Wednesday, August 7, 2013

ข่าวพัทยา ตรวจสอบเหตุชักปืนโชว์หน้าผับ

ตรวจสอบเหตุชักปืนโชว์หน้าผับ
ตร.พัทยาร่วม ตร.หนองปรือ ตามสกัดจับวัยรุ่นขับกระบะต้องสงสัยชักปืนโชว์หน้าผับดัง จับได้ขณะขับรถจอดหลบในบ้าน เจอปืนซุกใต้หินหน้าบ้าน เจ้าของบ้านรับหน้าปกป้องลูกชาย ยืนยันปืนมีทะเบียนถูกต้อง แต่ปฏิเสธไม่ได้ชักปืนโชว์ใคร
     06.00 น. วันที่ 6 สิงหาคม ร.ต.อ.นภดล รักษาวงศ์ รอง สวป.สภ.เมืองพัทยา ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ศูนย์วิทยุ สภ.เมืองพัทยา ว่ามีชาวบ้านแจ้งเบาะแสว่ามีชายวัยรุ่นพกอาวุธปืนติดตัวและนำออกมาโชว์ผู้อื่นที่บริเวณผับ MC2 ย่านพัทยาใต้ซอย4 จากนั้นชายที่พกอาวุธปืนดังกล่าวได้ขึ้นรถกระบะโตโยต้าวีโก้ สีดำ หมายเลขทะเบียน  ศอ-5380 กรุงเทพมหานคร ขับหลบหนีมุ่งหน้าออกไปทางถนนสุขุมวิท หลังรับแจ้ง ร.ต.อ.นภดล รักษาวงศ์ รอง สวป.สภ.เมืองพัทยา จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและตำรวจอาสาจำนวนหนึ่งสกัดจับกุมรถกระบะดังกล่าว พร้อมประสานไปยัง ร.ต.ต.ชูพงศ์ เจริญศรี รอง สวป.สภ.หนองปรือ นำกำลังช่วยสกัดจับ พบว่ารถกระบะคันดังกล่าวได้ขับเข้าไปภายในซอยเขาน้อย ก่อนจะทะลุออกไปยังซอยเนินพลับหวาน แล้วขับไปจอดภายในบริเวณโรงจอดรถของบ้านพักแห่งหนึ่งภายในซอยมาบยายเลีย 1 จากนั้นได้พบชายไทยประมาณ 3 คน ซึ่งนั่งมาภายในรถลงมาจากรถ โดย 1 ในกลุ่มมีชายวัยรุ่นสวมเสื้อสีเหลือง ทราบชื่อคือนายสุริยา หมื่นชนะ อายุ 23 ปี เชื่อว่าน่าจะเป็นผู้ที่พกอาวุธปืนและนำออกมาโชว์ตามที่มีผู้แจ้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยาจึงแสดงตัวเพื่อขอตรวจสอบ แต่ถูกกลุ่มชายไทยดังกล่าวไม่ให้ความร่วมมือ บอกว่าตำรวจไม่มีสิทธิ์มาจับ เพราะอยู่ในบริเวณบ้านพักของตัวเอง พร้อมปฎิเสธว่าไม่มีอาวุธปืน แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขอความร่วมมือในการตรวจสอบหาอาวุธปืนเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ เมื่อตรวจสอบภายในรถไม่พบสิ่งผิดกฎหมายใดๆ แต่เมื่อตรวจสอบดูโดยรอบนอกรถ พบว่ากลุ่มชายดังกล่าวได้นำอาวุธปืนขนาด 7.65 จำนวน 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนจำนวน 7 นัดอยู่ในแม๊กกาซีนและมีซองพกปืนสวมอย่างดี นำอาวุธปืนซ่อนไว้ โดยใช้ก้อนหินที่อยู่บนแคร่ไม้ใกล้ลานจอดรถทับเอาไว้ ตำรวจจึงยึดไว้เป็นหลักฐาน เมื่อเจอของกลางอาวุธปืน นายสุริยาก็โวยวายพร้อมกับเข้าไปในบ้านให้พ่อออกมาช่วย เมื่อพ่อของนายสุริยาออกมาก็ปกป้องลูกชายว่า ปืนดังกล่าวเป็นของตน มีทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมนำเอกสารสำเนาทะเบียนปืนมาให้ดู และอ้างว่าตนขับรถไปกับลูกชายที่ผับเกิดเหตุจริง แต่ไม่ได้นำปืนไปชักออกมาโชว์ใคร และไม่ยอมให้ตำรวจจับ เพราะไม่ได้ทำอะไรผิด จากนั้นพ่อของนายสุริยาพยายามโทรศัพท์บอกพรรคพวกคนรู้จัก ซึ่งอ้างว่ามีทั้งนักการเมืองท้องถิ่นและนายตำรวจให้มาที่เกิดเหตุ เพื่อช่วยเหลือเจรจากับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพราะไม่อยากถูกจับ เมื่อไม่ได้รับความร่วมมือ ร.ต.อ.นภดล รอง สวป.สภ.เมืองพัทยา จึงแจ้งตำรวจ สภ.หนองปรือให้ทราบเรื่องเพื่อมาดำเนินการ เนื่องจากเป็นพื้นที่รับผิดชอบของ สภ.หนองปรือ และเกรงว่าผู้กระทำความผิดจะไม่ให้ความร่วมมือในการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ต่อมา พ.ต.อ.สมนึก จันทร์เกตุ ผกก.สภ.หนองปรือ รีบเดินทางมาตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ พร้อมสอบปากคำพ่อของนายสุริยา ซึ่งพ่อของนายสุริยาแสดงตัวยอมรับว่าปืนเป็นของตนพร้อมอ้างว่าได้พกนำติดตัวไปจริง แต่ไม่ได้นำออกมาโชว์ใคร และพยายามเอ่ยชื่อคนดัง ทั้งนักการเมืองท้องถิ่นและคนมีสีหลายที่รู้จัก เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเกรงใจไม่จับกุม ด้าน พ.ต.อ.สมนึก ผกก.สภ.หนองปรือ ได้ชี้แจงว่า หากพ่อของนายสุริยาพกพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตก็ต้องควบคุมตัว พร้อมยึดอาวุธปืนไปตรวจสอบเพื่อดำเนินคดีในข้อหาพกอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต จากนั้นจึงสั่งการให้ควบคุมตัวเจ้าพ่อของนายสุริยาและนายสุริยาไปทำการสอบสวนเพื่อพิจารณาดำเนินคดีตามกฎหมาย  เมื่อไปถึง สภ.หนองปรือ ผู้เป็นพ่อและลูกชายก็ให้การในชั้นพนักงานสอบสวนวกไปวนมา โดยฝ่ายพ่อนั้นแจ้งว่าไปผับกับลูกชายด้วยก่อนจะขับรถพากันกลับมาบ้านและถูกจับที่บ้าน แต่จากการสอบปากคำนายสุริยา ซึ่งเป็นลูกชายพบว่า ผู้เป็นพ่อไม่ได้ไปด้วย ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบสวนให้แน่ชัดว่าใครที่เป็นผู้พกปืนไปก่อเหตุ และฝ่ายพ่อนั้นมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ หากสอบสวนพบว่าฝ่ายพ่อแจ้งความเท็จ ตำรวจก็จะดำเนินคดีด้วย ผู้สื่อข่างรายงานเพิ่มเติมว่า ขณะที่ผู้สื่อข่าวยืนสังเกตการณ์และทำข่าวอยู่นั้น ได้ถูกชายวัยรุ่นที่เป็นพรรคพวกของลูกชายเจ้าของบ้านดังกล่าว มาพูดจาข่มขู่คุกคามสื่อมวลชน แต่ผู้สื่อข่าวไม่ได้ตอบโต้อะไร เพราะตั้งใจในการทำหน้าที่สื่อมวลชน

No comments:

Post a Comment