Sunday, September 1, 2013

ข่าวพัทยา รมว.ท่องเที่ยวฯ ลงพื้นที่ตรวจสอบคดีเรือสปีดโบ๊ทชน

รมว.ท่องเที่ยวฯ ลงพื้นที่ตรวจสอบคดีเรือสปีดโบ๊ทชน
รมว.ท่องเที่ยวและกีฬาลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหคุเรือสปีดโบ๊ทที่บรรทุกนักท่องเที่ยวชาวจีนมาชนกับเรือกระจก จนชาวจีนต้องถูกสังเวยชีวิตไป 2 ศพ พร้อมประชุมหารือความคืบหน้าของคดี และเยี่ยมเยียนนักท่องเที่ยวสร้างขวัญกำลังใจ
     นายสมศักย์ ภูรีศรีศักดิ์ รมว.กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมคณะ  ได้เดินทางมาตรวจสอบยังที่เกิดเหตุกรณีเรือสปีดโบ๊ทบรรทุกนักท่องเที่ยวชาวจีนซึ่งกลับมาจากเกาะล้านและกำลังจะเข้าฝั่งบริเวณท่าเทียบเรือแหลมบาลีฮาย แต่เกิดอุบัติเหตุชนกับรถเรือกระจก ซึ่งเป็นเรือที่ใช้ดำดูปะการังที่จอดทอดสมออยู่กลางอ่าวพัทยา จนเป็นเหตุให้มีนักท่องเที่ยวเสียชีวิตทันที 2 ศพ และบาดเจ็บอีกนับสิบราย โดยมีนายศักดิ์ชัย แตงฮ่อ นายอำเภอบางละมุง ดร.วีรวัฒน์  ค้าขาย รองนายกเมืองพัทยา นายสนิท บุญมาฉาย สมาชิกสภาเมืองพัทยา และประธานชมรมเรือท่องเที่ยวพัทยา ให้การต้อนรับ การเดินทางเข้าพื้นที่ตรวจสอบยังที่เกิดเหตุนั้น เป็นการศึกษาหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการนำเสนอการแก้ไขปัญหากับนายกรัฐมนตรีโดยตรง
     นายสมศักย์ ภูรีศรีศักดิ์  รมว.กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมคณะ  ได้เดินทางมายัง สภ.เมืองพัทยา เพื่อเข้าร่วมประชุมรับทราบความคืบหน้ากรณีเรือนักท่องเที่ยวชนกับเรือกระจก  โดยมี พ.ต.อ.อนุกูล ปรีดายุทธ พนักงานสอบสวน ผู้ทรงคุณวุฒิ สภ.เมืองพัทยา พร้อมด้วยร้อยเวรสอบสวนเจ้าของคดี ตำรวจท่องเที่ยวพัทยา ประธานชมรมเรือท่องเที่ยวพัทยา กรมเจ้าท่าภูมิภาคที่ 6 พัทยา เมืองพัทยา ร่วมประชุม นายสมศักย์  กล่าวกับผู้รับผิดชอบคดีว่า ให้ทำคดีนี้ด้วยความถูกต้องแม่นยำ และให้ทำสำนวนส่งฟ้องศาล ซึ่งจะเป็นจัดเป็นคดีแรกสำหรับการตั้งศาลท่องเที่ยว โดยจะทำการส่งสำนวนฟ้องทั้งแพ่งและอาญา ซึ่งต้องเด็ดขาด นอกจากนี้ยังเสนอการควบคุมเรือด้วย GPS โดยมีหอควบคุมการเดินเรือเข้าควบคุม
      จากนั้นเดินทางเข้าเยี่ยมและนำกระเช้าดอกไม้ไปมอบให้กับตัวแทนกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนที่ประสบอุบัติเหตุ เพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังให้กับนักท่องเที่ยว  พร้อมทั้งร่วมสอบปากคำของนักท่องเที่ยวว่าในวันเกิดเหตุนั้น ความเร็วและพฤติกรรมของคนขับเรือเป็นอย่างไร ซึ่งการมาเยี่ยมนักท่องเที่ยวดังกล่าว สร้างความปลาบปลื้มให้กับกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนเป็นอย่างยิ่ง

No comments:

Post a Comment