วมกันไปตรวจสอบเหตุรถยนต์ชนประสานงานกับรถจักรยานยนต์สามล้อพ่วงข้าง มีผู้ได้รับบาดเจ็บ บริเวณทางโค้งภายในซอย 7 เทพประสิทธิ์ เมื่อไปถึงพบรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า อัลติส สีบรอนซ์ ซึ่งมีชายไทยอยู่ในอาการเมาสุรา เป็นคนขับได้ขับพุ่งชนประสานงานกับจักรยานยนต์ซึ่งดัดแปลงเป็นสามล้อพ่วงข้าง ซึ่งมีหญิงจำนวน3คน นั่งมาบนรถโดยหนึ่งใน3เป็นเด็กหญิงวัย8ขวบนั่งมาด้วยทั้งรถยนต์เก๋งและรถจักรยานยนต์นั้นพังเสียหาย และทำให้หญิงทั้ง3คนที่นั่งมากับรถจักรยานยนต์ได้รับบาดเจ็บคาดว่าน่าจะขาหัก ส่วนเด็กหญิงวัย8 ขวบและหญิงอีก1คนที่นั่งมาด้วยกันนั้นมีบาดแผลถลอกตามร่างกาย เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยฯทำการช่วยปฐมพยาบาลให้ผู้บาดเจ็บแล้วรีบนำตัวส่งรักษาโรงพยาบาลใกล้เคียงทันที จากการสอบสวนทราบว่าอุบัติเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นขณะที่ชายไทยที่ขับรถยนต์เก๋งคาดว่าน่าจะเมาสุราขับมาด้วยความเร็ว จนมาถึงจุดเกิดเหตุเป็นทางโค้งและมืดไม่มีไฟส่องแสงว่างจึงเกิดพุ่งชนประสานงานกันอย่างรุนแรงทำให้รถพังเสียหายและทำให้หญิงทั้ง3คนที่นั่งมากับรถจักรยานยนต์นั้นได้รับบาดเจ็บ ทั้งนี้ในระหว่างที่เกิดเหตุขึ้นคู่กรณีทั้งสองฝ่ายเกิดการพูดจาโต้เถียงกันถึงเรื่องใครผิดใครถูกและญาติของทั้งสองฝ่ายก็มาในที่เกิดเหตุจึงเกิดเรื่องบานปรายทะเลาะเถียงกันจนกระทั่งลงไม้ลงมือตบตีกันขึ้นระหว่างคู่กรณีทั้งสองฝ่าย จนเจ้าหน้าที่รวมทั้งพลเมืองดีต้องช่วยกันห้ามปรามทั้งสองฝ่ายไว้ ก่อนที่จะรีบแจ้งให้พนักงานสอบสวนมาทำการสอบสวนคู่กรณีทั้งสองฝ่ายและพยานแวดล้อมเพื่อตรวจสอบให้แน่ชัดว่าใครเป็นฝ่ายผิดหรือถูกพร้อมกับแจ้งประกันภัยฯมาร่วมดำเนินการไกล่เกลี่ยความเสียหายให้กับคู่กรณีทั้งสองฝ่ายต่อไป
ข่าวศรีราชา รถพ่วง 18 ล้อ พุ่งเข้าชนท้ายรถพ่วง 18 ล้อ 4 คันรวด
รถพ่วง 18 ล้อ พุ่งเข้าชนท้ายรถพ่วง 18 ล้อ 4 คันรวด ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างสยดสยอง เนื่องจากขาทั้งสองข้างถูกอัดติดกับพวงมาลัยอย่างสยดสยองไม่สามารถออกมาได้
หน่วยกู้ภัยสว่างประทีป ศรีราชา ได้รับแจ้งว่าเกิดอุบัติเหตุรถพ่วง 18 ล้อ พุ่งเข้าชนท้ายรถพ่วง 18 ล้อ 4 คันรวด มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส เนื่องจากขาทั้งสองข้างถูกอัดติดกับพวงมาลัยอย่างไม่สามารถออกมาได้ เหตุเกิดบนถนนสาย 7 ตอน 3 ที่บริเวณเกือกม้า ต.หนองขาม อ.ศรีราชาฝั่งขาเข้าแหลมฉบัง โดยในรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ มีทั้งหมด 4 คัน สภาพด้านหลังถูกชนยับเยิน และในส่วนของคันที่ได้รับบาดเจ็บ เป็นรถเทรลเลอร์ ยี่ห้อฮีโน่ สีขาว หมายเลขทะเบียน 70-4813 สมุทรสาคร ภายในรถพบร่างนายปัญญา แก้วมณี อายุ 57 ปี ชาว จ.ชลบุรี เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยสว่างประทีปศรีราชาต้องรีบเข้าช่วยเหลือนายปัญญา ที่ติดอยู่ภายในรถอย่างทุลักทุเล เนื่องจากขาทั้งสองข้างถูกอัดติดกับพวงมาลัยไม่สามารถออกมาได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยต้องช่วยกันใช้เครื่องตัดถ่างตัด เพื่อนำร่างของนายปัญญาออกมา ก่อนที่จะนำตัวนายปัญญา ซึ่งขาทั้ง 2 ข้างเป็นแผลฉกรรจน์เกือบแหลกละเอียดจึงรีบนำส่งโรงพยาบาลแหลมฉบังทันที เพื่อให้แพทย์รีบรักษาโดยในส่วนคนขับรถเทรลเลอร์ อีก 3 คัน ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บแต่อย่างไร
จากการตรวจสอบพบว่า สภาพท้ายรถของรถเทรลเลอร์ คันที่ 3 ที่ถูกรถของนายปัญญาชนท้ายอย่างรุนแรง ส่วนสาเหตุนั้น เนื่องจากรถเทรลเลอร์ของนายปัญญาเกิดเบรกแตก จนไม่สามารถหยุดรถได้ จึงทำให้เกิดอุบัติเหตุรถพุ่งชนท้ายกันดังกล่าวโชคดีที่ไม่มีใครเสียชีวิต
หน่วยกู้ภัยสว่างประทีป ศรีราชา ได้รับแจ้งว่าเกิดอุบัติเหตุรถพ่วง 18 ล้อ พุ่งเข้าชนท้ายรถพ่วง 18 ล้อ 4 คันรวด มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส เนื่องจากขาทั้งสองข้างถูกอัดติดกับพวงมาลัยอย่างไม่สามารถออกมาได้ เหตุเกิดบนถนนสาย 7 ตอน 3 ที่บริเวณเกือกม้า ต.หนองขาม อ.ศรีราชาฝั่งขาเข้าแหลมฉบัง โดยในรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ มีทั้งหมด 4 คัน สภาพด้านหลังถูกชนยับเยิน และในส่วนของคันที่ได้รับบาดเจ็บ เป็นรถเทรลเลอร์ ยี่ห้อฮีโน่ สีขาว หมายเลขทะเบียน 70-4813 สมุทรสาคร ภายในรถพบร่างนายปัญญา แก้วมณี อายุ 57 ปี ชาว จ.ชลบุรี เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยสว่างประทีปศรีราชาต้องรีบเข้าช่วยเหลือนายปัญญา ที่ติดอยู่ภายในรถอย่างทุลักทุเล เนื่องจากขาทั้งสองข้างถูกอัดติดกับพวงมาลัยไม่สามารถออกมาได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยต้องช่วยกันใช้เครื่องตัดถ่างตัด เพื่อนำร่างของนายปัญญาออกมา ก่อนที่จะนำตัวนายปัญญา ซึ่งขาทั้ง 2 ข้างเป็นแผลฉกรรจน์เกือบแหลกละเอียดจึงรีบนำส่งโรงพยาบาลแหลมฉบังทันที เพื่อให้แพทย์รีบรักษาโดยในส่วนคนขับรถเทรลเลอร์ อีก 3 คัน ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บแต่อย่างไร
จากการตรวจสอบพบว่า สภาพท้ายรถของรถเทรลเลอร์ คันที่ 3 ที่ถูกรถของนายปัญญาชนท้ายอย่างรุนแรง ส่วนสาเหตุนั้น เนื่องจากรถเทรลเลอร์ของนายปัญญาเกิดเบรกแตก จนไม่สามารถหยุดรถได้ จึงทำให้เกิดอุบัติเหตุรถพุ่งชนท้ายกันดังกล่าวโชคดีที่ไม่มีใครเสียชีวิต
ข่าวพัทยา สาวขายกามพัทยาลวงเหยื่อ 2หนุ่มโอมาน มาเปิดม่านรูดให้สวิงกิ้ง2ต่อ1แบบฟรีๆ
สาวขายกามพัทยาลวงเหยื่อ 2หนุ่มโอมาน มาเปิดม่านรูดให้สวิงกิ้ง2ต่อ1แบบฟรีๆ เหยื่อหลงกลสุดท้ายโดนสาวมอมยาสลบรูดทรัพย์ไปเกลี้ยง
"2หนุ่มโอมาน หลงกลเสน่ห์มารยาสาวขายกามพัทยา ชวนไปร่วมหลับนอน แบบฟรีๆ ยังไม่ทันได้ร่วมหลับนอนโดนสาวมอมยาสลบผสมเบียร์ สลบเมือดทั้งคู่ โดนสาวรูดทรัพย์ไปหมดตัว ก่อนเผ่นหนีลอยนวล"
เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 25 ต.ค. 56 ร.ต.อ.เฉลียว บุญคุ้ม พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา ได้รับแจ้งมีนักท่องเที่ยวต่างชาติถูกมอมยารูดทรัพย์ เหตุเกิดที่โรงแรมม่านรูดชื่อ ซีทเฮ้าส์ ในซอยกอไผ่ ย่านพัทยาใต้ หลังรับแจ้งจึงไปตรวจสอบ เมื่อไปถึงพบผู้เสียหายเป็นชายต่างชาติจำนวน2ราย รอความช่วยเหลืออยู่หน้าโรงแรมด้วยอาการคล้ายกับมึนเมา พยายามพูดจาสื่อสารด้วยภาษาของตนเอง เจ้าหน้าที่ก็พยายามช่วยกันสื่อสารทั้งภาษามือและภาษาพูด จนพอจับใจความได้ก็ทราบว่าทั้งสองคนเป็นนักท่องเที่ยวสัญชาติโอมาน และทราบชื่อหนึ่งใน2ผู้เสียหายก็คือ MR.ABDULAMID BINHAMED BIN MOHAMMED อายุ 35 ปี โดยให้การว่า ก่อนเกิดเหตุเมื่อประมาณ2ทุ่มที่ผ่านมาทั้งสองพากันไปเที่ยวย่านสถานบันเทิงพัทยาใต้ จากนั้นได้พบเจอกับหญิงสาวไทย อายุประมาณ30-35ปี อาชีพขายบริการทางเพศ ยืนอยู่หน้าโรงแรามารีน่าแมนชั่น ในซอยโรงแรมวีซี ซึ่งเป็นโรงแรมที่ผู้เสียหายทั้งสองคนพักอยู่ โดยหญิงสาวขายนบริการดังกล่าวพูดจาชักชวนให้ผู้เสียหายทั้งสองคนหลงกลเสน่ห์ โดยหญิงสาวขายบริการบอกว่าจะยอมให้มีเพศสัมพันธ์แบบฟรีๆไม่คิดเงิน ทำให้ผู้เสียหายทั้งสองคนหลงกลเชื่อสาวบริการ ทั้งสองเห็นว่าเป็นของฟรีจึงตอบตกลงไประหว่างที่พูดคุยกันนั้นหญิงสาวขายบริการรายนี้ได้นำเบียร์มาให้ผู้เสียหายทั้งสองคนดื่มกินโดยผู้เสียหายไม่รู้ตัวว่าสาวขายบริการได้แอบนำยาสลบใส่ลงไปในเบียร์แล้ว จากนั้นสาวขายบริการดังกล่าวก็ได้พากันผู้เสียหายนั่งรถสองแถวมาเปิดโรงแรมห้องเช่าที่เกิดเหตุซึ่งเป็นโรงแรมม่านรูดกัน แต่ยังไม่ร่วมเพศสัมพันธ์กันยาสลบเกิดออกฤทธิ์ทั้งสองคนจึงสลบหลับไปตั้งแต่เวลาประมาณ2ทุ่มกว่าๆ ก่อนที่จะฟื้นตื่นขึ้นมาในสภาพเมายาสลบในตอนประมาณ ตี2 ก็พบว่าถูกสาวขายบริการมอมยาสลบรูดทรัพย์ไปและสาวขายบริการก็หลบหนีไปแล้ว โดยผู้เสียหายแจ้งว่าทรัพย์สินมีค่าของผู้เสียหายที่ถูกสาวขาบริการรูดทรัพย์ไปมี เงินสด400ดอลล่าร์ เงิดสกุลไทยประมษณ 5,000บาท โทรศัพท์มือถือยี่ห้อ ซัมซุงแกแล็คซี่โน๊ต 1 จำนวน 1 เครื่อง รวมแล้วประมาณ 30,000 บาท หลังเกิดเหตุทั้งสองคนก็พากันสวมใส่เสื้อผ้าแล้วลงมาแจ้งขอความช่วยเหลือที่ด่านล่างของโรงแรมม่านรูด ดังกล่าว
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้ผู้เสียหายพาเข้าตรวจสอบหาหลักฐานในห้องพักที่ผู้เสียหายมานอนแล้วถูกวางยาสลบไป ก็ไม่พบร่องรอยของสาวผู้ก่อเหตุแต่อย่างใดคาดว่าสาวขาบบริการรายนี้น่าจะเป็นแก๊งสาวมอมยารูดทรัพย์ที่มีความชำนาญในการก่อเหตุโดยวางแผนในการหาเหยื่อแล้วพามาเปิดห้องเพื่อก่อเหตุก่อนหลบหนีไปอย่างลอยนวล แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดของทางโรงแรมก็จับภาพใบหน้าของหญิงสาวขายบริการแก๊งสาวมอมยารูดทรัพย์ที่ลงมือก่อเหตุเอาไว้ได้ พบว่าเป็นหญิงไทยอายุประมาณ 30-35ปี รูปร่างขาว-อวบ ทางเจ้าหน้าที่จึงเก็บภาพไว้เป็นหลักฐานเพื่อนำไปตรวจสอบทะเบียนประวัติเพื่อเร่งติดตามจับกุมตัวสาวแสบแก๊งมอมยารูดทรัพย์รายนี้มาดำเนินคดีต่อไป ส่วนผู้เสียหายเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พาไปตรวจสอบร่างกายที่โรงพยาบาลใกล้เคียงก่อนจะให้มาสอบปากคำหารายละเอียดผู้ก่อเหตุเพิ่มเติมอีกครั้ง
"2หนุ่มโอมาน หลงกลเสน่ห์มารยาสาวขายกามพัทยา ชวนไปร่วมหลับนอน แบบฟรีๆ ยังไม่ทันได้ร่วมหลับนอนโดนสาวมอมยาสลบผสมเบียร์ สลบเมือดทั้งคู่ โดนสาวรูดทรัพย์ไปหมดตัว ก่อนเผ่นหนีลอยนวล"
เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 25 ต.ค. 56 ร.ต.อ.เฉลียว บุญคุ้ม พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา ได้รับแจ้งมีนักท่องเที่ยวต่างชาติถูกมอมยารูดทรัพย์ เหตุเกิดที่โรงแรมม่านรูดชื่อ ซีทเฮ้าส์ ในซอยกอไผ่ ย่านพัทยาใต้ หลังรับแจ้งจึงไปตรวจสอบ เมื่อไปถึงพบผู้เสียหายเป็นชายต่างชาติจำนวน2ราย รอความช่วยเหลืออยู่หน้าโรงแรมด้วยอาการคล้ายกับมึนเมา พยายามพูดจาสื่อสารด้วยภาษาของตนเอง เจ้าหน้าที่ก็พยายามช่วยกันสื่อสารทั้งภาษามือและภาษาพูด จนพอจับใจความได้ก็ทราบว่าทั้งสองคนเป็นนักท่องเที่ยวสัญชาติโอมาน และทราบชื่อหนึ่งใน2ผู้เสียหายก็คือ MR.ABDULAMID BINHAMED BIN MOHAMMED อายุ 35 ปี โดยให้การว่า ก่อนเกิดเหตุเมื่อประมาณ2ทุ่มที่ผ่านมาทั้งสองพากันไปเที่ยวย่านสถานบันเทิงพัทยาใต้ จากนั้นได้พบเจอกับหญิงสาวไทย อายุประมาณ30-35ปี อาชีพขายบริการทางเพศ ยืนอยู่หน้าโรงแรามารีน่าแมนชั่น ในซอยโรงแรมวีซี ซึ่งเป็นโรงแรมที่ผู้เสียหายทั้งสองคนพักอยู่ โดยหญิงสาวขายนบริการดังกล่าวพูดจาชักชวนให้ผู้เสียหายทั้งสองคนหลงกลเสน่ห์ โดยหญิงสาวขายบริการบอกว่าจะยอมให้มีเพศสัมพันธ์แบบฟรีๆไม่คิดเงิน ทำให้ผู้เสียหายทั้งสองคนหลงกลเชื่อสาวบริการ ทั้งสองเห็นว่าเป็นของฟรีจึงตอบตกลงไประหว่างที่พูดคุยกันนั้นหญิงสาวขายบริการรายนี้ได้นำเบียร์มาให้ผู้เสียหายทั้งสองคนดื่มกินโดยผู้เสียหายไม่รู้ตัวว่าสาวขายบริการได้แอบนำยาสลบใส่ลงไปในเบียร์แล้ว จากนั้นสาวขายบริการดังกล่าวก็ได้พากันผู้เสียหายนั่งรถสองแถวมาเปิดโรงแรมห้องเช่าที่เกิดเหตุซึ่งเป็นโรงแรมม่านรูดกัน แต่ยังไม่ร่วมเพศสัมพันธ์กันยาสลบเกิดออกฤทธิ์ทั้งสองคนจึงสลบหลับไปตั้งแต่เวลาประมาณ2ทุ่มกว่าๆ ก่อนที่จะฟื้นตื่นขึ้นมาในสภาพเมายาสลบในตอนประมาณ ตี2 ก็พบว่าถูกสาวขายบริการมอมยาสลบรูดทรัพย์ไปและสาวขายบริการก็หลบหนีไปแล้ว โดยผู้เสียหายแจ้งว่าทรัพย์สินมีค่าของผู้เสียหายที่ถูกสาวขาบริการรูดทรัพย์ไปมี เงินสด400ดอลล่าร์ เงิดสกุลไทยประมษณ 5,000บาท โทรศัพท์มือถือยี่ห้อ ซัมซุงแกแล็คซี่โน๊ต 1 จำนวน 1 เครื่อง รวมแล้วประมาณ 30,000 บาท หลังเกิดเหตุทั้งสองคนก็พากันสวมใส่เสื้อผ้าแล้วลงมาแจ้งขอความช่วยเหลือที่ด่านล่างของโรงแรมม่านรูด ดังกล่าว
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้ผู้เสียหายพาเข้าตรวจสอบหาหลักฐานในห้องพักที่ผู้เสียหายมานอนแล้วถูกวางยาสลบไป ก็ไม่พบร่องรอยของสาวผู้ก่อเหตุแต่อย่างใดคาดว่าสาวขาบบริการรายนี้น่าจะเป็นแก๊งสาวมอมยารูดทรัพย์ที่มีความชำนาญในการก่อเหตุโดยวางแผนในการหาเหยื่อแล้วพามาเปิดห้องเพื่อก่อเหตุก่อนหลบหนีไปอย่างลอยนวล แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดของทางโรงแรมก็จับภาพใบหน้าของหญิงสาวขายบริการแก๊งสาวมอมยารูดทรัพย์ที่ลงมือก่อเหตุเอาไว้ได้ พบว่าเป็นหญิงไทยอายุประมาณ 30-35ปี รูปร่างขาว-อวบ ทางเจ้าหน้าที่จึงเก็บภาพไว้เป็นหลักฐานเพื่อนำไปตรวจสอบทะเบียนประวัติเพื่อเร่งติดตามจับกุมตัวสาวแสบแก๊งมอมยารูดทรัพย์รายนี้มาดำเนินคดีต่อไป ส่วนผู้เสียหายเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พาไปตรวจสอบร่างกายที่โรงพยาบาลใกล้เคียงก่อนจะให้มาสอบปากคำหารายละเอียดผู้ก่อเหตุเพิ่มเติมอีกครั้ง
ข่าวพัทยา สาวหมอนวดพัทยาโดนผัววัยรุ่นใช้มีดจ้วงแทงคาห้องเช่าต่อหน้าลูกชาย อาการสาหัส
สาวหมอนวดพัทยาโดนผัววัยรุ่นใช้มีดจ้วงแทงคาห้องเช่าต่อหน้าลูกชาย อาการสาหัส
"ผัววัยรุ่นสุดโหด ใช้มีดจ้วงแทงเมียสาวหมอนวดพัทยาแม่ม้ายลูกติดต่อหน้าลูกชายกลางห้องพัก อาการสาหัส ก่อนซิ่งจยย.หนีลอยนวล"
เมื่อเวลา 00.50 น. วันที่ 25 ต.ค. 56 ร.ต.อ.วินัย สนิทพันธ์ รอง สวป.สภ. เมืองพัทยา ได้รับแจ้งมีเหตุหญิงถูกแทงได้รับบาดเจ็บสาหัสรอความช่วยเหลืออยู่ที่บริเวณ พรทิพย์ อพาร์ทเม้นท์ เลขที่ 150/76 ในซอยเจริญสุข ย่านพัทยาใต้ หลังรับแจ้งจึงรีบนำกำลังไปตรวจสอบพร้อมประสานเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา ไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจไปถึงก็พบร่างผู้บาดเจ็บเป็นหญิงชาวไทยทราบชื่อภายหลังคือ นางสาวพรพรรณ สังด่านจาก อายุ 26 ปี อาชีพหมอนวด ในสภาพมีบาดแผลโดนมีดแทงที่บริเวณร่างกายหลายแห่งทั้งต้นคอด้านขวาเป็นแผลฉกรรจ์ขนาดใหญ่ 1 แผล บริเวณหลัง 2 แผล และเอวซ้าย 1 แผล รวม4แผล เลือดไหลอาบตัวนอนหายใจรวยรินรอความช่วยเหลืออยู่ที่บริเวณทางบันไดทางขึ้นห้องเช่าโดยมีลูกชายของผู้บาดเจ็บร้องไห้ด้วยความตกใจอยู่ข้างๆ เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยฯจึงช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้นจากนั้นจึงรีบนำตัวผู้บาดเจ็บส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลบางละมุงทันที
จากการสอบถามเด็กชายอ๋อง วัย10ปีลูกชายของผู้บาดเจ็บให้การว่า แม่และผู้ก่อเหตุซึ่งเป็นพ่อเลี้ยงชื่อนายเอ ซึ่งเพิ่งจะคบกับแม่ตนได้4เดือนได้ทำกับข้าวกินกันที่ พ่อเลี้ยงผู้ก่อเหตุก็อยากกินเหล้าจึงลงไปซื้อโซดาแล้วมาตั้งวงกินเหล้าอยู่กับแม่ภายในห้องกัน ทั้งสองคนก็เกิดการทะเลาะกันขึ้น โดยแม่ตนกลัวว่าพ่อเลี้ยงซึ่งเมาถือมีดปลอกผลไม้เป็นอาวุธขู่จะทำร้ายแม่ตน ทำให้แม่ตนรีบวิ่งหนีเข้าไปแอบในห้องน้ำเพราะกลัวว่าพ่อเลี้ยงจะใช้มีดแทงและ ส่วนพ่อเลี้ยงก็พยายามจะพังประตูห้องน้ำเพื่อลากแม่ตนออกมา เมื่อฉุดกระชากแม่ตนออกมาจากห้องน้ำได้ก็ใช้อาวุธมีดนั้นแทงเข้าที่ร่างของแม่ตนหลายครั้ง ตนจึงรีบวิ่งหนีออกมาร้องให้คนช่วย จากนั้นพ่อเลี้ยงก็รีบวิ่งหนีออกมาจากห้องไม่พูดจากับใครแล้วขับรถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่ารุ่นฟีโน่สีฟ้าที่จอดอยู่ลานจอดรถของห้องเช่าขับหลบหนีไป ส่วนแม่ตนก็วิ่งตามออกมาจากห้องในสภาพถูกมีดแทงจนเลือดอาบตัวแล้วมาล้มฟุบหมดแรงอยู่ที่บันใดทางขึ้นห้องพักดังกล่าว
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบภายในห้องเกิดเหตุพบวงกับข้าวพร้อมขวดเหล้าตั้งอยู่กลางห้อง พร้อมกับกองเลือดขนาดใหญ่อยู่หน้าห้องน้ำและพบอาวุธมีดปลอกผลไม้ยาวประมาณ15ซม.ที่ผู้ก่อเหตุใช้แทงผู้บาดเจ็บตกอยู่กลางห้องในสภาพมีดนั้นงอติดคราบเลือดคาดผู้ก่อเหตุนั้นน่าจะออกแรงแทงอย่างแรงจนมีดนั้นคดงอ เจ้าหน้าที่จึงเก็บอาวุธมีดไว้เป็นหลักฐาน พร้อมแจ้งกำลังตำรวจและตำรวจอาสาช่วยกันสกัดจับกุมตัว นายเอ ผู้ก่อเหตุแต่ก็ไม่พบตัว
ทั้งนี้จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในห้องเช่าก็เห็นนายเอ ผู้ก่อเหตุออกไปซื้อโซดาถือกลับเข้ามาในห้องเพื่อกินเหล้ากับแฟนสาวแม่ม้ายแต่ไม่ถึง1ชั่วโมงก็เห็นวิ่งออกจากมาห้องกันทีละคน ซึ่งภาพวงจรปิดสามารถจับภาพหน้าของนายเอ คนร้ายที่ก่อเหตุไว้ได้ขณะหนีออกมาจากห้อง
ด้านพยานข้างห้องแจ้งว่า นายเอ ผู้ก่อเหตุนั้นลักษณะคล้ายกับคนเสพยาเสพติดชอบกินเหล้ามายาจะได้ยินเสียงทะเลาะกับแฟนสาวในห้องเป็นประจำ
ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่าสาเหตุน่าจะเกิดจากนายเอ ผู้ก่อเหตุน่าจะเมาเหล้าหรือยาเสพติดแล้วมีปากเสียงทะเลาะกับแฟนสาวแม่ม้ายเกี่ยวกับเรื่องหึงหวงหรือปัญหาส่วนตัวบางอย่างก่อนที่จะใช้มีดแทงแฟนสาวแม่ม้ายแล้วหลบหนีไปดังกล่าว อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ทราบตัวคนรายที่ก่อเหตุแล้วอยู่ในระหว่างเร่งติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีต่อไป
"ผัววัยรุ่นสุดโหด ใช้มีดจ้วงแทงเมียสาวหมอนวดพัทยาแม่ม้ายลูกติดต่อหน้าลูกชายกลางห้องพัก อาการสาหัส ก่อนซิ่งจยย.หนีลอยนวล"
เมื่อเวลา 00.50 น. วันที่ 25 ต.ค. 56 ร.ต.อ.วินัย สนิทพันธ์ รอง สวป.สภ. เมืองพัทยา ได้รับแจ้งมีเหตุหญิงถูกแทงได้รับบาดเจ็บสาหัสรอความช่วยเหลืออยู่ที่บริเวณ พรทิพย์ อพาร์ทเม้นท์ เลขที่ 150/76 ในซอยเจริญสุข ย่านพัทยาใต้ หลังรับแจ้งจึงรีบนำกำลังไปตรวจสอบพร้อมประสานเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา ไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจไปถึงก็พบร่างผู้บาดเจ็บเป็นหญิงชาวไทยทราบชื่อภายหลังคือ นางสาวพรพรรณ สังด่านจาก อายุ 26 ปี อาชีพหมอนวด ในสภาพมีบาดแผลโดนมีดแทงที่บริเวณร่างกายหลายแห่งทั้งต้นคอด้านขวาเป็นแผลฉกรรจ์ขนาดใหญ่ 1 แผล บริเวณหลัง 2 แผล และเอวซ้าย 1 แผล รวม4แผล เลือดไหลอาบตัวนอนหายใจรวยรินรอความช่วยเหลืออยู่ที่บริเวณทางบันไดทางขึ้นห้องเช่าโดยมีลูกชายของผู้บาดเจ็บร้องไห้ด้วยความตกใจอยู่ข้างๆ เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยฯจึงช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้นจากนั้นจึงรีบนำตัวผู้บาดเจ็บส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลบางละมุงทันที
จากการสอบถามเด็กชายอ๋อง วัย10ปีลูกชายของผู้บาดเจ็บให้การว่า แม่และผู้ก่อเหตุซึ่งเป็นพ่อเลี้ยงชื่อนายเอ ซึ่งเพิ่งจะคบกับแม่ตนได้4เดือนได้ทำกับข้าวกินกันที่ พ่อเลี้ยงผู้ก่อเหตุก็อยากกินเหล้าจึงลงไปซื้อโซดาแล้วมาตั้งวงกินเหล้าอยู่กับแม่ภายในห้องกัน ทั้งสองคนก็เกิดการทะเลาะกันขึ้น โดยแม่ตนกลัวว่าพ่อเลี้ยงซึ่งเมาถือมีดปลอกผลไม้เป็นอาวุธขู่จะทำร้ายแม่ตน ทำให้แม่ตนรีบวิ่งหนีเข้าไปแอบในห้องน้ำเพราะกลัวว่าพ่อเลี้ยงจะใช้มีดแทงและ ส่วนพ่อเลี้ยงก็พยายามจะพังประตูห้องน้ำเพื่อลากแม่ตนออกมา เมื่อฉุดกระชากแม่ตนออกมาจากห้องน้ำได้ก็ใช้อาวุธมีดนั้นแทงเข้าที่ร่างของแม่ตนหลายครั้ง ตนจึงรีบวิ่งหนีออกมาร้องให้คนช่วย จากนั้นพ่อเลี้ยงก็รีบวิ่งหนีออกมาจากห้องไม่พูดจากับใครแล้วขับรถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่ารุ่นฟีโน่สีฟ้าที่จอดอยู่ลานจอดรถของห้องเช่าขับหลบหนีไป ส่วนแม่ตนก็วิ่งตามออกมาจากห้องในสภาพถูกมีดแทงจนเลือดอาบตัวแล้วมาล้มฟุบหมดแรงอยู่ที่บันใดทางขึ้นห้องพักดังกล่าว
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบภายในห้องเกิดเหตุพบวงกับข้าวพร้อมขวดเหล้าตั้งอยู่กลางห้อง พร้อมกับกองเลือดขนาดใหญ่อยู่หน้าห้องน้ำและพบอาวุธมีดปลอกผลไม้ยาวประมาณ15ซม.ที่ผู้ก่อเหตุใช้แทงผู้บาดเจ็บตกอยู่กลางห้องในสภาพมีดนั้นงอติดคราบเลือดคาดผู้ก่อเหตุนั้นน่าจะออกแรงแทงอย่างแรงจนมีดนั้นคดงอ เจ้าหน้าที่จึงเก็บอาวุธมีดไว้เป็นหลักฐาน พร้อมแจ้งกำลังตำรวจและตำรวจอาสาช่วยกันสกัดจับกุมตัว นายเอ ผู้ก่อเหตุแต่ก็ไม่พบตัว
ทั้งนี้จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในห้องเช่าก็เห็นนายเอ ผู้ก่อเหตุออกไปซื้อโซดาถือกลับเข้ามาในห้องเพื่อกินเหล้ากับแฟนสาวแม่ม้ายแต่ไม่ถึง1ชั่วโมงก็เห็นวิ่งออกจากมาห้องกันทีละคน ซึ่งภาพวงจรปิดสามารถจับภาพหน้าของนายเอ คนร้ายที่ก่อเหตุไว้ได้ขณะหนีออกมาจากห้อง
ด้านพยานข้างห้องแจ้งว่า นายเอ ผู้ก่อเหตุนั้นลักษณะคล้ายกับคนเสพยาเสพติดชอบกินเหล้ามายาจะได้ยินเสียงทะเลาะกับแฟนสาวในห้องเป็นประจำ
ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่าสาเหตุน่าจะเกิดจากนายเอ ผู้ก่อเหตุน่าจะเมาเหล้าหรือยาเสพติดแล้วมีปากเสียงทะเลาะกับแฟนสาวแม่ม้ายเกี่ยวกับเรื่องหึงหวงหรือปัญหาส่วนตัวบางอย่างก่อนที่จะใช้มีดแทงแฟนสาวแม่ม้ายแล้วหลบหนีไปดังกล่าว อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ทราบตัวคนรายที่ก่อเหตุแล้วอยู่ในระหว่างเร่งติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีต่อไป
Wednesday, October 23, 2013
ข่าวบางละมุง พิธีวางพวงมาลา วันปิยมหาราช อ.บางละมุง
พิธีวางพวงมาลา วันปิยมหาราช อ.บางละมุง
พสกนิกรทุกหมู่เหล่าในเขตเมืองพัทยาและอำเภอบางละมุงร่วมพิธีวางพวงมาลาถวายบังคมพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เนื่องในวันปิยมหาราช
ที่บริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 สนามหน้าที่ว่าการอำเภอบางละมุง นายศักดิ์ ชัยแตงฮ่อ นายอำเภอบางละมุง เป็นประธานในพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมาหาจุฬาลงกรณ์พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเนื่องในวันปิยมหาราช โดยมีบรรดาข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำท้องถิ่น นักเรียน นักศึกษา นักธุรกิจ กลุ่มพลังมวลชน และประชาชนทั่วไป เข้าร่วมพิธีวางพวงมาลา และถวายบังคมพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบรมสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5
ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีวางพวงมาลา เป็นพิธีทางสงฆ์ โดยมีนายศักดิ์ชัย แตงฮ่อ นายอำเภอบางละมุง ได้เป็นประธานในพิธีสงฆ์ บำเพ็ญกุศลน้อมถวาย เพื่อถวายเป็นพระราชสักการะแด่องค์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งประธานในพิธีได้จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย โดยมีพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ จำนวน 10 รูป สดับปกรณ์ นำโดยพระครูวิจิตรธรรมสาร เจ้าคณะ อ.บางละมุง เจ้าอาวาสวัดสุทธาวาส จากนั้นประธานในพิธีและแขกผู้มีเกียรติทอดผ้าบังสุกุล และถวายเครื่องจตุปัจจัยไทยธรรม จากนั้นพระสงฆ์ได้อนุโมทนา แด่บรรดาแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมในพิธี
พสกนิกรทุกหมู่เหล่าในเขตเมืองพัทยาและอำเภอบางละมุงร่วมพิธีวางพวงมาลาถวายบังคมพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เนื่องในวันปิยมหาราช
ที่บริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 สนามหน้าที่ว่าการอำเภอบางละมุง นายศักดิ์ ชัยแตงฮ่อ นายอำเภอบางละมุง เป็นประธานในพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมาหาจุฬาลงกรณ์พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเนื่องในวันปิยมหาราช โดยมีบรรดาข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำท้องถิ่น นักเรียน นักศึกษา นักธุรกิจ กลุ่มพลังมวลชน และประชาชนทั่วไป เข้าร่วมพิธีวางพวงมาลา และถวายบังคมพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบรมสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5
ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีวางพวงมาลา เป็นพิธีทางสงฆ์ โดยมีนายศักดิ์ชัย แตงฮ่อ นายอำเภอบางละมุง ได้เป็นประธานในพิธีสงฆ์ บำเพ็ญกุศลน้อมถวาย เพื่อถวายเป็นพระราชสักการะแด่องค์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งประธานในพิธีได้จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย โดยมีพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ จำนวน 10 รูป สดับปกรณ์ นำโดยพระครูวิจิตรธรรมสาร เจ้าคณะ อ.บางละมุง เจ้าอาวาสวัดสุทธาวาส จากนั้นประธานในพิธีและแขกผู้มีเกียรติทอดผ้าบังสุกุล และถวายเครื่องจตุปัจจัยไทยธรรม จากนั้นพระสงฆ์ได้อนุโมทนา แด่บรรดาแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมในพิธี
ข่าวชลบุรี กู้ภัยทั่วภาคตะวันออก ฮือขับไล่ปลัดอำเภอพานทอง
กู้ภัยทั่วภาคตะวันออก ฮือขับไล่ปลัดอำเภอพานทอง
น้ำผึ้งหยดเดียว กู้ภัยทั่วภาคตะวันออก กว่า 300 คน ฮือขับไล่ปลัดอำเภอพานทอง หลังถูกกล่าวหาว่าเป็นมูลนิธิเถื่อน
หน้าที่ว่าการอำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี ได้มีเจ้าหน้าที่มูลนิธิสว่างศิลธรรมสมาคม ทั่วภาคตะวันออก กว่า 300 คน ได้มารวมตัวกันเพื่อทำการขับไล่นายนิพพิชฌน์ โถงโฉม ปลัดอำเภอพานทอง โดยช่วงที่น้ำท้วมอำเภอพานทอง ทางหลายๆมูลนิธิของสมาคมศีลธรรม ได้เข้ามาช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมเป็นเวลากว่า 3 สัปดาห์ โดยทางมูลนิธิสมาคมศีลธรรม ได้นำข้าวกล่องจาก ดร.ประโยชน์ เนื่องจำนง ผู้ก่อตั้งมูลนิธิสมาคมศีลธรรม มาแจกให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนวันละ 4,000 กล่อง ทุกวัน และเมื่อช่วง 3 วันที่ผ่านมา ทางปลัดอำเภอพานทอง ได้มีปากเสียงกับเจ้าหน้าที่มูลนิธิ เกี่ยวกับการแจกข้าวกล่อง ซึ่งทางปลัดอำเภอไปเอาข้าวกล่องจากเจ้าหน้าที่มูลนิธิมาจำนวน 2000 กล่อง เพื่อจะนำไปแจกชาวบ้านเช่นกัน และมีความเข้าใจคาดเคลื่อนทำให้มีปากเสียงกัน ทางปลัดอำเภอพานทองได้ถามว่า เป็นมูลนิธิเถื่อนหรือไม่ จนสร้างความไม่พอใจกับเจ้าหน้าที่มูลนิธิ จนเป็นเหตุบานปลาย พร้อมกับเข้ามาขับไล่และให้ปลัดอำเภอพานทองขอโทษ พร้อมขอให้พิจารณาตนเองออกจากพื้นที่โดยเร็ว หลังจากนั้นทางอำเภอได้เชิญผู้เกี่ยวข้องได้แก่ นายบุญสม ศิลปะชัย ประธานกู้ภัยสว่างอุทยาน พานทอง พร้อมกรรมการมูลนิธิทั้งหมด เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าประชุมเพื่อไกล่เกลี่ย โดยทางมูลนิธิยื่นข้อเสนอ 3 ข้อคือให้ปลัดอำเภอขอโทษเจ้าหน้าที่มูลนิธิ พร้อมให้ขอโทษ ดร.ประโยชน์ เนื่องจำนง ผู้ก่อตั้งสมาคมศีลธรรม และขอให้พิจารณาตัวเองออกนอกพื้นที่ หลังจากนั้นนายนิพพิชณน์ โถงโฉม ปลัดอำเภอพานทอง ได้ออกมายอมรับว่าตนเองก็เครียดในการช่วยเหลือประชาชน อาจจะกล่าวไม่ถูกต้อง พร้อมขอโทษเจ้าหน้าที่มูลนิ และขอยอมรับข้อเสนอทั้ง 3 ข้อ
น้ำผึ้งหยดเดียว กู้ภัยทั่วภาคตะวันออก กว่า 300 คน ฮือขับไล่ปลัดอำเภอพานทอง หลังถูกกล่าวหาว่าเป็นมูลนิธิเถื่อน
หน้าที่ว่าการอำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี ได้มีเจ้าหน้าที่มูลนิธิสว่างศิลธรรมสมาคม ทั่วภาคตะวันออก กว่า 300 คน ได้มารวมตัวกันเพื่อทำการขับไล่นายนิพพิชฌน์ โถงโฉม ปลัดอำเภอพานทอง โดยช่วงที่น้ำท้วมอำเภอพานทอง ทางหลายๆมูลนิธิของสมาคมศีลธรรม ได้เข้ามาช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมเป็นเวลากว่า 3 สัปดาห์ โดยทางมูลนิธิสมาคมศีลธรรม ได้นำข้าวกล่องจาก ดร.ประโยชน์ เนื่องจำนง ผู้ก่อตั้งมูลนิธิสมาคมศีลธรรม มาแจกให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนวันละ 4,000 กล่อง ทุกวัน และเมื่อช่วง 3 วันที่ผ่านมา ทางปลัดอำเภอพานทอง ได้มีปากเสียงกับเจ้าหน้าที่มูลนิธิ เกี่ยวกับการแจกข้าวกล่อง ซึ่งทางปลัดอำเภอไปเอาข้าวกล่องจากเจ้าหน้าที่มูลนิธิมาจำนวน 2000 กล่อง เพื่อจะนำไปแจกชาวบ้านเช่นกัน และมีความเข้าใจคาดเคลื่อนทำให้มีปากเสียงกัน ทางปลัดอำเภอพานทองได้ถามว่า เป็นมูลนิธิเถื่อนหรือไม่ จนสร้างความไม่พอใจกับเจ้าหน้าที่มูลนิธิ จนเป็นเหตุบานปลาย พร้อมกับเข้ามาขับไล่และให้ปลัดอำเภอพานทองขอโทษ พร้อมขอให้พิจารณาตนเองออกจากพื้นที่โดยเร็ว หลังจากนั้นทางอำเภอได้เชิญผู้เกี่ยวข้องได้แก่ นายบุญสม ศิลปะชัย ประธานกู้ภัยสว่างอุทยาน พานทอง พร้อมกรรมการมูลนิธิทั้งหมด เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าประชุมเพื่อไกล่เกลี่ย โดยทางมูลนิธิยื่นข้อเสนอ 3 ข้อคือให้ปลัดอำเภอขอโทษเจ้าหน้าที่มูลนิธิ พร้อมให้ขอโทษ ดร.ประโยชน์ เนื่องจำนง ผู้ก่อตั้งสมาคมศีลธรรม และขอให้พิจารณาตัวเองออกนอกพื้นที่ หลังจากนั้นนายนิพพิชณน์ โถงโฉม ปลัดอำเภอพานทอง ได้ออกมายอมรับว่าตนเองก็เครียดในการช่วยเหลือประชาชน อาจจะกล่าวไม่ถูกต้อง พร้อมขอโทษเจ้าหน้าที่มูลนิ และขอยอมรับข้อเสนอทั้ง 3 ข้อ
ข่าวพัทยา กองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบที่เกิดเหตุไฟไหม้
กองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบที่เกิดเหตุไฟไหม้
12.00 น. วันที่ 23 ต.ค พ.ต.อ.พิชิต บำรุงพงษ์ ผกก.ศพฐ.ภ.2 พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ ศพฐ.ภ.2 ได้เข้าทำการตรวจสอบภายในร้านรัตนากร เทรดดิ้ง สถานที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมา และพื้นที่ใกล้เคียงที่ได้รับความเสียหายจากการเกิดเพลิงไหม้ เพื่อหาสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้ โดยมีเจ้าของสถานที่เกิดเหตุ และเจ้าของอาคารที่ได้รับความเสียหายคอยให้ข้อมูล และนำตรวจจุดต่างๆ ซึ่งจากการตรวจสอบในครั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ ศพฐ.ภ.2 ยังไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบภายในตัวอาคารได้เนื่องจากเกรงว่าตัวอาคารจะถล่มลงมา เพราะตัวคานอาคารได้เกิดเอียงลงมา จึงได้ทำเพียงแค่ตรวจสอบภายนอก และบันทึกข้อมูลรายละเอียดเบื้องต้น นำกลับไปวิเคราะห์ และจะนำกำลังเจ้าหน้าที่มาทำการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งในช่วงบ่ายวันที่ 24 ต.ค.
12.00 น. วันที่ 23 ต.ค พ.ต.อ.พิชิต บำรุงพงษ์ ผกก.ศพฐ.ภ.2 พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ ศพฐ.ภ.2 ได้เข้าทำการตรวจสอบภายในร้านรัตนากร เทรดดิ้ง สถานที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมา และพื้นที่ใกล้เคียงที่ได้รับความเสียหายจากการเกิดเพลิงไหม้ เพื่อหาสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้ โดยมีเจ้าของสถานที่เกิดเหตุ และเจ้าของอาคารที่ได้รับความเสียหายคอยให้ข้อมูล และนำตรวจจุดต่างๆ ซึ่งจากการตรวจสอบในครั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ ศพฐ.ภ.2 ยังไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบภายในตัวอาคารได้เนื่องจากเกรงว่าตัวอาคารจะถล่มลงมา เพราะตัวคานอาคารได้เกิดเอียงลงมา จึงได้ทำเพียงแค่ตรวจสอบภายนอก และบันทึกข้อมูลรายละเอียดเบื้องต้น นำกลับไปวิเคราะห์ และจะนำกำลังเจ้าหน้าที่มาทำการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งในช่วงบ่ายวันที่ 24 ต.ค.
ข่าวพัทยา กองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบที่เกิดเหตุไฟไหม้
กองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบที่เกิดเหตุไฟไหม้
12.00 น. วันที่ 23 ต.ค พ.ต.อ.พิชิต บำรุงพงษ์ ผกก.ศพฐ.ภ.2 พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ ศพฐ.ภ.2 ได้เข้าทำการตรวจสอบภายในร้านรัตนากร เทรดดิ้ง สถานที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมา และพื้นที่ใกล้เคียงที่ได้รับความเสียหายจากการเกิดเพลิงไหม้ เพื่อหาสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้ โดยมีเจ้าของสถานที่เกิดเหตุ และเจ้าของอาคารที่ได้รับความเสียหายคอยให้ข้อมูล และนำตรวจจุดต่างๆ ซึ่งจากการตรวจสอบในครั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ ศพฐ.ภ.2 ยังไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบภายในตัวอาคารได้เนื่องจากเกรงว่าตัวอาคารจะถล่มลงมา เพราะตัวคานอาคารได้เกิดเอียงลงมา จึงได้ทำเพียงแค่ตรวจสอบภายนอก และบันทึกข้อมูลรายละเอียดเบื้องต้น นำกลับไปวิเคราะห์ และจะนำกำลังเจ้าหน้าที่มาทำการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งในช่วงบ่ายวันที่ 24 ต.ค.
12.00 น. วันที่ 23 ต.ค พ.ต.อ.พิชิต บำรุงพงษ์ ผกก.ศพฐ.ภ.2 พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ ศพฐ.ภ.2 ได้เข้าทำการตรวจสอบภายในร้านรัตนากร เทรดดิ้ง สถานที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมา และพื้นที่ใกล้เคียงที่ได้รับความเสียหายจากการเกิดเพลิงไหม้ เพื่อหาสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้ โดยมีเจ้าของสถานที่เกิดเหตุ และเจ้าของอาคารที่ได้รับความเสียหายคอยให้ข้อมูล และนำตรวจจุดต่างๆ ซึ่งจากการตรวจสอบในครั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ ศพฐ.ภ.2 ยังไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบภายในตัวอาคารได้เนื่องจากเกรงว่าตัวอาคารจะถล่มลงมา เพราะตัวคานอาคารได้เกิดเอียงลงมา จึงได้ทำเพียงแค่ตรวจสอบภายนอก และบันทึกข้อมูลรายละเอียดเบื้องต้น นำกลับไปวิเคราะห์ และจะนำกำลังเจ้าหน้าที่มาทำการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งในช่วงบ่ายวันที่ 24 ต.ค.
ข่าวพัทยา ประชุมเตรียมความพร้อมวันไลออนส์เดย์
ประชุมเตรียมความพร้อมวันไลออนส์เดย์
ไลนออนส์ ภาค 310 C ประชุมเตรียมความพร้อมจัดกิจกรรมการกุศลแก่ผู้ด้อยโอกาส เนื่องในวันไลออนส์เดย์
สโมสรไลนออนส์ ภาค 310 C จัดการประชุมเตรียมความพร้อมการจัดงานวัน ไลออนส์เดย์ ประจำปี 2556 ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 27 ตุลาคม 2556 ที่โรงเรียนเมืองพัทยา 2 โดยกิจกรรมจะเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เวลา 08.00 น. เป็นต้นไป ภายในกิจกรรมจะมีการแจกแว่นตาแก่เยาวชน พร้อมทั้งการตรวจคัดกรองสุขภาพผู้สูงอายุ การให้บริการตรวจสุขภาพช่องปาก อาทิ การถอนฟัน อุดฟัน และขูดหินปูน อีกทั้งงานนี้ทางสโมสรไลออนส์ภาค 310 C ยังได้สนับสนุนชุดเครื่องช่วยฟังแก่ผู้ที่มีปัญหาในการได้ยิน อีกจำนวน 20 ชุด รวมมูลค่ากว่าสองแสนบาท สำหรับประชาชนที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมสามารถลงทะเบียนรับคูปองได้ที่หน้างาน ทั้งนี้ภายในงานยังมีการจัดเลี้ยงอาหาร และเครื่องดื่ม ฟรีตลอดกิจกรรมอีกด้วย
ไลนออนส์ ภาค 310 C ประชุมเตรียมความพร้อมจัดกิจกรรมการกุศลแก่ผู้ด้อยโอกาส เนื่องในวันไลออนส์เดย์
สโมสรไลนออนส์ ภาค 310 C จัดการประชุมเตรียมความพร้อมการจัดงานวัน ไลออนส์เดย์ ประจำปี 2556 ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 27 ตุลาคม 2556 ที่โรงเรียนเมืองพัทยา 2 โดยกิจกรรมจะเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เวลา 08.00 น. เป็นต้นไป ภายในกิจกรรมจะมีการแจกแว่นตาแก่เยาวชน พร้อมทั้งการตรวจคัดกรองสุขภาพผู้สูงอายุ การให้บริการตรวจสุขภาพช่องปาก อาทิ การถอนฟัน อุดฟัน และขูดหินปูน อีกทั้งงานนี้ทางสโมสรไลออนส์ภาค 310 C ยังได้สนับสนุนชุดเครื่องช่วยฟังแก่ผู้ที่มีปัญหาในการได้ยิน อีกจำนวน 20 ชุด รวมมูลค่ากว่าสองแสนบาท สำหรับประชาชนที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมสามารถลงทะเบียนรับคูปองได้ที่หน้างาน ทั้งนี้ภายในงานยังมีการจัดเลี้ยงอาหาร และเครื่องดื่ม ฟรีตลอดกิจกรรมอีกด้วย
ข่าวพัทยา โครงการ CPN ธนาคารเลือดร่วมใจ สร้างความดีตอบแทนสังคม
โครงการ CPN ธนาคารเลือดร่วมใจ สร้างความดีตอบแทนสังคม
สภากาชาดไทยจังหวัดชลบุรี และภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 3 สภากาชาดไทย ร่วมกับศูนย์การค้าเซ็นทรัล เฟสติวัล พัทยาบีช จัดโครงการ CPN ธนาคารเลือดร่วมใจ สร้างความดีตอบแทนสังคม ประจำปี 2556 เปิดจุดรับบริจาคเพื่อเป็นประโยชน์ต่อเพื่อนมนุษย์
ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล พัทยา บีช ร่วมกับสภากาชาดไทยจังหวัดชลบุรี และภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 3 สภากาชาดไทย ร่วมช่วยเหลือสังคมในการเปิดจุดรับบริจาคโลหิตภายใต้โครงการ CPN ธนาคารเลือดร่วมใจ สร้างความดีตอบแทนสังคม ประจำปี 255 โดยทางศูนย์การค้ามีความมุ่งหวังที่จะเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการส่งเสริมให้ประชาชนที่สนใจได้มีโอกาสทำความดีและช่วยเหลือผู้อื่นในสิ่งที่สังคมต้องการอย่างแท้จริง ซึ่งปัจจุบันยังมีผู้ป่วยอีกจำนวนมากที่ยังรอรับบริจาคโลหิตจากโรงพยาบาลต่างๆ ทั่วประเทศ ทั้งทางศูนย์การค้าได้มีความมุ่งหวังที่จะช่วยเหลือสังคม เพื่อเป็นประโยชน์ต่อเพื่อนมนุษย์ ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่ดี เพราะการบริจาคโลหิตเป็นการช่วยเหลือผู้ที่กำลังเดือดร้อนเพื่อต่อชีวิตผู้อื่นต่อไปได้ ที่สำคัญทำให้ร่างกายหลั่งสารอดีนาลีนหรือสารแห่งความสุข แต่เป็นความสุขภายในจิตใจที่ได้ช่วยเหลือผู้อื่น และยังเป็นการทำบุญอย่างมหาศาล เนื่องจากปัจจุบันยังมีผู้ป่วยอีกจำนวนมากที่ยังรอรับบริจาคโลหิตจากโรงพยาบาลต่างๆ ทั่วทั้งประเทศ ซึ่งทางศูนย์การค้า ฯ เป็นอีกหนึ่งหน่วยงานเอกชนที่มีกำลังในการช่วยประชาสัมพันธ์ตรงจุดนี้ ได้อย่างเต็มที่อีกช่องทางหนึ่งเพื่อที่จะบอกกล่าวสิ่งดีๆเหล่านี้ให้แก่ประชาชนทั่วไปที่สนใจได้รับรู้และเข้ามาร่วมบริจาคโลหิตกันมากขึ้นและสามารถบอกต่อข่าวสารแก่คนรอบข้างที่มีโลหิตที่เป็นที่ต้องการให้เข้าร่วมโครงการได้เป็นอย่างดี
สภากาชาดไทยจังหวัดชลบุรี และภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 3 สภากาชาดไทย ร่วมกับศูนย์การค้าเซ็นทรัล เฟสติวัล พัทยาบีช จัดโครงการ CPN ธนาคารเลือดร่วมใจ สร้างความดีตอบแทนสังคม ประจำปี 2556 เปิดจุดรับบริจาคเพื่อเป็นประโยชน์ต่อเพื่อนมนุษย์
ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล พัทยา บีช ร่วมกับสภากาชาดไทยจังหวัดชลบุรี และภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 3 สภากาชาดไทย ร่วมช่วยเหลือสังคมในการเปิดจุดรับบริจาคโลหิตภายใต้โครงการ CPN ธนาคารเลือดร่วมใจ สร้างความดีตอบแทนสังคม ประจำปี 255 โดยทางศูนย์การค้ามีความมุ่งหวังที่จะเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการส่งเสริมให้ประชาชนที่สนใจได้มีโอกาสทำความดีและช่วยเหลือผู้อื่นในสิ่งที่สังคมต้องการอย่างแท้จริง ซึ่งปัจจุบันยังมีผู้ป่วยอีกจำนวนมากที่ยังรอรับบริจาคโลหิตจากโรงพยาบาลต่างๆ ทั่วประเทศ ทั้งทางศูนย์การค้าได้มีความมุ่งหวังที่จะช่วยเหลือสังคม เพื่อเป็นประโยชน์ต่อเพื่อนมนุษย์ ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่ดี เพราะการบริจาคโลหิตเป็นการช่วยเหลือผู้ที่กำลังเดือดร้อนเพื่อต่อชีวิตผู้อื่นต่อไปได้ ที่สำคัญทำให้ร่างกายหลั่งสารอดีนาลีนหรือสารแห่งความสุข แต่เป็นความสุขภายในจิตใจที่ได้ช่วยเหลือผู้อื่น และยังเป็นการทำบุญอย่างมหาศาล เนื่องจากปัจจุบันยังมีผู้ป่วยอีกจำนวนมากที่ยังรอรับบริจาคโลหิตจากโรงพยาบาลต่างๆ ทั่วทั้งประเทศ ซึ่งทางศูนย์การค้า ฯ เป็นอีกหนึ่งหน่วยงานเอกชนที่มีกำลังในการช่วยประชาสัมพันธ์ตรงจุดนี้ ได้อย่างเต็มที่อีกช่องทางหนึ่งเพื่อที่จะบอกกล่าวสิ่งดีๆเหล่านี้ให้แก่ประชาชนทั่วไปที่สนใจได้รับรู้และเข้ามาร่วมบริจาคโลหิตกันมากขึ้นและสามารถบอกต่อข่าวสารแก่คนรอบข้างที่มีโลหิตที่เป็นที่ต้องการให้เข้าร่วมโครงการได้เป็นอย่างดี
ข่าวบางละมุง นายอำเภอลงพื้นที่จัดระเบียบชุมชนโรงเลื่อย ต.บางละมุง
นายอำเภอบางละมุงลงพื้นที่จัดระเบียบชุมชนโรงเลื่อย ต.บางละมุง เพื่อพัฒนาชุมชนให้น่าอยู่และถูกสุขลักษณะยิ่งขึ้น
ที่ชุมชนโรงเลื่อย ต.บางละมุง นายศักดิ์ชัย แตงฮ่อ นายอำเภอบางละมุง ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและจัดระเบียบชุมชนให้มีสภาพความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น พร้อมกับผู้บริหารเทศบาลตำบลบางละมุง อาทิ นายอนันต์ เผือกวัฒนะ ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีตำบลบางละมุง นายธนัท ประทุมแดง กำนันตำบลบางละมุง และหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมตรวจเยี่ยมในครั้งนี้ด้วย โดยทางนายอำเภอพร้อมหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องได้เดินตรวจเยี่ยมตามบ้านเรือนในชุมชน พร้อมให้คำแนะนำในการจัดการบ้านให้สะอาดเรียบร้อย โดยทางชุมชนโรงเลื่อย แห่งนี้มีผู้พักอาศัยอยู่ทั้งหมด 67 ครัวเรือน ซึ่งที่ดินเป็นของทางวัดประชุมคงคา โดยให้ชาวบ้านเช่าอาศัยอยู่กว่า 30 ปีแล้ว โดยในชุมชนค่อนข้างแออัด ไม่มีสาธารณูปโภคที่เหมาะสม ทำให้ทางนายอำเภอได้เล็งเห็นความสำคัญ และเพื่อให้ชาวบ้านได้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ได้มีการมาตรวจเยี่ยมพร้อมทำประชาคมมาแล้ว 2 ครั้ง ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 ซึ่งเป็นการทำการบิ๊ก คลีนนิ่ง ครั้งใหญ่ โดยจากการตรวจสอบปัจจุบันชาวบ้านให้ความร่วมมือ โดยการจัดเก็บของที่เป็นขยะ และสิ่งของไม่จำเป็นออกจากชุมชนและบ้านเรือน ทำให้ชุมชนสะอาดขึ้น และในวันนี้ได้มีทางศูนย์ฝึกอาชีพเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี มาบริการตัดผมให้กับชาวบ้านฟรี ทางสาธารณสุขอำเภอบางละมุง มาตรวจคัดกรองสุขภาพให้กับชาวบ้าน และทางกิ่งกาชาดอำเภอบางละมุง นำถุงยังชีพและอุปกรณ์กีฬามามอบให้กับทางชุมชนอีกด้วย
ที่ชุมชนโรงเลื่อย ต.บางละมุง นายศักดิ์ชัย แตงฮ่อ นายอำเภอบางละมุง ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและจัดระเบียบชุมชนให้มีสภาพความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น พร้อมกับผู้บริหารเทศบาลตำบลบางละมุง อาทิ นายอนันต์ เผือกวัฒนะ ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีตำบลบางละมุง นายธนัท ประทุมแดง กำนันตำบลบางละมุง และหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมตรวจเยี่ยมในครั้งนี้ด้วย โดยทางนายอำเภอพร้อมหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องได้เดินตรวจเยี่ยมตามบ้านเรือนในชุมชน พร้อมให้คำแนะนำในการจัดการบ้านให้สะอาดเรียบร้อย โดยทางชุมชนโรงเลื่อย แห่งนี้มีผู้พักอาศัยอยู่ทั้งหมด 67 ครัวเรือน ซึ่งที่ดินเป็นของทางวัดประชุมคงคา โดยให้ชาวบ้านเช่าอาศัยอยู่กว่า 30 ปีแล้ว โดยในชุมชนค่อนข้างแออัด ไม่มีสาธารณูปโภคที่เหมาะสม ทำให้ทางนายอำเภอได้เล็งเห็นความสำคัญ และเพื่อให้ชาวบ้านได้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ได้มีการมาตรวจเยี่ยมพร้อมทำประชาคมมาแล้ว 2 ครั้ง ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 ซึ่งเป็นการทำการบิ๊ก คลีนนิ่ง ครั้งใหญ่ โดยจากการตรวจสอบปัจจุบันชาวบ้านให้ความร่วมมือ โดยการจัดเก็บของที่เป็นขยะ และสิ่งของไม่จำเป็นออกจากชุมชนและบ้านเรือน ทำให้ชุมชนสะอาดขึ้น และในวันนี้ได้มีทางศูนย์ฝึกอาชีพเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี มาบริการตัดผมให้กับชาวบ้านฟรี ทางสาธารณสุขอำเภอบางละมุง มาตรวจคัดกรองสุขภาพให้กับชาวบ้าน และทางกิ่งกาชาดอำเภอบางละมุง นำถุงยังชีพและอุปกรณ์กีฬามามอบให้กับทางชุมชนอีกด้วย
ข่าวชลบุรี สภ.ดอนหัวฬ่อเก็บแผ่นป้ายทะเบียนรถได้กว่า 400 แผ่น
สภ.ดอนหัวฬ่อเก็บแผ่นป้ายทะเบียนรถได้กว่า 400 แผ่น
จากกระแสน้ำท่วมในเส้นเขตำบลดอนหัวฬ่อ-และอำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี ทำให้รถที่วิ่งลุยน้ำเกิดแผ่นป้ายทะเบียนหลุดออก ขณะนี้ได้นำมาเก็บไว้ที่สถานีตำรวจภูธรดอนหัวฬ่อกว่า400ป้าย
สถานีตำรวจภูธรดอนหัวฬ่อ ได้เปิดเผยว่า ได้ทำการเก็บแผ่นป้ายทะเบียนของรถส่วนบุคคล และรถสาธารณะ ไว้มากกว่า 400 แผ่นป้าย จึงอยากให้ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนที่ใช้เส้นทางของตำบลดอนหัวฬ่อ-พานทอง และเส้นขากลับดอนหัวฬ่อจนถึงขาเข้าเมืองชลบุรี ตลอดจนเขตตำบลดอนหัวฬ่อโดยรอบ ในช่วงที่น้ำท่วมและกระแสน้ำพัดแรง แล้วแผ่นป้ายทะเบียนหลุดไป สามารถนำหลักฐานคู่มือสำเนาทะเบียนรถมาตรวจสอบและรับคืนได้ หากต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถโทรมาสอบถามได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 038 – 440191 ในเวลาราชการ
ซึ่งหลังจากมีการประชาสัมพันธ์ ได้มีประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน เดินทางมาดูแผ่นป้ายทะเบียน ที่นำมาวางไว้หน้าสถานีตำรวจภูธรดอนหัวฬ่อ กันอย่างต่อเนื่อง โดยมีนายพงษ์ศักดิ์ ฤทธิ์ศักดิ์ อายุ 32 ปี ผู้ใช้รถยี่ห้อโตโยต้า ยาริส สีขาว หมายเลขทะเบียน 2 กง 4869 กรุงเทพมหานคร ได้พบแผ่นทะเบียนป้ายของตนเอง กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ไม่ต้องเดินทางไปแจ้งหายและทำใหม่ โดยเจ้าของรถที่แผ่นป้ายทะเบียนหลุดหายสามารถเข้ามาดูได้ ซึ่งมีแผ่นป้ายทะเบียนอยู่กว่า 400 หมายเลข
จากกระแสน้ำท่วมในเส้นเขตำบลดอนหัวฬ่อ-และอำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี ทำให้รถที่วิ่งลุยน้ำเกิดแผ่นป้ายทะเบียนหลุดออก ขณะนี้ได้นำมาเก็บไว้ที่สถานีตำรวจภูธรดอนหัวฬ่อกว่า400ป้าย
สถานีตำรวจภูธรดอนหัวฬ่อ ได้เปิดเผยว่า ได้ทำการเก็บแผ่นป้ายทะเบียนของรถส่วนบุคคล และรถสาธารณะ ไว้มากกว่า 400 แผ่นป้าย จึงอยากให้ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนที่ใช้เส้นทางของตำบลดอนหัวฬ่อ-พานทอง และเส้นขากลับดอนหัวฬ่อจนถึงขาเข้าเมืองชลบุรี ตลอดจนเขตตำบลดอนหัวฬ่อโดยรอบ ในช่วงที่น้ำท่วมและกระแสน้ำพัดแรง แล้วแผ่นป้ายทะเบียนหลุดไป สามารถนำหลักฐานคู่มือสำเนาทะเบียนรถมาตรวจสอบและรับคืนได้ หากต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถโทรมาสอบถามได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 038 – 440191 ในเวลาราชการ
ซึ่งหลังจากมีการประชาสัมพันธ์ ได้มีประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน เดินทางมาดูแผ่นป้ายทะเบียน ที่นำมาวางไว้หน้าสถานีตำรวจภูธรดอนหัวฬ่อ กันอย่างต่อเนื่อง โดยมีนายพงษ์ศักดิ์ ฤทธิ์ศักดิ์ อายุ 32 ปี ผู้ใช้รถยี่ห้อโตโยต้า ยาริส สีขาว หมายเลขทะเบียน 2 กง 4869 กรุงเทพมหานคร ได้พบแผ่นทะเบียนป้ายของตนเอง กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ไม่ต้องเดินทางไปแจ้งหายและทำใหม่ โดยเจ้าของรถที่แผ่นป้ายทะเบียนหลุดหายสามารถเข้ามาดูได้ ซึ่งมีแผ่นป้ายทะเบียนอยู่กว่า 400 หมายเลข
ข่าวชลบุรี ผบช.ภาค2 แถลงข่าวจับกุมเอเย่นต์ยาบ้าชาวลาว
ผบช.ภาค2 แถลงข่าวจับกุมเอเย่นต์ยาบ้าชาวลาว
ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 แถลงข่าวจับกุมเอเย่นต์ยาบ้าสองผัวเมียชาวลาว พร้อมของกลางยาบ้า 10,000 เม็ด
ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 พล.ต.ท.กวี สุภานันท์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 แถลงข่าวการจับกุม นายอึ่ง คำสิงค์สวาด อายุ 42ปี และ นางเส็ง คำสิงค์สวาด อายุ 46 ปี สองสามีภรรยาในข้อหามียาเสพติดไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 10,000 เม็ด
พล.ต.ท.กวี สุภานันท์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 เปิดเผยว่า การจับกุมผู้ต้องหาทั้งสองคน สืบเนื่องมาจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนสอบภูธรภาค 2 และตำรวจภูธรจังหวัดปราจีนบุรี ได้สามารถจับกุมตัว นางประภาพร สุนทรโภคิน อายุ 54 ปี พร้อมของกลางยาบ้า61 เม็ด และนายวาทิน กระจาด อายุ 36 ปี พร้อมของกลางยาบ้า 10 เม็ดโดยผู้ต้องหาทั้งสองรับสารภาพว่ารับยามาจากเอเย่นต์รายใหญ่ในประเทศลาว เจ้าหน้าที่จึงขยายผลทำการล่อซื้อโดยนัดส่งยากันที่สถานีขนส่งกบินทร์บุรี จนถึงเวลานัดหมายผู้ต้องหาทั้งคนได้เดินมาที่จุดนัดพบพร้อมถุงดำขนาดใหญ่ จึงแสดงตัวเข้าทำการจับกุมได้พร้อมของกลางทั้งหมด เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งสองคนรับสารภาพว่า รับยามาจากนางแล้บ ชาวลาวอายุประมาณ 52 ปี โดยได้รับค่าจ้างในการขนส่งยามายังฝั่งไทยครั้งละ 1 หมื่นบาท ทำมาแล้ว 2ครั้ง จนมาถูกจับกุมได้ในที่สุด
ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 แถลงข่าวจับกุมเอเย่นต์ยาบ้าสองผัวเมียชาวลาว พร้อมของกลางยาบ้า 10,000 เม็ด
ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 พล.ต.ท.กวี สุภานันท์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 แถลงข่าวการจับกุม นายอึ่ง คำสิงค์สวาด อายุ 42ปี และ นางเส็ง คำสิงค์สวาด อายุ 46 ปี สองสามีภรรยาในข้อหามียาเสพติดไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 10,000 เม็ด
พล.ต.ท.กวี สุภานันท์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 เปิดเผยว่า การจับกุมผู้ต้องหาทั้งสองคน สืบเนื่องมาจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนสอบภูธรภาค 2 และตำรวจภูธรจังหวัดปราจีนบุรี ได้สามารถจับกุมตัว นางประภาพร สุนทรโภคิน อายุ 54 ปี พร้อมของกลางยาบ้า61 เม็ด และนายวาทิน กระจาด อายุ 36 ปี พร้อมของกลางยาบ้า 10 เม็ดโดยผู้ต้องหาทั้งสองรับสารภาพว่ารับยามาจากเอเย่นต์รายใหญ่ในประเทศลาว เจ้าหน้าที่จึงขยายผลทำการล่อซื้อโดยนัดส่งยากันที่สถานีขนส่งกบินทร์บุรี จนถึงเวลานัดหมายผู้ต้องหาทั้งคนได้เดินมาที่จุดนัดพบพร้อมถุงดำขนาดใหญ่ จึงแสดงตัวเข้าทำการจับกุมได้พร้อมของกลางทั้งหมด เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งสองคนรับสารภาพว่า รับยามาจากนางแล้บ ชาวลาวอายุประมาณ 52 ปี โดยได้รับค่าจ้างในการขนส่งยามายังฝั่งไทยครั้งละ 1 หมื่นบาท ทำมาแล้ว 2ครั้ง จนมาถูกจับกุมได้ในที่สุด
ข่าวพัทยา บ.เจริญทรัพย์ก่อสร้างมอบเงินสนับสนุนประเพณีสารทเดือนสิบ
บ.เจริญทรัพย์ก่อสร้างมอบเงินสนับสนุนประเพณีสารทเดือนสิบ
คุณเจริญ โยกทรัพย์ เจ้าของบริษัทเจริญทรัพย์ก่อสร้าง มอบหมายให้ตัวแทนบริษัทมามอบเงินสนับสนุนงานประเพณีสารทเดือนสิบ งานบุญของพี่น้องชาวใต้ ที่จะมีการจัดขึ้นในปลายเดือนกันยายนนี้
คุณเจริญ โยกทรัพย์ กรรมการผู้จัดการบริษัทเจริญทรัพย์ก่อสร้าง ได้มอบหมายให้ตัวแทนเดินทางมามอบเงินสนับสนุนประเพณีงานสารทเดือนสิบของพี่น้องชาวใต้ ที่จะมีขึ้นในวันที่ 28-29 กันยายนที่จะถึงนี้ ซึ่งงานดังกล่าวได้รับเกียรติจากนายสนธยา คุณปลื้ม รมว.กระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานเปิดงาน โดยมีคุณสมสิน ทิพย์มณี นายกสมาคมชาวใต้ชลบุรี คอยให้การต้อนรับ และรับมอบเงินสนับสนุนในครั้งนี้ เป็นเงินจำนวน 20,000 บาท พร้อมขอบคุณทางบริษัทเจริญทรัพย์ก่อสร้าง ที่เห็นความสำคัญของงานประเพณีและร่วมรักษาวัฒนธรรมอันดีงามให้คงอยู่ต่อไป
คุณเจริญ โยกทรัพย์ เจ้าของบริษัทเจริญทรัพย์ก่อสร้าง มอบหมายให้ตัวแทนบริษัทมามอบเงินสนับสนุนงานประเพณีสารทเดือนสิบ งานบุญของพี่น้องชาวใต้ ที่จะมีการจัดขึ้นในปลายเดือนกันยายนนี้
คุณเจริญ โยกทรัพย์ กรรมการผู้จัดการบริษัทเจริญทรัพย์ก่อสร้าง ได้มอบหมายให้ตัวแทนเดินทางมามอบเงินสนับสนุนประเพณีงานสารทเดือนสิบของพี่น้องชาวใต้ ที่จะมีขึ้นในวันที่ 28-29 กันยายนที่จะถึงนี้ ซึ่งงานดังกล่าวได้รับเกียรติจากนายสนธยา คุณปลื้ม รมว.กระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานเปิดงาน โดยมีคุณสมสิน ทิพย์มณี นายกสมาคมชาวใต้ชลบุรี คอยให้การต้อนรับ และรับมอบเงินสนับสนุนในครั้งนี้ เป็นเงินจำนวน 20,000 บาท พร้อมขอบคุณทางบริษัทเจริญทรัพย์ก่อสร้าง ที่เห็นความสำคัญของงานประเพณีและร่วมรักษาวัฒนธรรมอันดีงามให้คงอยู่ต่อไป
ข่าวพัทยา การประชุมเชิงวิชาการนานาชาติ
การประชุมเชิงวิชาการนานาชาติ
มหาวิทยาลัยบูรพาจัดการประชุมสัมมนาเชิงวิชาการนานาชาติ แลกเปลี่ยนความรู้ด้านภาษาขนบธรรมเนียมและวัฒนธรรม เพื่อบูรณาการระดับภาค
09.30 น.วันที่ 22 สิงหาคม ที่ห้องประชุมราชนาวี 1 โรงแรมเอ-วันเดอะรอยัล ครูส พัทยา ทางมหาวิทยาลัยบูรพาได้จัดประชุมเชิงวิชานานาชาติ ซึ่งมีนักวิชาการ คณะคณาจารย์ นิสิตนักศึกษาจากประเทศต่างๆ อาทิ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ไทย พม่า ญี่ปุ่น รัสเซีย จีน สิงคโปร์ อิหร่าน รวม 200 คน ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการพัฒนาการนำเสนอผลงานการวิจัยและการแข่งขันในด้านต่างๆ เช่นภาษาและภาษาศาสตร์ การสนทนาภาษา คณะบดีวัฒนธรรมและการบูรณาการระดับภาค โดยมีนายอิทธิพล คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา เป็นประธานเปิดการสัมมนาเชิงวิชาการ พร้อมกล่าวต้อนรับแขกผู้มีเกียรติที่เข้าร่วมประชุม อีกทั้งแนะนำการท่องเที่ยว ที่พักอาศัย แหล่งช็อปปิ้ง ร้านอาหารห้างสรรพสินค้าในเมืองพัทยา ต่อจากนั้น ศ.ดร.มารซ่า ยังสคอล์ เทน จากมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิล จากสหราชอาณาจักร เป็นวิทยากรให้ความรู้
มหาวิทยาลัยบูรพาจัดการประชุมสัมมนาเชิงวิชาการนานาชาติ แลกเปลี่ยนความรู้ด้านภาษาขนบธรรมเนียมและวัฒนธรรม เพื่อบูรณาการระดับภาค
09.30 น.วันที่ 22 สิงหาคม ที่ห้องประชุมราชนาวี 1 โรงแรมเอ-วันเดอะรอยัล ครูส พัทยา ทางมหาวิทยาลัยบูรพาได้จัดประชุมเชิงวิชานานาชาติ ซึ่งมีนักวิชาการ คณะคณาจารย์ นิสิตนักศึกษาจากประเทศต่างๆ อาทิ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ไทย พม่า ญี่ปุ่น รัสเซีย จีน สิงคโปร์ อิหร่าน รวม 200 คน ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการพัฒนาการนำเสนอผลงานการวิจัยและการแข่งขันในด้านต่างๆ เช่นภาษาและภาษาศาสตร์ การสนทนาภาษา คณะบดีวัฒนธรรมและการบูรณาการระดับภาค โดยมีนายอิทธิพล คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา เป็นประธานเปิดการสัมมนาเชิงวิชาการ พร้อมกล่าวต้อนรับแขกผู้มีเกียรติที่เข้าร่วมประชุม อีกทั้งแนะนำการท่องเที่ยว ที่พักอาศัย แหล่งช็อปปิ้ง ร้านอาหารห้างสรรพสินค้าในเมืองพัทยา ต่อจากนั้น ศ.ดร.มารซ่า ยังสคอล์ เทน จากมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิล จากสหราชอาณาจักร เป็นวิทยากรให้ความรู้
Tuesday, October 22, 2013
ข่าวพัทยา งานเลี้ยงเปิดร้านอาหารแห่งใหม่ใจกลางเมืองพัทยา
งานเลี้ยงเปิดร้านอาหารแห่งใหม่ใจกลางเมืองพัทยา
คุณบรรจง จำปาหล้า จัดงานเลี้ยงสังสรรค์ฉลองเปิดร้านอาหารแห่งใหม่ภายใต้ชื่อ ‘คุณเก๋ส้มตำ’ ไก่ย่างเจ้าเก่าจากเขาสวนกวางจังหวัดขอนแก่น
19.00น.ของวันที่21ตุลาคม2556 ที่ร้านคุณเก๋ส้มตำไก่ย่างเขาสวนกวาง ถนนพัทยาเหนือสายสามตัดเข้าซอยโพธิสารซ้ายมือ คุณบรรจง จำปาหล้า เจ้าของร้านอาหารได้จัดงานเลี้ยงสังสรรค์ในโอกาสเปิดร้านใหม่ซึ่งมีเพื่อนพ้องน้องพี่ นำกระเช้าดอกไม้อาหารเสริมสุขภาพมาอวยพรกันอย่างพร้อมเพียงภายในงานจัดเลี้ยงอาหารเมนูหลักของทางร้านได้แก่ แกงส้มแปะซะปลาช้อนไข่ปลาเลียวเซียว พลัดฉ่ากุ้งแม่น้ำ ปลากะพงทอดลาดน้ำปลา ปลากะพงนึ่งมะนาว ส้มตำ ไก่ย่าง ลาบปลาสมุนไพร ยำเอ็นไก่ เนื้อแดดเดียวและเมนูอีกมากมายพร้อมเครื่องดื่มนานาชนิด และเมื่อเวลา20.00น.ได้มีพิธีเปิดร้านตัดลิบบิลโดยมี นายรณกิจ เอกะสิงห์รองนายกเมืองพัทยาให้เกียรติเดินทางมาเป็นประธานตัดลิบบิลเปิดร้านอาหารคุณเก๋ส้มตำไก่ย่าง อย่างเป็นทางการสำหรับร้านคุณเก๋ ส้มตำ ไก่ย่างรับจองโต๊ะในโอกาสงานเลี้ยงสังสรรค์ต่างๆตั้งแต่จำนวน30ท่านจนถึง150ท่านสนใจติดต่อสอบถามรายระเอียดได้ที่หมายเลขโทศัพท์087-8948533เปิดให้บริการตั้งแต่09.00น.เป็นต้นไปทุกวัน
คุณบรรจง จำปาหล้า จัดงานเลี้ยงสังสรรค์ฉลองเปิดร้านอาหารแห่งใหม่ภายใต้ชื่อ ‘คุณเก๋ส้มตำ’ ไก่ย่างเจ้าเก่าจากเขาสวนกวางจังหวัดขอนแก่น
19.00น.ของวันที่21ตุลาคม2556 ที่ร้านคุณเก๋ส้มตำไก่ย่างเขาสวนกวาง ถนนพัทยาเหนือสายสามตัดเข้าซอยโพธิสารซ้ายมือ คุณบรรจง จำปาหล้า เจ้าของร้านอาหารได้จัดงานเลี้ยงสังสรรค์ในโอกาสเปิดร้านใหม่ซึ่งมีเพื่อนพ้องน้องพี่ นำกระเช้าดอกไม้อาหารเสริมสุขภาพมาอวยพรกันอย่างพร้อมเพียงภายในงานจัดเลี้ยงอาหารเมนูหลักของทางร้านได้แก่ แกงส้มแปะซะปลาช้อนไข่ปลาเลียวเซียว พลัดฉ่ากุ้งแม่น้ำ ปลากะพงทอดลาดน้ำปลา ปลากะพงนึ่งมะนาว ส้มตำ ไก่ย่าง ลาบปลาสมุนไพร ยำเอ็นไก่ เนื้อแดดเดียวและเมนูอีกมากมายพร้อมเครื่องดื่มนานาชนิด และเมื่อเวลา20.00น.ได้มีพิธีเปิดร้านตัดลิบบิลโดยมี นายรณกิจ เอกะสิงห์รองนายกเมืองพัทยาให้เกียรติเดินทางมาเป็นประธานตัดลิบบิลเปิดร้านอาหารคุณเก๋ส้มตำไก่ย่าง อย่างเป็นทางการสำหรับร้านคุณเก๋ ส้มตำ ไก่ย่างรับจองโต๊ะในโอกาสงานเลี้ยงสังสรรค์ต่างๆตั้งแต่จำนวน30ท่านจนถึง150ท่านสนใจติดต่อสอบถามรายระเอียดได้ที่หมายเลขโทศัพท์087-8948533เปิดให้บริการตั้งแต่09.00น.เป็นต้นไปทุกวัน
ข่าวชลบุรี กิจกรรมค่ายวัฒนธรรมสัมพันธ์
กิจกรรมค่ายวัฒนธรรมสัมพันธ์ ครั้งที่ 2 โครงการแข่งขันไตรกีฬาภาษาไทย ห่างไกลยาเสพติด
ที่ศาลาว่าการเมืองพัทยา สมาคมอักษรปริศนา ได้จัดกิจกรรมค่ายวัฒนธรรมสัมพันธ์ ครั้งที่ 2 ขึ้น ในโครงการแข่งขันไตรกีฬาภาษาไทย ห่างไกลยาเสพติด ซึ่งเป็นการแข่งขันเกม หมากคำ คิด อ่าน เขียน สะกดคำศัพท์ภาษาไทยเชิงกีฬาจาก อักษรไทย พยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ เพื่อสรรหาผู้มีความสามารถเป็นเลิศเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศต่อไป โดยมีผู้ผ่านรอบคัดเลือกเข้าร่วมกิจกรรมทั้งสิ้น 20 คน เป็นเยาวชนในระดับมัธยมศึกษา จำนวน 15 คน และระดับอุดมศึกษา จำนวน 5 คน ซึ่งในครั้งนี้ได้เรียนเชิญวิทยากรจากสำนักงาน ป.ป.ส.นายธีระศักดิ์ พูลคล้าย ผอ.ส่วนการข่าวและเฝ้าระวังยาเสพติด สำนักงาน ป.ป.ส.ภาค2 มาบรรยายพิเศษแก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมในหัวข้อ พิษภัยของยาเสพติดให้โทษ
ที่ศาลาว่าการเมืองพัทยา สมาคมอักษรปริศนา ได้จัดกิจกรรมค่ายวัฒนธรรมสัมพันธ์ ครั้งที่ 2 ขึ้น ในโครงการแข่งขันไตรกีฬาภาษาไทย ห่างไกลยาเสพติด ซึ่งเป็นการแข่งขันเกม หมากคำ คิด อ่าน เขียน สะกดคำศัพท์ภาษาไทยเชิงกีฬาจาก อักษรไทย พยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ เพื่อสรรหาผู้มีความสามารถเป็นเลิศเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศต่อไป โดยมีผู้ผ่านรอบคัดเลือกเข้าร่วมกิจกรรมทั้งสิ้น 20 คน เป็นเยาวชนในระดับมัธยมศึกษา จำนวน 15 คน และระดับอุดมศึกษา จำนวน 5 คน ซึ่งในครั้งนี้ได้เรียนเชิญวิทยากรจากสำนักงาน ป.ป.ส.นายธีระศักดิ์ พูลคล้าย ผอ.ส่วนการข่าวและเฝ้าระวังยาเสพติด สำนักงาน ป.ป.ส.ภาค2 มาบรรยายพิเศษแก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมในหัวข้อ พิษภัยของยาเสพติดให้โทษ
ข่าวพัทยา การประชุมเตรียมความพร้อมโครงการอุปสมบทหมู่เฉลิมพระเกียรติ
การประชุมเตรียมความพร้อมโครงการอุปสมบทหมู่เฉลิมพระเกียรติ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประจำปี 2556
นายวัฒนา จันทนวรานนท์ รองนายกเมืองพัทยา เป็นประธานในการประชุมเตรียมความพร้อมโครงการอุปสมบทหมู่เฉลิมพระเกียรติ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประจำปี 2556 โดยมีคณะผู้บริหารเมืองพัทยา และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมกันอย่างพร้อมเพรียง
เนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา 86 พรรษา ในวันที่ 5 ธ.ค. 2556 ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เมืองพัทยาและพสกนิกรชาวเมืองพัทยาได้พร้อมใจกันจัดงานอุปสมบทหมู่เฉลิมพระเกียรติ เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้แสดงความจงรักภักดี และมีโอกาสร่วมกันบำเพ็ญคุณงามความดีถวายเป็นพระราชกุศล ทั้งนี้เพื่อเป็นการสืบทอดพระพุทธศาสนาและเป็นผลอนิสงฆ์อันยิ่งใหญ่บังเกิดอรรถประโยชน์อันเป็นกุศลอย่างมากมายแก่ผู้บวช ผู้ให้การอุปถัมภ์ และผู้เข้าร่วมกิจกรรม โดยในปีนี้เมืองพัทยากำหนดจัดโครงการอุปสมบทหมู่เฉลิมพระเกียรติขึ้นในระหว่างวันที่ 2-11 ธันวาคม
โดยพิธีการและขั้นตอนต่างๆ จะจัดเหมือนในปี พ.ศ.2555 โดยได้มอบหมายหน้าที่ความรับผิดชอบในส่วนต่างๆ ให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับทราบในเบื้องต้น โดยในปีนี้ในที่ประชุมได้มีมติให้เปลี่ยนสถานที่ในการทำพิธีทำขวัญนาคและพิธีมอบผ้าไตรมาเป็นบริเวณลานด้านหลัง พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช จากเดิมที่ใช้ห้องประชุมทัพพระยา ซึ่งคับแคบ ผู้เข้าร่วมงานไม่สามารถเข้าร่วมในพิธีได้ทุกคน นอกจากนั้นในปีนี้จะได้มีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนชาวเมืองพัทยาได้ทราบพิธีการกันอย่างทั่วถึง เพื่อเป็นการเชิญชวนให้เข้าร่วมกิจกรรม และเข้าร่วมในพิธีอุปสมบทหมู่ในครั้งนี้
ซึ่งผู้ที่สนใจเข้าร่วมพิธีอุปสมบทหมู่ในครั้งนี้ จะต้องเป็นชาย อายุ ตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป มีสุขภาพร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง รับสมัครตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 22 พ.ย. ที่ฝ่ายส่งเสริมศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สำนักการศึกษา ศาลาว่าการเมืองพัทยา โทรศัพท์ 038-253100 ต่อ 3327 รับสมัครผู้อุปสมบทจำนวน 87 คน โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น
นายวัฒนา จันทนวรานนท์ รองนายกเมืองพัทยา เป็นประธานในการประชุมเตรียมความพร้อมโครงการอุปสมบทหมู่เฉลิมพระเกียรติ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประจำปี 2556 โดยมีคณะผู้บริหารเมืองพัทยา และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมกันอย่างพร้อมเพรียง
เนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา 86 พรรษา ในวันที่ 5 ธ.ค. 2556 ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เมืองพัทยาและพสกนิกรชาวเมืองพัทยาได้พร้อมใจกันจัดงานอุปสมบทหมู่เฉลิมพระเกียรติ เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้แสดงความจงรักภักดี และมีโอกาสร่วมกันบำเพ็ญคุณงามความดีถวายเป็นพระราชกุศล ทั้งนี้เพื่อเป็นการสืบทอดพระพุทธศาสนาและเป็นผลอนิสงฆ์อันยิ่งใหญ่บังเกิดอรรถประโยชน์อันเป็นกุศลอย่างมากมายแก่ผู้บวช ผู้ให้การอุปถัมภ์ และผู้เข้าร่วมกิจกรรม โดยในปีนี้เมืองพัทยากำหนดจัดโครงการอุปสมบทหมู่เฉลิมพระเกียรติขึ้นในระหว่างวันที่ 2-11 ธันวาคม
โดยพิธีการและขั้นตอนต่างๆ จะจัดเหมือนในปี พ.ศ.2555 โดยได้มอบหมายหน้าที่ความรับผิดชอบในส่วนต่างๆ ให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับทราบในเบื้องต้น โดยในปีนี้ในที่ประชุมได้มีมติให้เปลี่ยนสถานที่ในการทำพิธีทำขวัญนาคและพิธีมอบผ้าไตรมาเป็นบริเวณลานด้านหลัง พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช จากเดิมที่ใช้ห้องประชุมทัพพระยา ซึ่งคับแคบ ผู้เข้าร่วมงานไม่สามารถเข้าร่วมในพิธีได้ทุกคน นอกจากนั้นในปีนี้จะได้มีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนชาวเมืองพัทยาได้ทราบพิธีการกันอย่างทั่วถึง เพื่อเป็นการเชิญชวนให้เข้าร่วมกิจกรรม และเข้าร่วมในพิธีอุปสมบทหมู่ในครั้งนี้
ซึ่งผู้ที่สนใจเข้าร่วมพิธีอุปสมบทหมู่ในครั้งนี้ จะต้องเป็นชาย อายุ ตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป มีสุขภาพร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง รับสมัครตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 22 พ.ย. ที่ฝ่ายส่งเสริมศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สำนักการศึกษา ศาลาว่าการเมืองพัทยา โทรศัพท์ 038-253100 ต่อ 3327 รับสมัครผู้อุปสมบทจำนวน 87 คน โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น
ข่าวพัทยา การแข่งขันสนุกเกอร์พนักงานโรงแรม รอบที่2
การแข่งขันสนุกเกอร์พนักงานโรงแรม รอบที่2
บรรยากาศการแข่งขันสนุกเกอร์พนักงานโรงแรมรอบที่2 ระหว่างทีมโรงแรมอีสเทิร์นแกรนด์ VS ฮอลิเดย์อิน
15.00น.ของวันที่21ตุลาคม2556ที่ห้องสปอร์ตเนปจูนภายในโรงแรมเอเชีย พัทยา ได้มีการแข่งขันสนุกเกอร์พนักงานโรงแรม คู่ที่ท่านชมอยู่นี้เป็นการพบกันระหว่างคุณชัยวัฒน์ พลเสนาจากโรงแรมอีสเทิร์นแกรนด์เสื้อสีเทา พบกับ คุณเจษฎา บัวทอง จากทีมโรงแรมฮอลิเดย์อินเสื้อสีเขียว การแข่งขันแพ้-ชนะกัน 2 ใน 3 เฟรม เริ่มการแข่งขันทางด้านคุณเจษฎา จากโรงแรมฮอลิเดย์อิน เป็นผู้ได้เสิร์ฟระเบิดลูกเล่นก่อนแต่ไม่มีลูกใดลงหลุม เปลี่ยนให้ทางด้านคุณชัยวัฒน์จากโรงแรมอีสเทิร์นแกรนด์ได้แทงลูกเล่นต่อ โดยแทงลูกแดงไม่ลงเช่นกัน ทั้งสองทีมพลัดกันทำแต้มเบียดกันมาและพลัดกันวางสนุกและเกมจบลงด้วยทีมอีสเทิร์นแกรนด์ชนะไปก่อนในแฟรมแรก
ส่วนแฟรมที่2ทางด้านคุณชัยวัฒน์จากทีมอีสเทิร์นแกรนด์ยังคงแทงลูกลงหลุมได้แม้นยำและชนะไป 2 ต่อ 0 เฟรม ผ่านเข้าไปเล่นในรอบต่อไป
บรรยากาศการแข่งขันสนุกเกอร์พนักงานโรงแรมรอบที่2 ระหว่างทีมโรงแรมอีสเทิร์นแกรนด์ VS ฮอลิเดย์อิน
15.00น.ของวันที่21ตุลาคม2556ที่ห้องสปอร์ตเนปจูนภายในโรงแรมเอเชีย พัทยา ได้มีการแข่งขันสนุกเกอร์พนักงานโรงแรม คู่ที่ท่านชมอยู่นี้เป็นการพบกันระหว่างคุณชัยวัฒน์ พลเสนาจากโรงแรมอีสเทิร์นแกรนด์เสื้อสีเทา พบกับ คุณเจษฎา บัวทอง จากทีมโรงแรมฮอลิเดย์อินเสื้อสีเขียว การแข่งขันแพ้-ชนะกัน 2 ใน 3 เฟรม เริ่มการแข่งขันทางด้านคุณเจษฎา จากโรงแรมฮอลิเดย์อิน เป็นผู้ได้เสิร์ฟระเบิดลูกเล่นก่อนแต่ไม่มีลูกใดลงหลุม เปลี่ยนให้ทางด้านคุณชัยวัฒน์จากโรงแรมอีสเทิร์นแกรนด์ได้แทงลูกเล่นต่อ โดยแทงลูกแดงไม่ลงเช่นกัน ทั้งสองทีมพลัดกันทำแต้มเบียดกันมาและพลัดกันวางสนุกและเกมจบลงด้วยทีมอีสเทิร์นแกรนด์ชนะไปก่อนในแฟรมแรก
ส่วนแฟรมที่2ทางด้านคุณชัยวัฒน์จากทีมอีสเทิร์นแกรนด์ยังคงแทงลูกลงหลุมได้แม้นยำและชนะไป 2 ต่อ 0 เฟรม ผ่านเข้าไปเล่นในรอบต่อไป
Subscribe to:
Posts (Atom)