ประชุมการมีส่วนร่วมโครงการรถไฟความเร็วสูง
การรถไฟแห่งประเทศไทย กระทรวงคมนาคม จัดการประชุมใหญ่การมีส่วนร่วมของประชาชนครั้งที่ 1 โครงการระบบรถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศย่านสุวรรณภูมิส่วนต่อขยายจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ - ชลบุรี – พัทยา –ระยอง
ที่โรงแรมแอมบาสเดอร์ซิตี้จอมเทียน นายภวัต เลิศมุกดา นายอำเภอสัตหีบ เป็นประธานเปิดการประชุมใหญ่การมีส่วนร่วมของประชาชน ครั้งที่ 1 โครงการระบบรถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศย่านสุวรรณภูมิส่วนต่อขยายจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ - ชลบุรี – พัทยา –ระยอง ซึ่งเป็นโครงการรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพ-ระยอง จัดขึ้นโดยการรถไฟแห่งประเทศไทย กระทรวงคมนาคม โดยมีนายวุฒิศักดิ์ เริ่มกิจการ รองนายกเมืองพัทยา นายจุลเทพ จิตะสมบัติ ผู้แทนการรถไฟแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตัวแทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และตัวแทนจากภาคประชาชนเข้าร่วมในการประชุม การประชุมในวันนี้จัดขึ้นเพื่อเป็นการนำเสนอข้อมูลโครงการในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นวีดิทัศน์แนะนำโครงการ ความเป็นมาของโครงการ ขอบเขตการศึกษา แนวเส้นทาง ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและการดำเนินงานที่ผ่านมา รวมถึงการดำเนินงานด้านการประชาสัมพันธ์ และการมีส่วนร่วมของประชาชนให้กับผู้เข้าร่วมในการประชุมได้รับทราบ โดยมีนายสายันต์ อิ่มสม-สมบูรณ์ ผู้จัดการโครงการ และ ดร.พุทธชาติ ชุณหสาคร ผู้เชี่ยวชาญด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน เป็นวิทยากร พร้อมรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะจากผู้เข้าร่วมประชุม เพื่อนำไปเป็นข้อมูลในการพิจารณาปรับปรุงแนวทางในการศึกษาความเหมาะสม ในการสำรวจและออกแบบรายละเอียดของโครงการต่อไป
Monday, January 13, 2014
ข่าวชลบุรี มอบเงินช่วยเหลือเด็กชายที่ยอมเสี่ยงชีวิตช่วยน้องสาว
มอบเงินช่วยเหลือเด็กชายที่ยอมเสี่ยงชีวิตช่วยน้องสาว
นายกเหล่ากาชาดจังหวัดชลบุรี มอบเงินช่วยเหลือเด็กชายฮีโร่ที่ยอมเสี่ยงชีวิตช่วยน้อง และเตรียมมอบทุนการศึกษาให้เป็นกรณีพิเศษ
จากกรณีที่ ด.ช.สุเมธ กุลประสาร อายุ 12 ขวบ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนธรรมวาที ที่เอาตัวเข้าบัง ด.ญ.ธนพร กุลประสาร อายุ 7 ขวบ น้องสาว นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จนถูกรถกระบะ ยี่ห้ออีซูซุ สีเลือดหมู ที่มี นายคณา ทับทิมน้อย อายุ 23 ปี เป็นคนขับชนได้รับบาดเจ็บ และได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลชลบุรีนั้น ในเบื้องต้นพบว่า กระดูกบริเวณด้านหัวเขาขวาแตกเกือบละเอียด แต่เนื่องจากอายุยังน้อย ทางแพทย์จึงได้ทำการผ่าตัดใส่เหล็กที่ขาและเข้าเฝือกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ล่าสุด นางบุศราวดี เอกชัย นายกเหล่ากาชาดจังหวัดชลบุรี พร้อมคณะ ได้เดินทางมามอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้น จำนวน 5000 บาทและถุงยังชีพ ให้กับ ด.ช.สุเมธ โดยนายกเหล่ากาชาดจังหวัดชลบุรี ได้กล่าวขอชื่นชมเด็กชายสุเมธ ที่เป็นคนดี และทางเหล่ากาชาดจังหวัดชลบุรีได้เตรียมพิจารณาเรื่องเป็นกรณีพิเศษเพื่อมอบทุนการศึกษาให้จนจบการศึกษา นอกจากนี้จะมีการประสานไปยังโรงเรียนธรรมวาทีเพื่อให้เด็กชายได้เลื่อนการสอบเป็นกรณีพิเศษด้วย
โดยนางสุกัญญา คงศรี อายุ 32 ปี ผู้เป็นแม่ของเด็กชายสุเมธ ได้กล่าวขอบคุณทุกภาคส่วนที่เข้ามาให้กำลังใจ แต่คู่กรณี ที่ชนลูกชายตน ในขณะนี้ยังไม่ได้ออกมารับผิดชอบหรือเดินทางเข้ามาเยี่ยมเลย
นายกเหล่ากาชาดจังหวัดชลบุรี มอบเงินช่วยเหลือเด็กชายฮีโร่ที่ยอมเสี่ยงชีวิตช่วยน้อง และเตรียมมอบทุนการศึกษาให้เป็นกรณีพิเศษ
จากกรณีที่ ด.ช.สุเมธ กุลประสาร อายุ 12 ขวบ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนธรรมวาที ที่เอาตัวเข้าบัง ด.ญ.ธนพร กุลประสาร อายุ 7 ขวบ น้องสาว นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จนถูกรถกระบะ ยี่ห้ออีซูซุ สีเลือดหมู ที่มี นายคณา ทับทิมน้อย อายุ 23 ปี เป็นคนขับชนได้รับบาดเจ็บ และได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลชลบุรีนั้น ในเบื้องต้นพบว่า กระดูกบริเวณด้านหัวเขาขวาแตกเกือบละเอียด แต่เนื่องจากอายุยังน้อย ทางแพทย์จึงได้ทำการผ่าตัดใส่เหล็กที่ขาและเข้าเฝือกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ล่าสุด นางบุศราวดี เอกชัย นายกเหล่ากาชาดจังหวัดชลบุรี พร้อมคณะ ได้เดินทางมามอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้น จำนวน 5000 บาทและถุงยังชีพ ให้กับ ด.ช.สุเมธ โดยนายกเหล่ากาชาดจังหวัดชลบุรี ได้กล่าวขอชื่นชมเด็กชายสุเมธ ที่เป็นคนดี และทางเหล่ากาชาดจังหวัดชลบุรีได้เตรียมพิจารณาเรื่องเป็นกรณีพิเศษเพื่อมอบทุนการศึกษาให้จนจบการศึกษา นอกจากนี้จะมีการประสานไปยังโรงเรียนธรรมวาทีเพื่อให้เด็กชายได้เลื่อนการสอบเป็นกรณีพิเศษด้วย
โดยนางสุกัญญา คงศรี อายุ 32 ปี ผู้เป็นแม่ของเด็กชายสุเมธ ได้กล่าวขอบคุณทุกภาคส่วนที่เข้ามาให้กำลังใจ แต่คู่กรณี ที่ชนลูกชายตน ในขณะนี้ยังไม่ได้ออกมารับผิดชอบหรือเดินทางเข้ามาเยี่ยมเลย
ข่าวพัทยา งานเดินกินถิ่นนาเกลือครั้งที่ 5 ปิดฉากอย่างเป็นทางการแล้ว
งานเดินกินถิ่นนาเกลือครั้งที่ 5 ปิดฉากลงอย่างเป็นทางการแล้ว กับบรรยากาศอันคึกคักของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ที่มาร่วมระลึกวันวานตลาดเก่านาเกลือกันอย่างเนื่องแน่น
ช่วงค่ำของวันที่ 12 มกราคม ที่ ตลาดนาเกลือ บริเวณสถานที่จัดงานเดินกินถิ่นนาเกลือ ในวันสุดท้ายของการจัดงาน หลังจากได้จัดงานมาตั้งแต่วันเสาร์ที่ 23 พฤศจิกายน 2556 จนถึงวันอาทิตย์ที่ 12 มกราคม 2557 ซึ่งได้มีพิธีปิดอย่างเป็นทางการโดยนายวัฒนา จันทนวรานนท์ รองนายกเมืองพัทยา เป็นผู้กล่าวปิด งานเดินกินถิ่นนาเกลือ ครั้งที่ 5 ย้อนวันวานตลาดเก่านาเกลือ พร้อมสมาชิกภาเมืองพัทยา และประธานชุมชนเข้าร่วมในพิธี อีกทั้งร่วมชมการแสดงย้อนวันวาน และศิลปวัฒนธรรมไทย
ต่อจากนั้นเป็นมินิคอนเสิร์ต จากศิลปินชื่อดัง พริกไทย ที่มามอบความบันเทิงให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติที่มาร่วมย้อนวันวานตลาดเก่านาเกลือในคืนสุดท้ายนี้กันอย่างเนื่องแน่น ซึ่งภายในตลาดมีของขายมากมาย ทั้งของใช้ อาหารพื้นบ้าน อาหารทะเล มีมาจำหน่ายกันอย่างมากมาย
ช่วงค่ำของวันที่ 12 มกราคม ที่ ตลาดนาเกลือ บริเวณสถานที่จัดงานเดินกินถิ่นนาเกลือ ในวันสุดท้ายของการจัดงาน หลังจากได้จัดงานมาตั้งแต่วันเสาร์ที่ 23 พฤศจิกายน 2556 จนถึงวันอาทิตย์ที่ 12 มกราคม 2557 ซึ่งได้มีพิธีปิดอย่างเป็นทางการโดยนายวัฒนา จันทนวรานนท์ รองนายกเมืองพัทยา เป็นผู้กล่าวปิด งานเดินกินถิ่นนาเกลือ ครั้งที่ 5 ย้อนวันวานตลาดเก่านาเกลือ พร้อมสมาชิกภาเมืองพัทยา และประธานชุมชนเข้าร่วมในพิธี อีกทั้งร่วมชมการแสดงย้อนวันวาน และศิลปวัฒนธรรมไทย
ต่อจากนั้นเป็นมินิคอนเสิร์ต จากศิลปินชื่อดัง พริกไทย ที่มามอบความบันเทิงให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติที่มาร่วมย้อนวันวานตลาดเก่านาเกลือในคืนสุดท้ายนี้กันอย่างเนื่องแน่น ซึ่งภายในตลาดมีของขายมากมาย ทั้งของใช้ อาหารพื้นบ้าน อาหารทะเล มีมาจำหน่ายกันอย่างมากมาย
ข่าวพัทยา ยิงหัวสาวบริษัทฯทัวร์ดังริมหาดพัทยา
ยิงหัวสาวบริษัทฯทัวร์ดังริมหาดพัทยา
มือปืนสวมหมวกไหมพรมปิดบังใบหน้าจ่อยิงสาวบริษัททัวร์ดังพัทยาดับ ตร.คาดปมชู้สาว
เวลา 07.30 น. วันที่ 13 ม.ค. 57 พ.ต.ท. ณัฐวรรธฏ์ ศรีทองเพชร พนักงานสอบสวน สภ. เมืองพัทยา รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกอาวุธปืนยิงเสียชีวิต ที่บริเวณถนนเลียบชายหาดพัทยา หน้าโรงแรมฮาร์ดร็อค พัทยากลาง หลังรับแจ้งจึงนำกำลังรุดตรวจสอบพร้อม เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนและแพทย์เวร รพ.บางละมุง ในที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตเป็นหญิงทราบชื่อคือ น.ส.สรญา ชัยนิล อายุ 27 ปี เป็นพนักงาน บ.N.P.E. สภาพสวมชุดพนักงานบริษัท นอนเสียชีวิตอยู่ข้างถนนเลียบชายหาด ท่ามกลางสายตาประชาชน เพื่อนร่วมงานและนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ตรวจสอบสภาพศพพบถูกยิงเข้าที่บริเวณศีรษะ รวม 3 นัด ตรวจสอบพบปลอกกระสุนปืนขนาด .380 ซุปเปอร์จำนวน 3 ปลอกตกอยู่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ด้านนายพนม บุญทิม อายุ 35 ปี คนขับเรือสปีดโบ๊ทบริษัทเดียวกันให้การว่า ได้ยินเสียงผู้ตายร้องตระโกนว่าอย่า ตอนแรกคิดว่าเล่นกัน ก่อนจะได้ยินเสียงปืนดังขึ้นจำนวน 3 นัด จนผู้ตายนั้นล้มลง โดยคนร้ายเป็นชายสวมหมวกไหมพรมสีดำ ใส่หมวกกันน๊อคปิดบังใบหน้า ขับรถจักรยานยนต์ฮอนด้าคลิก สีแดงเลือดหมู จำทะเบียนไม่ได้ หลังก่อเหตุแล้วได้หลบหนีอย่างรวดเร็ว ส่วนนายธีรเทพ แซ่หอ อายุ 27 ปี ให้การเพิ่มเติมว่าผู้ตายเป็นคนที่มีหน้าตาดี และมีหนุ่มมาจีบมาก และเล่าให้ฟังว่าระยะหลังมักมีปากเสียงกับแฟนหนุ่มทราบเพียงชื่อ “ศุภโชค” บ่อยครั้ง ส่วนสาเหตุที่ทะเลาะกันมาจากเรื่องเกี่ยวกับการเล่นเฟสคุยกับหนุ่มๆ จึงทำให้แฟนหนุ่มเกิดความหึงหวงและเคยถูกแฟนถ่ายภาพเอามีดจี้คอลงเฟสด้วย ซึ่งอาจเป็นฉนวนเหตุให้ลงมือ ภายหลังจากการตรวจสอบและสอบสวนในที่เกิดอย่างละเอียดแล้วจึงลงบันทึกไว้เป็นหลักฐานเบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิฐานสาเหตุการเสียชีวิตน่ามาจากเรื่องชู้สาว อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะได้เรียกตัวแฟนหนุ่มของผู้ตายมาสอบสวนหาข้อเท็จจริงอีกครั้ง
มือปืนสวมหมวกไหมพรมปิดบังใบหน้าจ่อยิงสาวบริษัททัวร์ดังพัทยาดับ ตร.คาดปมชู้สาว
เวลา 07.30 น. วันที่ 13 ม.ค. 57 พ.ต.ท. ณัฐวรรธฏ์ ศรีทองเพชร พนักงานสอบสวน สภ. เมืองพัทยา รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกอาวุธปืนยิงเสียชีวิต ที่บริเวณถนนเลียบชายหาดพัทยา หน้าโรงแรมฮาร์ดร็อค พัทยากลาง หลังรับแจ้งจึงนำกำลังรุดตรวจสอบพร้อม เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนและแพทย์เวร รพ.บางละมุง ในที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตเป็นหญิงทราบชื่อคือ น.ส.สรญา ชัยนิล อายุ 27 ปี เป็นพนักงาน บ.N.P.E. สภาพสวมชุดพนักงานบริษัท นอนเสียชีวิตอยู่ข้างถนนเลียบชายหาด ท่ามกลางสายตาประชาชน เพื่อนร่วมงานและนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ตรวจสอบสภาพศพพบถูกยิงเข้าที่บริเวณศีรษะ รวม 3 นัด ตรวจสอบพบปลอกกระสุนปืนขนาด .380 ซุปเปอร์จำนวน 3 ปลอกตกอยู่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ด้านนายพนม บุญทิม อายุ 35 ปี คนขับเรือสปีดโบ๊ทบริษัทเดียวกันให้การว่า ได้ยินเสียงผู้ตายร้องตระโกนว่าอย่า ตอนแรกคิดว่าเล่นกัน ก่อนจะได้ยินเสียงปืนดังขึ้นจำนวน 3 นัด จนผู้ตายนั้นล้มลง โดยคนร้ายเป็นชายสวมหมวกไหมพรมสีดำ ใส่หมวกกันน๊อคปิดบังใบหน้า ขับรถจักรยานยนต์ฮอนด้าคลิก สีแดงเลือดหมู จำทะเบียนไม่ได้ หลังก่อเหตุแล้วได้หลบหนีอย่างรวดเร็ว ส่วนนายธีรเทพ แซ่หอ อายุ 27 ปี ให้การเพิ่มเติมว่าผู้ตายเป็นคนที่มีหน้าตาดี และมีหนุ่มมาจีบมาก และเล่าให้ฟังว่าระยะหลังมักมีปากเสียงกับแฟนหนุ่มทราบเพียงชื่อ “ศุภโชค” บ่อยครั้ง ส่วนสาเหตุที่ทะเลาะกันมาจากเรื่องเกี่ยวกับการเล่นเฟสคุยกับหนุ่มๆ จึงทำให้แฟนหนุ่มเกิดความหึงหวงและเคยถูกแฟนถ่ายภาพเอามีดจี้คอลงเฟสด้วย ซึ่งอาจเป็นฉนวนเหตุให้ลงมือ ภายหลังจากการตรวจสอบและสอบสวนในที่เกิดอย่างละเอียดแล้วจึงลงบันทึกไว้เป็นหลักฐานเบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิฐานสาเหตุการเสียชีวิตน่ามาจากเรื่องชู้สาว อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะได้เรียกตัวแฟนหนุ่มของผู้ตายมาสอบสวนหาข้อเท็จจริงอีกครั้ง
ข่าวศรีราชา หนุ่มวัย 27 ปี พลาด ทำปืนลั่นใส่ตัวเอง เสียชีวิต
หนุ่มวัย 27 ปี พลาด ทำปืนลั่นใส่ตัวเอง เสียชีวิต
หนุ่มซ่อมรถยนต์โชว์อาวุธปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์ ในวงเหล้า หนุ่มขับรถเทรลเลอร์ ขอดู เกิดพลาดมือโดนไกรปืนลั่นใส่หน้าผากทะลุท้ายทอย อาการสาหัสเป็นตายเท่ากัน ก่อนหามส่งให้แพทย์ช่วยเหลือ
ร.ต.อ.ชำนาญ ก่อเกิด พนักงานสอบสวน สภ.แหลมฉบัง ได้รับแจ้งจากโรงพยาบาลวิภารามแหลมฉบัง ว่ามีคนถูกอาวุธปืนมาจากห้องพักภายในอู่ซ่อมรถ ของบริษัทเอ็นแอนดี จำกัด ต.ทุ่งศุขลา อ.ศรีราชา และเข้ารักษาตัวโดยมีอาการสาหัสเป็นตายเท่ากัน หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบที่โรงพยาบาล
พบนายธีระวัฒน์ สงนอก อายุ 27 ปี ชาว จ.ของแก่น ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .38 ที่บริเวณหน้าผากกระสุนทะลุท้ายทอย เสียเลือดมาก อยู่ในอาการสาหัส แพทย์ทำการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน แต่สุดท้ายผู้บาดเจ็บทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตในเวลาต่อมา และยังพบนายมงคล อินทร์สูงเนิน อายุ 31 ปี ชาว จ.บุรีรัมย์ ซึ่งอยู่ในอาการตกใจและเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมกับแสดงตัวเป็นเจ้าของปืนลูกซองสั่นไทยประดิษฐ์ ขนาด .38 กระบอกที่สังหารนายธีรวัฒน์
จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวนายมงคล พร้อมกับเดินทางไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ พบอาวุธปืนกระบอกดังกล่าวตกอยู่ที่พื้น จากการสอบสวนนายมงคล ได้ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ได้ดื่มสุราอยู่กับเพื่อนๆและผู้ตาย ซึ่งได้นำอาวุธปืนดังกล่าวออกมาอวดโชว์ให้กับเพื่อนดู จากนั้นนายธีรวัฒน์ ได้ขอดูอาวุธปืนกระบอกดังกล่าว ซึ่งไม่คาดคิดว่าภายในปืนจะมีลูกกระสุนค้างอยู่ และนิ้วได้ไปถูกโกร่งไกปืน จึงทำให้ปืนลั่นใส่นายธีรวัฒน์ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว ซึ่งตนรู้สึกผิดเป็นอย่างมากที่ไม่ได้ตรวจสอบอาวุธปืนให้ดีเสียก่อน จนทำให้เกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้นดังกล่าว
ซึ่งอย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวนายมงคลไปทำการสอบสวนอีกครั้งต่อไป
หนุ่มซ่อมรถยนต์โชว์อาวุธปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์ ในวงเหล้า หนุ่มขับรถเทรลเลอร์ ขอดู เกิดพลาดมือโดนไกรปืนลั่นใส่หน้าผากทะลุท้ายทอย อาการสาหัสเป็นตายเท่ากัน ก่อนหามส่งให้แพทย์ช่วยเหลือ
ร.ต.อ.ชำนาญ ก่อเกิด พนักงานสอบสวน สภ.แหลมฉบัง ได้รับแจ้งจากโรงพยาบาลวิภารามแหลมฉบัง ว่ามีคนถูกอาวุธปืนมาจากห้องพักภายในอู่ซ่อมรถ ของบริษัทเอ็นแอนดี จำกัด ต.ทุ่งศุขลา อ.ศรีราชา และเข้ารักษาตัวโดยมีอาการสาหัสเป็นตายเท่ากัน หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบที่โรงพยาบาล
พบนายธีระวัฒน์ สงนอก อายุ 27 ปี ชาว จ.ของแก่น ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .38 ที่บริเวณหน้าผากกระสุนทะลุท้ายทอย เสียเลือดมาก อยู่ในอาการสาหัส แพทย์ทำการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน แต่สุดท้ายผู้บาดเจ็บทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตในเวลาต่อมา และยังพบนายมงคล อินทร์สูงเนิน อายุ 31 ปี ชาว จ.บุรีรัมย์ ซึ่งอยู่ในอาการตกใจและเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมกับแสดงตัวเป็นเจ้าของปืนลูกซองสั่นไทยประดิษฐ์ ขนาด .38 กระบอกที่สังหารนายธีรวัฒน์
จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวนายมงคล พร้อมกับเดินทางไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ พบอาวุธปืนกระบอกดังกล่าวตกอยู่ที่พื้น จากการสอบสวนนายมงคล ได้ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ได้ดื่มสุราอยู่กับเพื่อนๆและผู้ตาย ซึ่งได้นำอาวุธปืนดังกล่าวออกมาอวดโชว์ให้กับเพื่อนดู จากนั้นนายธีรวัฒน์ ได้ขอดูอาวุธปืนกระบอกดังกล่าว ซึ่งไม่คาดคิดว่าภายในปืนจะมีลูกกระสุนค้างอยู่ และนิ้วได้ไปถูกโกร่งไกปืน จึงทำให้ปืนลั่นใส่นายธีรวัฒน์ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว ซึ่งตนรู้สึกผิดเป็นอย่างมากที่ไม่ได้ตรวจสอบอาวุธปืนให้ดีเสียก่อน จนทำให้เกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้นดังกล่าว
ซึ่งอย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวนายมงคลไปทำการสอบสวนอีกครั้งต่อไป
ข่าวพัทยา แม่ใจร้ายทิ้งลูกวัย 7 วัน ไว้กับชาวบ้าน
แม่ใจร้ายทิ้งลูกวัย 7 วัน ไว้กับชาวบ้าน
แม่ใจร้ายนำลูกชายวัย 7 วัน มาฝากเลี้ยงกับหนุ่มวิน จยย.รับจ้างอ้างไปทำธุระแล้วจะกลับมารับแต่เวลาผ่านไปกว่า 8 ชม.ไม่มารับหนุ่ม จยย.รับจ้างเอะใจพาแจ้งตำรวจติดตามหาตัวแม่
วันที่ 13 ม.ค.56 พ.ต.ท.ภัทศา เดชย์ภาคกุล พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา เปิดเผยว่า เมื่อเวลาประมาณ 22.30 น. วันที่ 12 ม.ค. ได้รับแจ้งจากนายสมัย คำทองทิพย์ อายุ 42 ปี ชาว จ.เลย อาชีพขับวิน จยย.รับจ้างหน้าโรงแรมรอยัลคลิป ถนนพระตำหนัก ว่ามีหญิงสาวนำเด็กทารกเพศชาย มาฝากเลี้ยงไว้แล้วไม่มารับคืน จึงได้นำทารกมาแจ้งความเพื่อติดตามตัวแม่ใจร้าย
จากการตรวจสอบพบว่าเป็นเด็กทารกเพศชายอายุประมาณ 7 วัน อ้วนท้วนสมบูรณ์ ผิวขาว หน้าตาน่ารักน่าชัง ออกไปทางลูกครึ่งอาหรับ ถูกห่อด้วยผ้าขนหนูสีแดง สวมหมวก และเสื้อผ้าของทารก สอบถามนายสมัย คำทองทิพย์ หนุ่มขับวิน จยย.รับจ้างเล่าว่าก่อนหน้านี้แม่ของเด็กทราบชื่อเพียง น.ส.เก๋ อายุ ประมาณ 27 ปี ชาวจังหวัดหนองบัวลำภู นั้นได้มีปากเสียงกับสามีชาวชาวอิหร่านแล้วได้ว่าจ้างตนให้ไปส่งหาห้องเช่าที่วีณา เกสเฮ้าส์ บริเวณ 3 แยกทางไปศาลจังหวัดพัทยา ตนเห็นว่าแม่ของเด็กนั้นไม่มีเงิน ด้วยความสงสารจึงออกเงินให้เช่าห้อง โดยที่แม่ของเด็กบอกว่าพรุ่งนี้จะเดินทางกลับบ้านจึงได้ให้เงินค่ารถไว้ ต่อมาเมื่อช่วงประมาณ 18.00 น.แม่ของเด็กได้โทรศัพท์มาหาโดยบอกว่าให้มารับเด็กไปดูแลและอ้างว่าจะไปเก็บเสื้อผ้าที่ห้องของสามีย่านถนนวอล์คกิ้งสตรีท ตนจึงเดินทางไปรับมาดูแลให้ จนเวลาผ่านไปเกือบเที่ยงคืนแม่ของเด็กก็ยังไม่มารับ จึงได้โทรศัพท์หาแต่ก็ปิดเครื่อง ก่อนที่จะวิ่งไปดูที่ห้องเช่าที่ วีณา เกสเฮ้าส์ ก็พบว่าไม่อยู่แล้วจึงได้ตัดสินใจข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อติดตามตัวแม่ของเด็กมารับตัวเด็กกลับไป
เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้ติดต่อไปยังศูนย์สงเคราะห์เด็กและสตรีบ้านบางละมุง เพื่อให้มารับตัวทารกไปดูแล แต่ทางศูนย์ดังกล่าวไม่สามารถรับไว้ดูแลได้ ก่อนจะมีหญิงสาวพลเมืองดีที่สงสารยื่นมือเข้าช่วยเหลือรับไว้ดูแลในเบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ลงบันทึกไว้เป็นหลักฐานและจะติดตามหาตัวแม่ของเด็กทารกนี้ มารับเด็กกลับคืนไปเลี้ยงดูต่อไป
แม่ใจร้ายนำลูกชายวัย 7 วัน มาฝากเลี้ยงกับหนุ่มวิน จยย.รับจ้างอ้างไปทำธุระแล้วจะกลับมารับแต่เวลาผ่านไปกว่า 8 ชม.ไม่มารับหนุ่ม จยย.รับจ้างเอะใจพาแจ้งตำรวจติดตามหาตัวแม่
วันที่ 13 ม.ค.56 พ.ต.ท.ภัทศา เดชย์ภาคกุล พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา เปิดเผยว่า เมื่อเวลาประมาณ 22.30 น. วันที่ 12 ม.ค. ได้รับแจ้งจากนายสมัย คำทองทิพย์ อายุ 42 ปี ชาว จ.เลย อาชีพขับวิน จยย.รับจ้างหน้าโรงแรมรอยัลคลิป ถนนพระตำหนัก ว่ามีหญิงสาวนำเด็กทารกเพศชาย มาฝากเลี้ยงไว้แล้วไม่มารับคืน จึงได้นำทารกมาแจ้งความเพื่อติดตามตัวแม่ใจร้าย
จากการตรวจสอบพบว่าเป็นเด็กทารกเพศชายอายุประมาณ 7 วัน อ้วนท้วนสมบูรณ์ ผิวขาว หน้าตาน่ารักน่าชัง ออกไปทางลูกครึ่งอาหรับ ถูกห่อด้วยผ้าขนหนูสีแดง สวมหมวก และเสื้อผ้าของทารก สอบถามนายสมัย คำทองทิพย์ หนุ่มขับวิน จยย.รับจ้างเล่าว่าก่อนหน้านี้แม่ของเด็กทราบชื่อเพียง น.ส.เก๋ อายุ ประมาณ 27 ปี ชาวจังหวัดหนองบัวลำภู นั้นได้มีปากเสียงกับสามีชาวชาวอิหร่านแล้วได้ว่าจ้างตนให้ไปส่งหาห้องเช่าที่วีณา เกสเฮ้าส์ บริเวณ 3 แยกทางไปศาลจังหวัดพัทยา ตนเห็นว่าแม่ของเด็กนั้นไม่มีเงิน ด้วยความสงสารจึงออกเงินให้เช่าห้อง โดยที่แม่ของเด็กบอกว่าพรุ่งนี้จะเดินทางกลับบ้านจึงได้ให้เงินค่ารถไว้ ต่อมาเมื่อช่วงประมาณ 18.00 น.แม่ของเด็กได้โทรศัพท์มาหาโดยบอกว่าให้มารับเด็กไปดูแลและอ้างว่าจะไปเก็บเสื้อผ้าที่ห้องของสามีย่านถนนวอล์คกิ้งสตรีท ตนจึงเดินทางไปรับมาดูแลให้ จนเวลาผ่านไปเกือบเที่ยงคืนแม่ของเด็กก็ยังไม่มารับ จึงได้โทรศัพท์หาแต่ก็ปิดเครื่อง ก่อนที่จะวิ่งไปดูที่ห้องเช่าที่ วีณา เกสเฮ้าส์ ก็พบว่าไม่อยู่แล้วจึงได้ตัดสินใจข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อติดตามตัวแม่ของเด็กมารับตัวเด็กกลับไป
เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้ติดต่อไปยังศูนย์สงเคราะห์เด็กและสตรีบ้านบางละมุง เพื่อให้มารับตัวทารกไปดูแล แต่ทางศูนย์ดังกล่าวไม่สามารถรับไว้ดูแลได้ ก่อนจะมีหญิงสาวพลเมืองดีที่สงสารยื่นมือเข้าช่วยเหลือรับไว้ดูแลในเบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ลงบันทึกไว้เป็นหลักฐานและจะติดตามหาตัวแม่ของเด็กทารกนี้ มารับเด็กกลับคืนไปเลี้ยงดูต่อไป
ข่าวพัทยา ฆาตกรฆ่า 3 ศพเข้ามอบตัวที่ สภ.ท่าม่วงหวั่นถูกวิสามัญ
ฆาตกรฆ่า 3 ศพเข้ามอบตัวที่ สภ.ท่าม่วงหวั่นถูกวิสามัญ
ฆาตกรฆ่าสะเทือนขวัญ3ศพดอดเข้ามอบตัวที่ สภ.ใน อ.ท่าม่วงหวั่นถูกวิสามัญ
จากกรณีมีคนร้ายก่อเหตุพยายามข่มขืนและใช้อาวุธมีดแทง น.ส.เอ๋ (นามสมมุติ) อายุ 18 ปี ซ้ำยังใช้มีดเล่มเดียวกันแทง ด.ช.โจเซฟ อายุ 7 ปี พร้อมกับใช้ผ้าขนหนูรัดคอ ด.ช.ไมเคิล น้องชายวัย 2 ขวบ จนเสียชีวิตรวม 3 ศพ เหตุเกิดภายในบ้านพัก หมู่บ้านพาราไดซ์ฮิล 2 ซอยบุญสัมพันธ์ เมื่อวันที่ 11 ม.ค.ที่ผ่านมา
ล่าสุดเมื่อเวลา 03.30 น. วันที่ 13 ม.ค. 57 ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่านายประจักษ์ มาแสวง อายุ 18 ปี คนร้ายได้ติดต่อขอเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในเขตท้องที่ สภ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ภ.2 จว.ชลบุรี ได้รับการประสานจากตำรวจ สภ.ท่าม่วง ว่านายประจักษ์ มาแสวง อายุ 18 ปี ผู้ต้องหาคดีนี้ ได้ติดต่อเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน สภ.ท่าม่วง เมื่อช่วงเวลา 23.30 น. วันที่ 12 ม.ค.จากนั้นกำลังเจ้าหน้าที่เดินทางไปรับตัวผู้ต้องหาที่ สภ.ท่าม่วง ทันที
ฆาตกรฆ่าสะเทือนขวัญ3ศพดอดเข้ามอบตัวที่ สภ.ใน อ.ท่าม่วงหวั่นถูกวิสามัญ
จากกรณีมีคนร้ายก่อเหตุพยายามข่มขืนและใช้อาวุธมีดแทง น.ส.เอ๋ (นามสมมุติ) อายุ 18 ปี ซ้ำยังใช้มีดเล่มเดียวกันแทง ด.ช.โจเซฟ อายุ 7 ปี พร้อมกับใช้ผ้าขนหนูรัดคอ ด.ช.ไมเคิล น้องชายวัย 2 ขวบ จนเสียชีวิตรวม 3 ศพ เหตุเกิดภายในบ้านพัก หมู่บ้านพาราไดซ์ฮิล 2 ซอยบุญสัมพันธ์ เมื่อวันที่ 11 ม.ค.ที่ผ่านมา
ล่าสุดเมื่อเวลา 03.30 น. วันที่ 13 ม.ค. 57 ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่านายประจักษ์ มาแสวง อายุ 18 ปี คนร้ายได้ติดต่อขอเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในเขตท้องที่ สภ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ภ.2 จว.ชลบุรี ได้รับการประสานจากตำรวจ สภ.ท่าม่วง ว่านายประจักษ์ มาแสวง อายุ 18 ปี ผู้ต้องหาคดีนี้ ได้ติดต่อเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน สภ.ท่าม่วง เมื่อช่วงเวลา 23.30 น. วันที่ 12 ม.ค.จากนั้นกำลังเจ้าหน้าที่เดินทางไปรับตัวผู้ต้องหาที่ สภ.ท่าม่วง ทันที
ข่าวพัทยา รอง ผบช.ภ.2 ประชุมสางคดีไอ้หื่นฆ่าโหดเด็ก 3 ศพ
รอง ผบช.ภ.2 ประชุมสางคดีไอ้หื่นฆ่าโหดเด็ก 3 ศพ
รอง ผบช.ภ.2 รุดประชุมสางคดีไอ้หื่นฆ่าโหดเด็ก 3 ศพ ล่าสุดพบซิมโทรศัพท์ของสาวเคราะห์ร้ายวัย 18 ปีถูกทิ้งไว้ในปั๊มน้ำมัน คาดหนีไปกบดานเมืองกรุง ขณะที่พ่อเด็กชาวอเมริกันรู้ข่าวแทบช็อค รีบบินด่วนมารับศพลูกชายทั้ง 2 คนไปบำเพ็ญกุศล เผยเหมือนฝันร้ายแม้ตำรวจจับฆาตกรได้แต่ก็ไม่ทำให้ลูกฟื้นคืนชีวิต
กรณีมีคนร้ายก่อเหตุพยายามข่มขืนและใช้อาวุธมีดแทง น.ส.เอ๋ (นามสมมุติ) อายุ 18 ปี เสียชีวิตคาเตียงนอน ซ้ำยังใช้มีดเล่มเดียวกันแทง ด.ช.โจเซฟ อายุ 7 ปี ลูกครึ่งไทย-อเมริกัน ที่ตื่นขึ้นมาเห็นและพยายามเข้าไปช่วยเหลือ พร้อมกับใช้ผ้าขนหนูรัดคอ ด.ช.ไมเคิล น้องชายวัย 2 ขวบ จนเสียชีวิตรวม 3 ศพ เหตุเกิดภายในบ้านพัก หมู่บ้านพาราไดซ์ฮิล 2 ซอยบุญสัมพันธ์ เมื่อวันที่ 11 ม.ค.ที่ผ่านมา ตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบสามารถจับภาพคนร้ายได้อย่างชัดเจน
โดยหลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.คัชชา ธาตุศาสตร์ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี สั่งการให้ พ.ต.อ.สมนึก จันทร์เกตุ ผกก.สภ.หนองปรือ พร้อมกำลังตำรวจชุดสืบสวนออกหาข่าวไล่ล่าคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้ และเบื้องต้นได้รวบรวมพยาน-หลักฐานออกหมายจับนายประจักษ์ มาแสวง อายุ 19 ปี จ.กาญจนบุรี ฆาตกรในคดีนี้ ที่ขับรถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ 125 สีน้ำเงิน-ดำ หลบหนีไปกับ น.ส.ชนัสดา หรือป๊อบ ธนรักษ์ อายุ 17 ปี แฟนสาว ตามที่ได้รายงานไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าเมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 12 ม.ค.57 พ.ต.ท.คงศักดิ์ บุญสื่อสุวรรณ รอง ผกก.สส.สภ.หนองปรือ ได้รับแจ้งจาก น.ส.มิ้ล (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี พยานปากสำคัญ ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของ น.ส.ชนัสดา หรือป๊อบ แฟนสาวของนายประจักษ์ ว่าสามารถโทรศัพท์ติดต่อไปยังเบอร์ของ น.ส.เอ๋ (ผู้ตาย) ได้แล้ว แต่ไม่มีคนรับสาย จึงทำการเช็คเบสโทรศัพท์พบสัญญาณครั้งสุดท้ายอยู่ในปั๊มน้ำมัน ปตท. ถนนสายบายพาสแหลมฉบัง จึงเดินทางไปตรวจสอบ พบนายเอก ยืนอยู่หน้าห้องน้ำและใช้ซิมโทรศัพท์ของ น.ส.ชนัสดา อยู่ จึงเชิญตัวมาสอบสวนให้การว่า ขณะเข้าไปทำธุระในห้องน้ำพบซิมโทรศัพท์ดังกล่าววางอยู่หน้ากระจก เมื่อเอามาใส่ในโทรศัพท์ปรากฏว่ายังมีเงินเหลืออยู่จำนวนมากจึงเปิดใช้ และยืนยันว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้แต่อย่างใด
ต่อมา พล.ต.ต.สุรพล วิรัตน์โกสินทร์ รอง ผบช.ภาค 2 เดินทางมาที่ สภ.หนองปรือ อ.บางละมุง ก่อนเรียก พ.ต.ท.คงศักดิ์ บุญสื่อสุวรรณ รอง ผกก.สส. พร้อมกับทีมชุดสืบสวน เข้าร่วมประชุมหาแนวทางในการคลี่คลายคดี โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงจึงแล้วเสร็จ
พล.ต.ต.สุรพล เปิดเผยว่า สำหรับคดีนี้เป็นคดีสะเทือนขวัญประชาชนเป็นอย่างมาก ทาง พล.ต.ท.กวี สุภานันท์ ผบช.ภ.2 จึงสั่งการให้มาตรวจสอบความคืบหน้า พร้อมกับเรียกชุดสืบสวน ร่วมกันหาแนวทางคลี่คลายคดี จากการเช็คประวัตินายประจักษ์ ทราบว่าเพิ่งก่อคดีร่วมกันลักทรัพย์, กักขังหน่วงเหนี่ยว และพยายามฆ่า ในท้องที่ สภ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ก่อนหนีหมายจับมาที่เมืองพัทยา และก่อเหตุฆาตกรรมสยองขวัญดังกล่าว เบื้องต้นคาดว่าคนร้ายน่าจะหนีไปกบดานอยู่ที่กรุงเทพมหานครเพื่อแฝงตัวอยู่ในม็อบ หรือไม่อาจหนีไปอยู่บ้านญาติ ซึ่งตำรวจกำลังเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีอย่างเร่งด่วนแล้ว
จากนั้น พล.ต.ต.สุรพล ได้สอบถามข้อมูลจาก นางวิไลวรรณ ลิเบอร์แมน อายุ 32 ปี กับ Mr.Jason Lieberman อายุ 41 ปี บิดา-มารดาของเด็กชายเคราะห์ร้าย พร้อมกับกล่าวปลอบขวัญและสัญญาว่าจะเร่งติดตามจับกุมคนร้ายมาลงโทษให้ได้
ด้าน Mr.Jason Lieberman เปิดเผยว่า ปกติตนทำงานด้านไอทีอยู่ที่ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อภรรยาโทรศัพท์มาแจ้งข่าวร้ายให้ทราบ ตอนแรกตนรู้สึกช็อคและทำใจไม่ได้ เพราะเหมือนฝันร้าย เนื่องจากลูกทั้ง 2 คนคือความหวังสูงสุดในชีวิต จึงรีบบินกลับมา ถึงแม้ตำรวจจะจับคนร้ายได้แต่ก็ไม่อาจทำให้ลูกของตนฟื้นคืนขึ้นมา อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นตนกับภรรยาได้ไปรับศพลูกชายที่สถาบันนิติเวช เพื่อนำมาบำเพ็ญกุศลที่วัดบุญสัมพันธ์ และขอวิงวอนให้ตำรวจรีบจับกุมคนร้ายมาชดใช้กรรมให้ได้โดยเร็ว
รอง ผบช.ภ.2 รุดประชุมสางคดีไอ้หื่นฆ่าโหดเด็ก 3 ศพ ล่าสุดพบซิมโทรศัพท์ของสาวเคราะห์ร้ายวัย 18 ปีถูกทิ้งไว้ในปั๊มน้ำมัน คาดหนีไปกบดานเมืองกรุง ขณะที่พ่อเด็กชาวอเมริกันรู้ข่าวแทบช็อค รีบบินด่วนมารับศพลูกชายทั้ง 2 คนไปบำเพ็ญกุศล เผยเหมือนฝันร้ายแม้ตำรวจจับฆาตกรได้แต่ก็ไม่ทำให้ลูกฟื้นคืนชีวิต
กรณีมีคนร้ายก่อเหตุพยายามข่มขืนและใช้อาวุธมีดแทง น.ส.เอ๋ (นามสมมุติ) อายุ 18 ปี เสียชีวิตคาเตียงนอน ซ้ำยังใช้มีดเล่มเดียวกันแทง ด.ช.โจเซฟ อายุ 7 ปี ลูกครึ่งไทย-อเมริกัน ที่ตื่นขึ้นมาเห็นและพยายามเข้าไปช่วยเหลือ พร้อมกับใช้ผ้าขนหนูรัดคอ ด.ช.ไมเคิล น้องชายวัย 2 ขวบ จนเสียชีวิตรวม 3 ศพ เหตุเกิดภายในบ้านพัก หมู่บ้านพาราไดซ์ฮิล 2 ซอยบุญสัมพันธ์ เมื่อวันที่ 11 ม.ค.ที่ผ่านมา ตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบสามารถจับภาพคนร้ายได้อย่างชัดเจน
โดยหลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.คัชชา ธาตุศาสตร์ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี สั่งการให้ พ.ต.อ.สมนึก จันทร์เกตุ ผกก.สภ.หนองปรือ พร้อมกำลังตำรวจชุดสืบสวนออกหาข่าวไล่ล่าคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้ และเบื้องต้นได้รวบรวมพยาน-หลักฐานออกหมายจับนายประจักษ์ มาแสวง อายุ 19 ปี จ.กาญจนบุรี ฆาตกรในคดีนี้ ที่ขับรถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ 125 สีน้ำเงิน-ดำ หลบหนีไปกับ น.ส.ชนัสดา หรือป๊อบ ธนรักษ์ อายุ 17 ปี แฟนสาว ตามที่ได้รายงานไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าเมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 12 ม.ค.57 พ.ต.ท.คงศักดิ์ บุญสื่อสุวรรณ รอง ผกก.สส.สภ.หนองปรือ ได้รับแจ้งจาก น.ส.มิ้ล (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี พยานปากสำคัญ ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของ น.ส.ชนัสดา หรือป๊อบ แฟนสาวของนายประจักษ์ ว่าสามารถโทรศัพท์ติดต่อไปยังเบอร์ของ น.ส.เอ๋ (ผู้ตาย) ได้แล้ว แต่ไม่มีคนรับสาย จึงทำการเช็คเบสโทรศัพท์พบสัญญาณครั้งสุดท้ายอยู่ในปั๊มน้ำมัน ปตท. ถนนสายบายพาสแหลมฉบัง จึงเดินทางไปตรวจสอบ พบนายเอก ยืนอยู่หน้าห้องน้ำและใช้ซิมโทรศัพท์ของ น.ส.ชนัสดา อยู่ จึงเชิญตัวมาสอบสวนให้การว่า ขณะเข้าไปทำธุระในห้องน้ำพบซิมโทรศัพท์ดังกล่าววางอยู่หน้ากระจก เมื่อเอามาใส่ในโทรศัพท์ปรากฏว่ายังมีเงินเหลืออยู่จำนวนมากจึงเปิดใช้ และยืนยันว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้แต่อย่างใด
ต่อมา พล.ต.ต.สุรพล วิรัตน์โกสินทร์ รอง ผบช.ภาค 2 เดินทางมาที่ สภ.หนองปรือ อ.บางละมุง ก่อนเรียก พ.ต.ท.คงศักดิ์ บุญสื่อสุวรรณ รอง ผกก.สส. พร้อมกับทีมชุดสืบสวน เข้าร่วมประชุมหาแนวทางในการคลี่คลายคดี โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงจึงแล้วเสร็จ
พล.ต.ต.สุรพล เปิดเผยว่า สำหรับคดีนี้เป็นคดีสะเทือนขวัญประชาชนเป็นอย่างมาก ทาง พล.ต.ท.กวี สุภานันท์ ผบช.ภ.2 จึงสั่งการให้มาตรวจสอบความคืบหน้า พร้อมกับเรียกชุดสืบสวน ร่วมกันหาแนวทางคลี่คลายคดี จากการเช็คประวัตินายประจักษ์ ทราบว่าเพิ่งก่อคดีร่วมกันลักทรัพย์, กักขังหน่วงเหนี่ยว และพยายามฆ่า ในท้องที่ สภ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ก่อนหนีหมายจับมาที่เมืองพัทยา และก่อเหตุฆาตกรรมสยองขวัญดังกล่าว เบื้องต้นคาดว่าคนร้ายน่าจะหนีไปกบดานอยู่ที่กรุงเทพมหานครเพื่อแฝงตัวอยู่ในม็อบ หรือไม่อาจหนีไปอยู่บ้านญาติ ซึ่งตำรวจกำลังเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีอย่างเร่งด่วนแล้ว
จากนั้น พล.ต.ต.สุรพล ได้สอบถามข้อมูลจาก นางวิไลวรรณ ลิเบอร์แมน อายุ 32 ปี กับ Mr.Jason Lieberman อายุ 41 ปี บิดา-มารดาของเด็กชายเคราะห์ร้าย พร้อมกับกล่าวปลอบขวัญและสัญญาว่าจะเร่งติดตามจับกุมคนร้ายมาลงโทษให้ได้
ด้าน Mr.Jason Lieberman เปิดเผยว่า ปกติตนทำงานด้านไอทีอยู่ที่ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อภรรยาโทรศัพท์มาแจ้งข่าวร้ายให้ทราบ ตอนแรกตนรู้สึกช็อคและทำใจไม่ได้ เพราะเหมือนฝันร้าย เนื่องจากลูกทั้ง 2 คนคือความหวังสูงสุดในชีวิต จึงรีบบินกลับมา ถึงแม้ตำรวจจะจับคนร้ายได้แต่ก็ไม่อาจทำให้ลูกของตนฟื้นคืนขึ้นมา อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นตนกับภรรยาได้ไปรับศพลูกชายที่สถาบันนิติเวช เพื่อนำมาบำเพ็ญกุศลที่วัดบุญสัมพันธ์ และขอวิงวอนให้ตำรวจรีบจับกุมคนร้ายมาชดใช้กรรมให้ได้โดยเร็ว
Sunday, January 12, 2014
ข่าวพัทยา หนุ่มอ้างตำรวจเรียกเก็บเงินส่วย มอบตัว
หนุ่มอ้างตำรวจเรียกเก็บเงินส่วย มอบตัว
หนุ่มอ้างตัวเป็นตำรวจเรียกเก็บส่วยวินจยย. เดินทางเข้ามอบตัวแล้ว สารภาพทำเองไม่มีตำรวจเกี่ยวข้อง
จากเหตุการณ์ที่มีกลุ่มวิน จยย.รับจ้างจำนวน 10 คน เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อ ร.ต.ท. วุฒิพงษ์ ตระกูลวิรัตตันติ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา ให้ดำเนินคดีกับอาสาสมัครตำรวจจราจร สภ.พัทยา แต่งตัวคล้ายตำรวจครึ่งท่อน ได้กล่าวอ้างว่าเป็นตำรวจยศนายดาบ มาเรียกเก็บเงินส่วย ในราคา 5 พันบาท ต่อเดือนโดยอ้างเป็นนโยบายของผู้บังคับบัญชา และได้รับคำสั่งจากนายตำรวจยศ สวป.ให้มาดำเนิการเรียกเก็บ แต่ทางกลุ่มจยย.รับจ้างขอต่อรองเหลือ 3 พันบาทต่อเดือน ก่อนที่จะจ่ายเงินไปภายหลังบรรดากลุ่มจยย.รับจ้างสงสัยว่าน่าจะเป็นตำรวจปลอมเนื่องจากชื่อที่ผู้แอบอ้างว่าเป็นตำรวจยศนายดาบนั้น ป่วยอยู่รพ. แต่ทำไมมาเก็บส่วยได้ ตามที่ได้รายงานข่าวไปแล้วนั้นความคืบหน้าที่ล่าสุด นายสุนทร หมั่นมี อายุ 32 ปี ชาว จ.นครราชสีมา ผู้แอบอ้างเป็นตำรวจอาสาจราจร พัทยา ได้เดินทางเข้ามอบตัว เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาแล้ว เบื้องต้นนั้นเจ้าพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อความหาไว้ 3 ข้อหา 1.กระทำกรอ้างตัวเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ 2. แต่งกายคล้ายเจ้าพนักงานตำรวจ 3. แต่งเครื่องแบบเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ โดยมีโทษทั้งจำและปรับ ทั้งนี้ พ.ต.อ. สุวรรณ์ เชียวนาวินธวัส ผกก.สภ.เมืองพัทยา ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่าฝากถึงกลุ่มผู้ประกอบการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นวิน จยย.รับจ้าง วินรถสองแถว หรือผู้ประกอบอื่นๆ ว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา ไม่มีนโยบายที่จะทำการเรียกเก็บเงินจากผู้ประกอบการต่างๆ หากกลุ่มผู้ประกอบการนั้นพบเห็นกลุ่มบุคคลที่เข้าไปทำการแอบอ้างหรือแสวงหาผลประโยชน์โดยอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ให้แจ้งมาทาง สภ.เมืองพัทยา เพื่อจะได้ดำเนินการอย่างเฉียบขาด
หนุ่มอ้างตัวเป็นตำรวจเรียกเก็บส่วยวินจยย. เดินทางเข้ามอบตัวแล้ว สารภาพทำเองไม่มีตำรวจเกี่ยวข้อง
จากเหตุการณ์ที่มีกลุ่มวิน จยย.รับจ้างจำนวน 10 คน เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อ ร.ต.ท. วุฒิพงษ์ ตระกูลวิรัตตันติ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา ให้ดำเนินคดีกับอาสาสมัครตำรวจจราจร สภ.พัทยา แต่งตัวคล้ายตำรวจครึ่งท่อน ได้กล่าวอ้างว่าเป็นตำรวจยศนายดาบ มาเรียกเก็บเงินส่วย ในราคา 5 พันบาท ต่อเดือนโดยอ้างเป็นนโยบายของผู้บังคับบัญชา และได้รับคำสั่งจากนายตำรวจยศ สวป.ให้มาดำเนิการเรียกเก็บ แต่ทางกลุ่มจยย.รับจ้างขอต่อรองเหลือ 3 พันบาทต่อเดือน ก่อนที่จะจ่ายเงินไปภายหลังบรรดากลุ่มจยย.รับจ้างสงสัยว่าน่าจะเป็นตำรวจปลอมเนื่องจากชื่อที่ผู้แอบอ้างว่าเป็นตำรวจยศนายดาบนั้น ป่วยอยู่รพ. แต่ทำไมมาเก็บส่วยได้ ตามที่ได้รายงานข่าวไปแล้วนั้นความคืบหน้าที่ล่าสุด นายสุนทร หมั่นมี อายุ 32 ปี ชาว จ.นครราชสีมา ผู้แอบอ้างเป็นตำรวจอาสาจราจร พัทยา ได้เดินทางเข้ามอบตัว เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาแล้ว เบื้องต้นนั้นเจ้าพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อความหาไว้ 3 ข้อหา 1.กระทำกรอ้างตัวเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ 2. แต่งกายคล้ายเจ้าพนักงานตำรวจ 3. แต่งเครื่องแบบเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ โดยมีโทษทั้งจำและปรับ ทั้งนี้ พ.ต.อ. สุวรรณ์ เชียวนาวินธวัส ผกก.สภ.เมืองพัทยา ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่าฝากถึงกลุ่มผู้ประกอบการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นวิน จยย.รับจ้าง วินรถสองแถว หรือผู้ประกอบอื่นๆ ว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา ไม่มีนโยบายที่จะทำการเรียกเก็บเงินจากผู้ประกอบการต่างๆ หากกลุ่มผู้ประกอบการนั้นพบเห็นกลุ่มบุคคลที่เข้าไปทำการแอบอ้างหรือแสวงหาผลประโยชน์โดยอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ให้แจ้งมาทาง สภ.เมืองพัทยา เพื่อจะได้ดำเนินการอย่างเฉียบขาด
Friday, January 10, 2014
ข่าวพัทยา เปิดแฮปปี้บาร์
เปิดแฮปปี้บาร์
บรรยากาศพิธีเปิดบาร์แฮปปี้ปากซอยเฉลิมพระเกียรติ31สาย3
เสียง/บรรยาย
ช่วงค่ำที่ร้านแฮปปี้บาร์ ถนนสาย 3 ปากซอยเฉลิมพระเกียรติ 31 นายภาสกร หอมชื่น เปิดสถานบรรเทิงแห่งใหม่ยามค่ำคืนเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ โดยมี พ.ต.อ.ศุภชัย ผุยแก้วคำ ผกก. สภ.บางละมุง พร้อมด้วย พ.ต.อ.สุวรรณ เชี่ยวนาวินธวัช ผกก.สภ เมืองพัทยา นำกระเช้าเข้าร่วมแสดงความยินดีพร้อมเพื่อนๆสื่อมวลชนทุกแขนงเข้าร่วมงานกันอย่างพร้อมเพรียง สำหรับแฮปปี้บาร์ เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 20.00น.เป็นต้นไป จนถึง24.00น.มีคาราโอเกะให้ได้ร่วมสนุกในการร้องเพลงตามอัธยาศัย
บรรยากาศพิธีเปิดบาร์แฮปปี้ปากซอยเฉลิมพระเกียรติ31สาย3
เสียง/บรรยาย
ช่วงค่ำที่ร้านแฮปปี้บาร์ ถนนสาย 3 ปากซอยเฉลิมพระเกียรติ 31 นายภาสกร หอมชื่น เปิดสถานบรรเทิงแห่งใหม่ยามค่ำคืนเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ โดยมี พ.ต.อ.ศุภชัย ผุยแก้วคำ ผกก. สภ.บางละมุง พร้อมด้วย พ.ต.อ.สุวรรณ เชี่ยวนาวินธวัช ผกก.สภ เมืองพัทยา นำกระเช้าเข้าร่วมแสดงความยินดีพร้อมเพื่อนๆสื่อมวลชนทุกแขนงเข้าร่วมงานกันอย่างพร้อมเพรียง สำหรับแฮปปี้บาร์ เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 20.00น.เป็นต้นไป จนถึง24.00น.มีคาราโอเกะให้ได้ร่วมสนุกในการร้องเพลงตามอัธยาศัย
ข่าวพัทยา พิธีทำบุญเนื่องในโอกาสเปิดร้านใหม่ ร้านกลอสคาเฟ่
พิธีทำบุญเนื่องในโอกาสเปิดร้านใหม่ ร้านกลอสคาเฟ่
ที่ร้านกลอสคาเฟ่ ถนนสุขุมวิท ปากซอยสุขุมวิท 44 นายธฤษณุ (ทะ-ริด-สะ-นุ) อภิวัฒน์ชญานนท์ พร้อมครอบครัว ได้จัดพิธีทำบุญเนื่องในโอกาสเปิดร้านใหม่ โดยได้นิมนต์พระสงฆ์จากวัดธรรมสามัคคี จำนวน 5 รูป มาสวดเจริญพุทธมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคล โดยมีครอบครัว ญาติพี่น้องเข้าร่วมในพิธี จากนั้นทางเจ้าภาพได้ถวายภัตราหารเช้าและจตุปัจจัยแด่พระภิกษุสงฆ์ พร้อมกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลแด่เจ้ากรรมนายเวร โดยร้านกลอสคาเฟ่ เป็นร้านจำหน่ายกาแฟ เครื่องดื่ม และเค้ก ตกแต่งร้านแบบสไตล์โมเดิร์น เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 09.00-20.00 น. มีบริการทั้งกาแฟสด เอสเปซโซ่ อเมริกาโน่ ลาเต้ โกโก้ และเค้กหลากหลายชนิดให้บริการ พร้อม WiFi ฟรี สำหรับลูกค้าที่มาใช้บริการภายในร้าน พบกับโปรโมชั่นต้อนรับเปิดร้าน ซื้อกาแฟ 2 แก้ว หรือเครื่องดื่ม รับฟรีทันที 1 แก้ว และเค้กราคาเริ่มต้นที่ 85 บาท และถ้ามาใช้บริการ 4 คนขึ้นไป เช็ดคอินที่ร้านกลอสคาเฟ่ มีสิทธิ์ลุ้นกินฟรีทั้งโต๊ะ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ เบอร์โทรศัพท์ 089-898-8981
ที่ร้านกลอสคาเฟ่ ถนนสุขุมวิท ปากซอยสุขุมวิท 44 นายธฤษณุ (ทะ-ริด-สะ-นุ) อภิวัฒน์ชญานนท์ พร้อมครอบครัว ได้จัดพิธีทำบุญเนื่องในโอกาสเปิดร้านใหม่ โดยได้นิมนต์พระสงฆ์จากวัดธรรมสามัคคี จำนวน 5 รูป มาสวดเจริญพุทธมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคล โดยมีครอบครัว ญาติพี่น้องเข้าร่วมในพิธี จากนั้นทางเจ้าภาพได้ถวายภัตราหารเช้าและจตุปัจจัยแด่พระภิกษุสงฆ์ พร้อมกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลแด่เจ้ากรรมนายเวร โดยร้านกลอสคาเฟ่ เป็นร้านจำหน่ายกาแฟ เครื่องดื่ม และเค้ก ตกแต่งร้านแบบสไตล์โมเดิร์น เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 09.00-20.00 น. มีบริการทั้งกาแฟสด เอสเปซโซ่ อเมริกาโน่ ลาเต้ โกโก้ และเค้กหลากหลายชนิดให้บริการ พร้อม WiFi ฟรี สำหรับลูกค้าที่มาใช้บริการภายในร้าน พบกับโปรโมชั่นต้อนรับเปิดร้าน ซื้อกาแฟ 2 แก้ว หรือเครื่องดื่ม รับฟรีทันที 1 แก้ว และเค้กราคาเริ่มต้นที่ 85 บาท และถ้ามาใช้บริการ 4 คนขึ้นไป เช็ดคอินที่ร้านกลอสคาเฟ่ มีสิทธิ์ลุ้นกินฟรีทั้งโต๊ะ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ เบอร์โทรศัพท์ 089-898-8981
ข่าวพัทยา สมาคมชาวใต้ชลบุรีมอบทุนการศึกษา
สมาคมชาวใต้ชลบุรีมอบทุนการศึกษา
สมาคมชาวใต้ชลบุรีและ TMN เคเบิลทีวี มอบทุนการศึกษาแก่นักเรียนโรงเรียนเมืองพัทยา 7 เพื่อสนับสนุนเด็กและเยาวชนให้รักการศึกษาเล่าเรียน
ที่โรงเรียนเมืองพัทยา 7 (บ้านหนองพังแค) ทางคณะกรรมการสมาคมชาวใต้ชลบุรี นำโดย นายสมสิน ทิพย์มณี นายกสมาคมชาวใต้ชลบุรี พร้อมด้วยนายสมคิด อุ่นเรือน ประธานชมรมชาวใต้มิตรสายสัมพันธ์เมืองพัทยา ได้เดินทางนำเงินจำนวน 20,000 บาท มามอบให้กับทางโรงเรียนเมืองพัทยา 7 เพื่อเป็นทุนการศึกษาแก่นักเรียนของโรงเรียนเมืองพัทยา 7 โดยมีนายมนัส คงวัฒนะ ผู้อำนวยการโรงเรียนเมืองพัทยา 7 เป็นผู้รับมอบ นอกจากนั้นนายสมสิน ทิพย์มณี ยังได้เป็นตัวแทนของทาง TMN เคเบิ้ลทีวี มอบเงินอีกจำนวน 5,000 บาท เพื่อสมทบทุนการศึกษาในครั้งนี้อีกด้วย
สมาคมชาวใต้ชลบุรีและ TMN เคเบิลทีวี มอบทุนการศึกษาแก่นักเรียนโรงเรียนเมืองพัทยา 7 เพื่อสนับสนุนเด็กและเยาวชนให้รักการศึกษาเล่าเรียน
ที่โรงเรียนเมืองพัทยา 7 (บ้านหนองพังแค) ทางคณะกรรมการสมาคมชาวใต้ชลบุรี นำโดย นายสมสิน ทิพย์มณี นายกสมาคมชาวใต้ชลบุรี พร้อมด้วยนายสมคิด อุ่นเรือน ประธานชมรมชาวใต้มิตรสายสัมพันธ์เมืองพัทยา ได้เดินทางนำเงินจำนวน 20,000 บาท มามอบให้กับทางโรงเรียนเมืองพัทยา 7 เพื่อเป็นทุนการศึกษาแก่นักเรียนของโรงเรียนเมืองพัทยา 7 โดยมีนายมนัส คงวัฒนะ ผู้อำนวยการโรงเรียนเมืองพัทยา 7 เป็นผู้รับมอบ นอกจากนั้นนายสมสิน ทิพย์มณี ยังได้เป็นตัวแทนของทาง TMN เคเบิ้ลทีวี มอบเงินอีกจำนวน 5,000 บาท เพื่อสมทบทุนการศึกษาในครั้งนี้อีกด้วย
ข่าวนองปรือ กิจกรรมวันเด็ก ทม.หนองปรือ
กิจกรรมวันเด็ก ทม.หนองปรือ
เทศบาลเมืองหนองปรือจัดกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติประจำปี 2557 เด็กๆ แห่เที่ยวงานกันอย่างล้นหลาม
เทศบาลเมืองหนองปรือได้มีการจัดกิจกรรมวันเด็ก โดยมีผู้เข้าร่วมงานในครั้งนี้มากมาย รวมถึงร้านค้าต่างๆ ก็ได้เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ มีอาหารหลากหลายชนิดให้ผู้เข้าร่วมงานได้รับประทานฟรีตลอดงาน และในงานนี้ได้มี MR.NIGELOAKES ได้มอบเงินจำนวน 100,000 บาท และสโมสรพัทยาสปอตคลับ นำโดย MR.WILLIAM MACAY มอบเงินอีก จำนวน 50,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 150,000 บาท เพื่อสมทบกองทุนสวัสดิการสังคมเพื่อเด็กพิเศษ โดยนายมาย ไชยนิตย์ นายกเทศมนตรีเมืองหนองปรือ เป็นผู้รับ และได้ขึ้นกล่าวต้อนรับ คณะนายศักดิ์ชัย แตงฮ่อ นายอำเภอบางละมุง และกล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการจัดงานครั้งนี้ ต่อจากนั้นนายศักดิ์ชัย แตงฮ่อนายอำเภอบางละมุง ได้ขึ้นกล่าวเปิดงาน บรรยากาศภายในงานมีร้านค้าจากพี่น้องประชาชน และชุมชนต่างๆ ได้จัดเตรียมอาหารมาบริการพี่น้องประชาชนให้ได้รับประทานกันฟรี รวมทั้ง TMN เคเบิ้ล ได้นำเสื้อ สมุด ดินสอและปากกามาแจกให้เด็กเช่นเดียวกัน ซึ่งได้รับความสนใจจากเด็กๆ และผู้ปกครองเป็นอย่างมาก และภายในบริเวณเวทีโดมเทศบาลเมืองหนองปรือ นายมาย ไชยนิตย์ นายกเทศมนตรีเมืองหนองปรือ พร้อมด้วยนางจำเนียร ไชยนิตย์ ได้แจกรางวัลเป็นรถจักรยานให้เด็กนักเรียน
เทศบาลเมืองหนองปรือจัดกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติประจำปี 2557 เด็กๆ แห่เที่ยวงานกันอย่างล้นหลาม
เทศบาลเมืองหนองปรือได้มีการจัดกิจกรรมวันเด็ก โดยมีผู้เข้าร่วมงานในครั้งนี้มากมาย รวมถึงร้านค้าต่างๆ ก็ได้เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ มีอาหารหลากหลายชนิดให้ผู้เข้าร่วมงานได้รับประทานฟรีตลอดงาน และในงานนี้ได้มี MR.NIGELOAKES ได้มอบเงินจำนวน 100,000 บาท และสโมสรพัทยาสปอตคลับ นำโดย MR.WILLIAM MACAY มอบเงินอีก จำนวน 50,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 150,000 บาท เพื่อสมทบกองทุนสวัสดิการสังคมเพื่อเด็กพิเศษ โดยนายมาย ไชยนิตย์ นายกเทศมนตรีเมืองหนองปรือ เป็นผู้รับ และได้ขึ้นกล่าวต้อนรับ คณะนายศักดิ์ชัย แตงฮ่อ นายอำเภอบางละมุง และกล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการจัดงานครั้งนี้ ต่อจากนั้นนายศักดิ์ชัย แตงฮ่อนายอำเภอบางละมุง ได้ขึ้นกล่าวเปิดงาน บรรยากาศภายในงานมีร้านค้าจากพี่น้องประชาชน และชุมชนต่างๆ ได้จัดเตรียมอาหารมาบริการพี่น้องประชาชนให้ได้รับประทานกันฟรี รวมทั้ง TMN เคเบิ้ล ได้นำเสื้อ สมุด ดินสอและปากกามาแจกให้เด็กเช่นเดียวกัน ซึ่งได้รับความสนใจจากเด็กๆ และผู้ปกครองเป็นอย่างมาก และภายในบริเวณเวทีโดมเทศบาลเมืองหนองปรือ นายมาย ไชยนิตย์ นายกเทศมนตรีเมืองหนองปรือ พร้อมด้วยนางจำเนียร ไชยนิตย์ ได้แจกรางวัลเป็นรถจักรยานให้เด็กนักเรียน
ข่าวพัทยา เปิดงาน PATTAYA PROPERTY SHOW
เปิดงาน PATTAYA PROPERTY SHOW
เปิดอย่างเป็นทางการกับ PATTAYA PROPERTY SHOW งานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 1 ที่รวบรวมโครงการอสังหาริมทรัพย์ในเมืองพัทยามานำเสนอนักลงทุนและผู้ที่มองหาบ้านเพื่ออยู่อาศัย
นายอิทธิพล คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา เป็นประธานเปิดงาน PATTAYA PROPERTY SHOW งานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 1 ที่รวบรวมโครงการอสังหาริมทรัพย์ในเมืองพัทยา นำโดย 3 กลุ่มบริษัทฯ อาทิ กลุ่มบริษัทฯ “ยูนิเวอร์แซล กรุ๊ป” ผู้พัฒนาโครงการคอนโดฯ เซเว่นซี, ซาวานนา แซนด์, กลุ่มบริษัทฯ “บลูสกาย กรุ๊ป” เจ้าของโครงการคอนโดฯ แอตแลนติส, แกรนด์ แคริบเบี้ยนฯ, เวเนเชี่ยน และกลุ่มบริษัทฯ “เอพลัส พรอพเพอร์ตี้” พร้อมโปรโมชั่นมากมายมามอบให้กับผู้ซื้อชาวไทยและชาวต่างชาติ ทั้งซื้อเพื่ออยู่อาศัยและเพื่อลงทุน โดยงานดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่าง บริษัท เอคแซกท์ เทรดดิ้ง จำกัด และเมืองพัทยา หวังจัดกิจกรรมกระตุ้นเศรษฐกิจและตลาดอสังหาริมทรัพย์เมืองชายทะเลในปีนี้ซึ่งได้กำหนดให้จัดงานขึ้นระหว่างวันที่ 9-12 มกราคม ณ ห้องแกรนด์ บอลรูม โรงแรมฮิลตัน พัทยา
เปิดอย่างเป็นทางการกับ PATTAYA PROPERTY SHOW งานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 1 ที่รวบรวมโครงการอสังหาริมทรัพย์ในเมืองพัทยามานำเสนอนักลงทุนและผู้ที่มองหาบ้านเพื่ออยู่อาศัย
นายอิทธิพล คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา เป็นประธานเปิดงาน PATTAYA PROPERTY SHOW งานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 1 ที่รวบรวมโครงการอสังหาริมทรัพย์ในเมืองพัทยา นำโดย 3 กลุ่มบริษัทฯ อาทิ กลุ่มบริษัทฯ “ยูนิเวอร์แซล กรุ๊ป” ผู้พัฒนาโครงการคอนโดฯ เซเว่นซี, ซาวานนา แซนด์, กลุ่มบริษัทฯ “บลูสกาย กรุ๊ป” เจ้าของโครงการคอนโดฯ แอตแลนติส, แกรนด์ แคริบเบี้ยนฯ, เวเนเชี่ยน และกลุ่มบริษัทฯ “เอพลัส พรอพเพอร์ตี้” พร้อมโปรโมชั่นมากมายมามอบให้กับผู้ซื้อชาวไทยและชาวต่างชาติ ทั้งซื้อเพื่ออยู่อาศัยและเพื่อลงทุน โดยงานดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่าง บริษัท เอคแซกท์ เทรดดิ้ง จำกัด และเมืองพัทยา หวังจัดกิจกรรมกระตุ้นเศรษฐกิจและตลาดอสังหาริมทรัพย์เมืองชายทะเลในปีนี้ซึ่งได้กำหนดให้จัดงานขึ้นระหว่างวันที่ 9-12 มกราคม ณ ห้องแกรนด์ บอลรูม โรงแรมฮิลตัน พัทยา
ข่าวพัทยา จับหนุ่มขี้คุกค้ายาพร้อมของกลางยาบ้าและยาไอซ์
จับหนุ่มขี้คุกค้ายาพร้อมของกลางยาบ้าและยาไอซ์
จับหนุ่ม ค้ายา พร้อมของกลางยาบ้าและยาไอซ์ สารภาพออกจากคุกไม่มีงานทำจึงจำเป็นต้องขายยาบ้าเพื่อหาเงิน
เวลา 11.00 น. วันที่ 10 ม.ค. 57 ร.ต.อ.วิษณุ ไชยสุวรรณ รอง สวป.สภ.เมืองพัทยา พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและตำรวจอาสา สภ.เมืองพัทยา ร่วมกันจับกุมตัวนายหนึ่ง อินวง อายุ 30 ปี พร้อมด้วยของกลางยาบ้า 105 เม็ด ยาไอซ์ 4.0 กรัม ที่บ้านพักภายในซอยแบทแมน หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่านายหนึ่งมีพฤติกรรมยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด และยังเป็นเอเย่นจำหน่ายยาเสพติดอีกด้วย จึงได้วางแผนให้สายลับติดตามดูพฤติกรรมจนแน่ชัด จึงได้ให้สายลับกระจายกำลังกันอยู่ภายในซอยดังกล่าว จนกระทั่งนายหนึ่งและแฟนสาวเดินออกมาจึงได้แสดงตัวขอทำการตรวจค้น จนสามารถตรวจยึดของกลางทั้งยาบ้าและยาไอซ์ได้ดังกล่าว สอบถามให้การรับสารภาพว่า ยาบ้าทั้งหมดเป็นของตนเองซื้อมาเพื่อเสพและจำหน่ายให้กับวัยรุ่นในพื้นที่เมืองพัทยา เดินทางเข้าออกเรือนจำเป็นประจำ เพิ่งพ้นโทษออกมาก็ไม่รู้จะไม่ทำงานอะไรจึงหวนกลับมาขายยาเหมือนเดิม จนมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับได้อีกครั้ง เบื้องต้นส่งตัวนายหนึ่งให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา ดำเนินตามกฎหมายต่อไป
จับหนุ่ม ค้ายา พร้อมของกลางยาบ้าและยาไอซ์ สารภาพออกจากคุกไม่มีงานทำจึงจำเป็นต้องขายยาบ้าเพื่อหาเงิน
เวลา 11.00 น. วันที่ 10 ม.ค. 57 ร.ต.อ.วิษณุ ไชยสุวรรณ รอง สวป.สภ.เมืองพัทยา พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและตำรวจอาสา สภ.เมืองพัทยา ร่วมกันจับกุมตัวนายหนึ่ง อินวง อายุ 30 ปี พร้อมด้วยของกลางยาบ้า 105 เม็ด ยาไอซ์ 4.0 กรัม ที่บ้านพักภายในซอยแบทแมน หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่านายหนึ่งมีพฤติกรรมยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด และยังเป็นเอเย่นจำหน่ายยาเสพติดอีกด้วย จึงได้วางแผนให้สายลับติดตามดูพฤติกรรมจนแน่ชัด จึงได้ให้สายลับกระจายกำลังกันอยู่ภายในซอยดังกล่าว จนกระทั่งนายหนึ่งและแฟนสาวเดินออกมาจึงได้แสดงตัวขอทำการตรวจค้น จนสามารถตรวจยึดของกลางทั้งยาบ้าและยาไอซ์ได้ดังกล่าว สอบถามให้การรับสารภาพว่า ยาบ้าทั้งหมดเป็นของตนเองซื้อมาเพื่อเสพและจำหน่ายให้กับวัยรุ่นในพื้นที่เมืองพัทยา เดินทางเข้าออกเรือนจำเป็นประจำ เพิ่งพ้นโทษออกมาก็ไม่รู้จะไม่ทำงานอะไรจึงหวนกลับมาขายยาเหมือนเดิม จนมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับได้อีกครั้ง เบื้องต้นส่งตัวนายหนึ่งให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา ดำเนินตามกฎหมายต่อไป
ข่าวชลบุรี บุกจับคลินิกเสริมความงามเถื่อน
บุกจับคลินิกเสริมความงามเถื่อน
สาธารณสุขจังหวัดชลบุรี ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจคุ้มครองผู้บริโภค บุกจับคลินิกเถื่อนเสริมความงามที่ลักลอบฉีดผิวขาวให้กับวัยรุ่นและนักศึกษา ย่าน ม.บูรพา
พ.ต.ท.ฉัตรมงคล วศินอมร รองผู้กำกับการ 4 บังคับการปราบปรามผู้บริโภค ร่วมกับตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค พร้อมด้วย ภญ.รติกร ประเสริฐไทยเจริญ หัวหน้ากลุ่มงานคุ้มครอง นำกำลังบุกจับกุมคลินิกเสริมความงามเถื่อน NN Beauty ตั้งอยู่ในชั้น1 หอพักสิมิลัน ตึกA ข้างมหาวิทยาลัยบูรพา
จากการตรวจค้นพบนางสาวนิตยา ดีลี อายุ 28 ปี ชาว จ.สมุทรปราการ ผู้เป็นเจ้าของร้านกำลังให้บริการฉีดสารกลูต้าไธโอน ซึ่งเป็นสารเร่งความขาวให้กับลูกค้าอยู่บนเตียง และยังพบสารโบท๊อก สารฟิลเลอร์ อาหารเสริม เข็มฉีดยา และเครื่องสำอางผิดกฎหมายจำนวนมาก เจ้าหน้าที่จึงเก็บทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน
จากการสอบสวนทราบว่า นางสาวนิตยา เคยทำงานในสถานเสริมความงาม ตำแหน่งผู้ช่วยแพทย์มานานกว่า 3 ปี เมื่อเกิดความชำนาญจึงออกมาเปิดร้านเองเป็นเวลา 1 ปี แล้ว โดยลูกค้าส่วนใหญ่เป็นนิสิตนักศึกษา โดยจะคิดค่าบริการครั้งละ 1,000-20,000 บาท เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงทำการแจ้งข้อกล่าวหาเปิดสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต ประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยไม่ใช่แพทย์ ขายยาโดยไม่ได้รับอนุญาต ขายยาที่ไม่ขึ้นทะเบียน ขายเครื่องสำอางที่ฉลากไม่ถูกต้องครบถ้วน ขายอาหารเสริมที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท
ด้านสาธารณสุขจังหวัดชลบุรีฝากเตือนประชาชนว่าอย่าหลงเชื่อการฉีดผิวขาวด้วยกลูต้าไธโอน เนื่องจากเป็นยาที่ผิดกฎหมาย ปัจจุบันสำนักงานอาหารและยา ยังไม่มีการขึ้นทะเบียนยาดังกล่าว ทั้งนี้หากผู้ใดพบเห็นหรือทราบเบาะแสการลักลอบฉีดผิวขาว สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน อย. 1556 หรือติดต่อสำงานสาธารณสุขจังหวัดได้ทุกจังหวัด
สาธารณสุขจังหวัดชลบุรี ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจคุ้มครองผู้บริโภค บุกจับคลินิกเถื่อนเสริมความงามที่ลักลอบฉีดผิวขาวให้กับวัยรุ่นและนักศึกษา ย่าน ม.บูรพา
พ.ต.ท.ฉัตรมงคล วศินอมร รองผู้กำกับการ 4 บังคับการปราบปรามผู้บริโภค ร่วมกับตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค พร้อมด้วย ภญ.รติกร ประเสริฐไทยเจริญ หัวหน้ากลุ่มงานคุ้มครอง นำกำลังบุกจับกุมคลินิกเสริมความงามเถื่อน NN Beauty ตั้งอยู่ในชั้น1 หอพักสิมิลัน ตึกA ข้างมหาวิทยาลัยบูรพา
จากการตรวจค้นพบนางสาวนิตยา ดีลี อายุ 28 ปี ชาว จ.สมุทรปราการ ผู้เป็นเจ้าของร้านกำลังให้บริการฉีดสารกลูต้าไธโอน ซึ่งเป็นสารเร่งความขาวให้กับลูกค้าอยู่บนเตียง และยังพบสารโบท๊อก สารฟิลเลอร์ อาหารเสริม เข็มฉีดยา และเครื่องสำอางผิดกฎหมายจำนวนมาก เจ้าหน้าที่จึงเก็บทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน
จากการสอบสวนทราบว่า นางสาวนิตยา เคยทำงานในสถานเสริมความงาม ตำแหน่งผู้ช่วยแพทย์มานานกว่า 3 ปี เมื่อเกิดความชำนาญจึงออกมาเปิดร้านเองเป็นเวลา 1 ปี แล้ว โดยลูกค้าส่วนใหญ่เป็นนิสิตนักศึกษา โดยจะคิดค่าบริการครั้งละ 1,000-20,000 บาท เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงทำการแจ้งข้อกล่าวหาเปิดสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต ประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยไม่ใช่แพทย์ ขายยาโดยไม่ได้รับอนุญาต ขายยาที่ไม่ขึ้นทะเบียน ขายเครื่องสำอางที่ฉลากไม่ถูกต้องครบถ้วน ขายอาหารเสริมที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท
ด้านสาธารณสุขจังหวัดชลบุรีฝากเตือนประชาชนว่าอย่าหลงเชื่อการฉีดผิวขาวด้วยกลูต้าไธโอน เนื่องจากเป็นยาที่ผิดกฎหมาย ปัจจุบันสำนักงานอาหารและยา ยังไม่มีการขึ้นทะเบียนยาดังกล่าว ทั้งนี้หากผู้ใดพบเห็นหรือทราบเบาะแสการลักลอบฉีดผิวขาว สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน อย. 1556 หรือติดต่อสำงานสาธารณสุขจังหวัดได้ทุกจังหวัด
ข่าวพัทยา เพลิงไหม้ตลาดไนท์มาเก็ต
เพลิงไหม้ตลาดไนท์มาเก็ต
เกิดเหตุ ไฟไหม้ตลาดไนท์มาเก็ต ประเมินความเสียหายกว่า 2 ล้านบาท เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบต้นเพลิง ว่ามาจากล็อคไหน
แต่พบเพียงล๊อคเดียวที่ไม่ถูกเพลิงไหม้ ตรวจสอบด้านในพบปฏิทินที่มีพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ผู้ที่พบเห็นต่างยกมือไหว้และเชื่อว่าเป็นเพราะพระบารมีของ 2 พระองค์ เพลิงจึงไม่ลุกไหม้ล็อคนี้
พ.ต.ท.ภูมิพัฒน์ นามพุทธา พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา สาขาโค้งดงตาล ได้รับแจ้งมีเหตุเพลิงไหม้ภายในตลาดไนท์มาเก็ต แอนด์ เจ.ที. บริเวณปากซอย 9 ถ.เลียบชายหาดจอมเทียน หลังรับแจ้งจึงประสานหน่วยป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเมืองพัทยา นำรถน้ำดับเพลิงรวม 2 คัน รีบรุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุเป็นตลาดนัดขนาดใหญ่ พบกลุ่มพ่อค้า-แม่ค้ากำลังช่วยกันดับเพลิงที่กำลังลุกไหม้เต๊นท์จำหน่ายสินค้า เจ้าหน้าที่จึงระดมฉีดน้ำดับเพลิงโดยใช้เวลาประมาณ 20 นาที เพลิงจึงสงบ จากการตรวจสอบพบว่าไฟได้ไหม้แผงขายสินค้าไปจำนวน 13 ล็อค มูลค่าความเสียหายประมาณ 2 ล้านบาท สอบถามนายอาณัติ พันชัยศรี อายุ 35 ปี เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุเห็นกลุ่มควันพวยพุ่งออกจากเต๊นท์จำหน่ายสินค้าบริเวณดังกล่าว แต่ไม่ทราบว่าต้นเพลิงเกิดจากล็อคไหน จากนั้นไฟได้ลุกไหม้ขึ้นอย่างรวดเร็ว ด้านนายมาโนช ไกรนุช อายุ 42 ปี เจ้าของร้านจำหน่ายกระเป๋า เล่าต่อไปว่า ตนเพิ่งลงทุนซื้อกระเป๋าถือล็อตใหม่มาจำหน่ายที่ร้านได้ไม่กี่วัน แต่ก็มาถูกไฟไหม้ หลังเพื่อนโทรศัพท์ไปบอกจึงรีบมาดู ส่วนสาเหตุของเพลิงไหม้ตนไม่ทราบ และคงต้องรอให้เจ้าของตลาดว่าจะดำเนินการช่วยเหลืออย่างไร
ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดเผยว่า จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุเบื้องต้นยังไม่สามารถระบุได้ว่าต้นเพลิงมาจากล็อคไหน และยังไม่ฟันธงว่ามาจากสาเหตุใด เพราะปกติตลาดจะเปิดไฟฟ้าให้กลุ่มพ่อค้า-แม่ค้าใช้เวลา 16.00-24.00 น. ซึ่งในช่วงเกิดเหตุยังไม่ได้ปล่อยกระแสไฟฟ้า ส่วนจะเป็นการวางเพลิงหรือไม่คงต้องรอเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานมาตรวจสอบที่เกิดเหตุอีกครั้ง ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับตลาดไนท์มาเก็ต เป็นของนางวาสนา ขวัญเมือง ซึ่งตรวจสอบล็อคที่ B17 ซึ่งเป็นร้านจำหน่ายสินค้าที่ระลึก ปรากฏว่าไม่ถูกเพลิงไหม้หรือได้รับความเสียหายแต่อย่างใดทั้งๆ ที่ล็อค 18 ที่อยู่ติดกันถูกไฟไหม้ทั้งหมด เมื่อเข้าไปดูด้านในพบปฏิทินที่มีพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ห้อยอยู่ ชาวบ้านที่ทราบข่าวต่างพากันยกมือไหว้ท่วมหัวและเชื่อว่าเป็นเพราะพระบารมีของ 2 พระองค์ท่าน เพลิงจึงไม่ลุกไหม้ล็อคนี้
เกิดเหตุ ไฟไหม้ตลาดไนท์มาเก็ต ประเมินความเสียหายกว่า 2 ล้านบาท เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบต้นเพลิง ว่ามาจากล็อคไหน
แต่พบเพียงล๊อคเดียวที่ไม่ถูกเพลิงไหม้ ตรวจสอบด้านในพบปฏิทินที่มีพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ผู้ที่พบเห็นต่างยกมือไหว้และเชื่อว่าเป็นเพราะพระบารมีของ 2 พระองค์ เพลิงจึงไม่ลุกไหม้ล็อคนี้
พ.ต.ท.ภูมิพัฒน์ นามพุทธา พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา สาขาโค้งดงตาล ได้รับแจ้งมีเหตุเพลิงไหม้ภายในตลาดไนท์มาเก็ต แอนด์ เจ.ที. บริเวณปากซอย 9 ถ.เลียบชายหาดจอมเทียน หลังรับแจ้งจึงประสานหน่วยป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเมืองพัทยา นำรถน้ำดับเพลิงรวม 2 คัน รีบรุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุเป็นตลาดนัดขนาดใหญ่ พบกลุ่มพ่อค้า-แม่ค้ากำลังช่วยกันดับเพลิงที่กำลังลุกไหม้เต๊นท์จำหน่ายสินค้า เจ้าหน้าที่จึงระดมฉีดน้ำดับเพลิงโดยใช้เวลาประมาณ 20 นาที เพลิงจึงสงบ จากการตรวจสอบพบว่าไฟได้ไหม้แผงขายสินค้าไปจำนวน 13 ล็อค มูลค่าความเสียหายประมาณ 2 ล้านบาท สอบถามนายอาณัติ พันชัยศรี อายุ 35 ปี เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุเห็นกลุ่มควันพวยพุ่งออกจากเต๊นท์จำหน่ายสินค้าบริเวณดังกล่าว แต่ไม่ทราบว่าต้นเพลิงเกิดจากล็อคไหน จากนั้นไฟได้ลุกไหม้ขึ้นอย่างรวดเร็ว ด้านนายมาโนช ไกรนุช อายุ 42 ปี เจ้าของร้านจำหน่ายกระเป๋า เล่าต่อไปว่า ตนเพิ่งลงทุนซื้อกระเป๋าถือล็อตใหม่มาจำหน่ายที่ร้านได้ไม่กี่วัน แต่ก็มาถูกไฟไหม้ หลังเพื่อนโทรศัพท์ไปบอกจึงรีบมาดู ส่วนสาเหตุของเพลิงไหม้ตนไม่ทราบ และคงต้องรอให้เจ้าของตลาดว่าจะดำเนินการช่วยเหลืออย่างไร
ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดเผยว่า จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุเบื้องต้นยังไม่สามารถระบุได้ว่าต้นเพลิงมาจากล็อคไหน และยังไม่ฟันธงว่ามาจากสาเหตุใด เพราะปกติตลาดจะเปิดไฟฟ้าให้กลุ่มพ่อค้า-แม่ค้าใช้เวลา 16.00-24.00 น. ซึ่งในช่วงเกิดเหตุยังไม่ได้ปล่อยกระแสไฟฟ้า ส่วนจะเป็นการวางเพลิงหรือไม่คงต้องรอเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานมาตรวจสอบที่เกิดเหตุอีกครั้ง ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับตลาดไนท์มาเก็ต เป็นของนางวาสนา ขวัญเมือง ซึ่งตรวจสอบล็อคที่ B17 ซึ่งเป็นร้านจำหน่ายสินค้าที่ระลึก ปรากฏว่าไม่ถูกเพลิงไหม้หรือได้รับความเสียหายแต่อย่างใดทั้งๆ ที่ล็อค 18 ที่อยู่ติดกันถูกไฟไหม้ทั้งหมด เมื่อเข้าไปดูด้านในพบปฏิทินที่มีพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ห้อยอยู่ ชาวบ้านที่ทราบข่าวต่างพากันยกมือไหว้ท่วมหัวและเชื่อว่าเป็นเพราะพระบารมีของ 2 พระองค์ท่าน เพลิงจึงไม่ลุกไหม้ล็อคนี้
ข่าวพัทยา นอภ. บางละมุงนำกำลังออกกวดขันวินัยจราจร
นอภ. บางละมุงนำกำลังออกกวดขันวินัยจราจรถนนเลียบชายหาดพัทยา เพื่อกวดขันดูแลเกี่ยวกับมาตรการในการแก้ไขปัญหาจราจร หวังแก้ไขปัญหาระยะยาว
หลังจากจังหวัดชลบุรี ร่วมกับอำเภอบางละมุง และเมืองพัทยา ผนึกกำลังแก้ไขปัญหาการจัดระเบียบการจราจร บริเวณถนนเลียบสายชายหาดพัทยา ตั้งแต่พัทยาเหนือถึงพัทยาใต้ โดยมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 8 ม.ค.ที่ผ่านมานั้น
ล่าสุดเมื่อวันที่ 9 ม.ค.57 นายศักดิ์ชัย แตงฮ่อ นอภ.บางละมุง พร้อมด้วย นายรณกิจ เอกะสิงห์ รองนายกเมืองพัทยา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณจุดจอดรถรับส่งผู้โดยสารทั้ง 17 จุด ที่ได้จัดกำลังเจ้าหน้าหน้าที่ ทั้ง อปพร.บางละมุง, อาสาสมัครรักษาดินแดน, เทศกิจเมืองพัทยา และเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.เมืองพัทยา ไปประจำทุกจุด เพื่อกวดขันดูแลเกี่ยวกับมาตรการในการแก้ไขปัญหาจราจร
จากการตรวจสอบพบว่าในหลายๆ จุด ได้รับความร่วมมือจากบรรดาผู้ประกอบการรถเช่า นักท่องเที่ยว และประชาชนทั่วไปไม่จอดในที่ห้ามจอด ทำให้การจอดรถรับส่งผู้โดยสารเป็นไปอย่างมีระบบระเบียบ แต่จะมีอยู่บางจุดที่ยังมีผู้มักง่ายแอบนำทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์มาจอด โดยในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.เมืองพัทยา ได้ดำเนินการล็อคล้อรถยนต์ ส่วนรถจักรยานยนต์ได้ยกไปเก็บไว้ที่คอกเอกชน พร้อมกับเขียนใบสั่งให้เจ้าของรถไปชำระค่าปรับ เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง
นายศักดิ์ชัย นอภ.บางละมุง กล่าวว่า สำหรับการจัดระเบียบด้านการจราจรบริเวณถนนเลียบชายหาดพัทยา จะดำเนินการตามมาตรการนี้ไปตลอดระยะเวลา 3 เดือน จนกว่าผู้ใช้รถใช้ถนนจะมีจิตสำนึกในการรักษากฎระเบียบวินัยจราจร ไม่จอดในที่ห้ามจอด และคาดว่าน่าจะแก้ไขปัญหาด้านการจราจรติดขัดได้ในระยะยาว
หลังจากจังหวัดชลบุรี ร่วมกับอำเภอบางละมุง และเมืองพัทยา ผนึกกำลังแก้ไขปัญหาการจัดระเบียบการจราจร บริเวณถนนเลียบสายชายหาดพัทยา ตั้งแต่พัทยาเหนือถึงพัทยาใต้ โดยมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 8 ม.ค.ที่ผ่านมานั้น
ล่าสุดเมื่อวันที่ 9 ม.ค.57 นายศักดิ์ชัย แตงฮ่อ นอภ.บางละมุง พร้อมด้วย นายรณกิจ เอกะสิงห์ รองนายกเมืองพัทยา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณจุดจอดรถรับส่งผู้โดยสารทั้ง 17 จุด ที่ได้จัดกำลังเจ้าหน้าหน้าที่ ทั้ง อปพร.บางละมุง, อาสาสมัครรักษาดินแดน, เทศกิจเมืองพัทยา และเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.เมืองพัทยา ไปประจำทุกจุด เพื่อกวดขันดูแลเกี่ยวกับมาตรการในการแก้ไขปัญหาจราจร
จากการตรวจสอบพบว่าในหลายๆ จุด ได้รับความร่วมมือจากบรรดาผู้ประกอบการรถเช่า นักท่องเที่ยว และประชาชนทั่วไปไม่จอดในที่ห้ามจอด ทำให้การจอดรถรับส่งผู้โดยสารเป็นไปอย่างมีระบบระเบียบ แต่จะมีอยู่บางจุดที่ยังมีผู้มักง่ายแอบนำทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์มาจอด โดยในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.เมืองพัทยา ได้ดำเนินการล็อคล้อรถยนต์ ส่วนรถจักรยานยนต์ได้ยกไปเก็บไว้ที่คอกเอกชน พร้อมกับเขียนใบสั่งให้เจ้าของรถไปชำระค่าปรับ เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง
นายศักดิ์ชัย นอภ.บางละมุง กล่าวว่า สำหรับการจัดระเบียบด้านการจราจรบริเวณถนนเลียบชายหาดพัทยา จะดำเนินการตามมาตรการนี้ไปตลอดระยะเวลา 3 เดือน จนกว่าผู้ใช้รถใช้ถนนจะมีจิตสำนึกในการรักษากฎระเบียบวินัยจราจร ไม่จอดในที่ห้ามจอด และคาดว่าน่าจะแก้ไขปัญหาด้านการจราจรติดขัดได้ในระยะยาว
ข่าวพัทยา หนุ่มน้ำใจงามเก็บเงินได้ร่วมแสน
หนุ่มน้ำใจงามเก็บเงินได้ร่วมแสน
หนุ่มขับรถรับจ้างน้ำใจงาม เก็บเงินได้ร่วมแสน จึงนำมาแจ้งความตามหาเจ้าของ ที่ สภ.พัทยา
เมื่อเวลา 04.00 น. วันที่ 10 ม.ค. 57 นายชนณัฎฐ์ เสียงหวาน อายุ 42 ปี ชาว จ.กาญจนบุรี อาชีพขับรถรับจ้างที่สนามบินสุวรรณภูมิ ได้นำเงินสกุลต่างประเทศจำนวนมากนับเป็นเงินไทยร่วมแสนบาท เข้าแจ้งความต่อ ร.ต.ท. จักรกฤษณ์ จันตาคำ ร้อยเวรสอบสวนเพื่อติดตามหาเจ้าของ
ด้านนายชนณัฎฐ์ เล่าว่า เมื่อเวลา 02.00 น. ตนได้รับผู้โดยสารเป็นชาวรัสเซีย ชาย-หญิง 2 คน จากสนามบินสุวรรณภูมิมาส่งที่พัทยา ย่านวอล์คกิ้งสตรีท พัทยาใต้ หลังจากผู้โดยสารลงจากรถแล้ว ระหว่างที่ขับรถมาเรื่อยๆ และจอดรถที่ปั้มน้ำมันเพื่อทำความสะอาดและได้พบกับซองใส่จดหมายที่เบาะนั่งด้านหลังตกอยู่ที่เบาะ จึงเก็บขึ้นมาตรวจสอบ พบว่าภายในมีเงินสดสกุลต่างประเทศจำนวนมาก แต่ไม่รู้ว่าจะไปคืนให้ผู้โดยสารได้ที่ไหน จึงได้ตัดสินใจนำเงินจำนวนดังกล่าวมาแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองพัทยา เพื่อติดตามหาเจ้าของซึ่งเจ้าของเงินเองอาจจะได้รับความเดือดร้อนและอาจจะมาติดตามที่ สภ. เมืองพัทยา
ด้านร.ต.ท. จักรกฤษณ์ จันตาคำ ร้อยเวรสอบสวน กล่าวว่า เป็นเรื่องที่น่าชื่นชมที่โชเฟอร์คนนี้เก็บเงินสดได้แล้วนำมาแจ้ความเพื่อติดตามหาเจ้าของ เป็นการทำหน้าที่ช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เป็นอย่างดี ประกอบกับในปี 2558 ประเทศไทยจะเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ซึ่งเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับนักธุรกิจที่จะเดินทางมาประเทศไทยมาขึ้นด้วย อย่างไรทางเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องขอยกย่องในความมีน้ำใจงามและเป็นเจ้าบ้านที่ดี
หนุ่มขับรถรับจ้างน้ำใจงาม เก็บเงินได้ร่วมแสน จึงนำมาแจ้งความตามหาเจ้าของ ที่ สภ.พัทยา
เมื่อเวลา 04.00 น. วันที่ 10 ม.ค. 57 นายชนณัฎฐ์ เสียงหวาน อายุ 42 ปี ชาว จ.กาญจนบุรี อาชีพขับรถรับจ้างที่สนามบินสุวรรณภูมิ ได้นำเงินสกุลต่างประเทศจำนวนมากนับเป็นเงินไทยร่วมแสนบาท เข้าแจ้งความต่อ ร.ต.ท. จักรกฤษณ์ จันตาคำ ร้อยเวรสอบสวนเพื่อติดตามหาเจ้าของ
ด้านนายชนณัฎฐ์ เล่าว่า เมื่อเวลา 02.00 น. ตนได้รับผู้โดยสารเป็นชาวรัสเซีย ชาย-หญิง 2 คน จากสนามบินสุวรรณภูมิมาส่งที่พัทยา ย่านวอล์คกิ้งสตรีท พัทยาใต้ หลังจากผู้โดยสารลงจากรถแล้ว ระหว่างที่ขับรถมาเรื่อยๆ และจอดรถที่ปั้มน้ำมันเพื่อทำความสะอาดและได้พบกับซองใส่จดหมายที่เบาะนั่งด้านหลังตกอยู่ที่เบาะ จึงเก็บขึ้นมาตรวจสอบ พบว่าภายในมีเงินสดสกุลต่างประเทศจำนวนมาก แต่ไม่รู้ว่าจะไปคืนให้ผู้โดยสารได้ที่ไหน จึงได้ตัดสินใจนำเงินจำนวนดังกล่าวมาแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองพัทยา เพื่อติดตามหาเจ้าของซึ่งเจ้าของเงินเองอาจจะได้รับความเดือดร้อนและอาจจะมาติดตามที่ สภ. เมืองพัทยา
ด้านร.ต.ท. จักรกฤษณ์ จันตาคำ ร้อยเวรสอบสวน กล่าวว่า เป็นเรื่องที่น่าชื่นชมที่โชเฟอร์คนนี้เก็บเงินสดได้แล้วนำมาแจ้ความเพื่อติดตามหาเจ้าของ เป็นการทำหน้าที่ช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เป็นอย่างดี ประกอบกับในปี 2558 ประเทศไทยจะเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ซึ่งเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับนักธุรกิจที่จะเดินทางมาประเทศไทยมาขึ้นด้วย อย่างไรทางเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องขอยกย่องในความมีน้ำใจงามและเป็นเจ้าบ้านที่ดี
ข่าวพัทยา คนร้ายลอบยิงร้านอาหาร
คนร้ายลอบยิงร้านอาหาร
คนร้ายใช้อาวุธปืนลอบยิงใส่ร้านอาหาร กระสุนถูกรถเก๋งเจ้าของร้านได้รับความเสียหาย โชคดีที่ไม่ใครได้รับบาดเจ็บ
เมื่อวันที่ 10 ม.ค.57 พ.ต.ท. ภัทศา เดชภาคย์กุล พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา รับแจ้งมีคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงใส่ร้านอาหารคริสเตียเนีย ตั้งอยู่บริเวณสะพานต่างระดับแหลมบาลีฮาย ได้รับความเสียหาย หลังรับแจ้งจึงนำกำลังรุดไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพานิช สูง 4 ชั้น 2 คูหา พบลูกค้าชาวต่างชาติที่นั่งทานอาหารในร้านมีสีหน้าตื่นตระหนกตกใจกลัว ตรวจสอบพบรถยนต์เก๋งยี่ห้อ ฮอนด้า สีบรอน ถูกกระสุนเจาะทะลุหลังคาได้รับความเสียหายและธงชาติที่แขวนหน้าร้านรวมถึงประตูกระจกหน้าร้านถูกกระสุนเจาะเป็นรู ส่วนลูกค้าที่นั่งในร้านไม่มีใครได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด ตรวจสอบบนสะพานต่างระดับตรงจุดที่คาดว่าน่าจะเป็นจุดที่คนร้ายใช้ในการก่อเหตุพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. ตกอยู่ที่พื้นจำนวน 3 ปลอก และที่หน้าร้านพบหัวกระสุนจำนวน 2 หัว จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
สอบสวนนายบรรลือ เอี่ยมมีศรี อายุ 28 ปี ให้การว่าขณะที่ตนนั้นพักผ่อนที่ด้านบนได้ยินเสียงปืนดังขึ้นประมาณ 3 นัด ตอนแรกคิดว่าไม่มีอะไร คิดว่าวัยรุ่นไล่ยิงกันบนสะพานเพราะได้ยิงเสียงรถจักรยานยนต์รีบขับวิ่งไป จนแม่ได้วิ่งขึ้นไปบอกว่าที่ร้านโดนยิง จึงได้ลงมาตรวจสอบที่ด้านล่างก็พบว่ารถเก๋งที่จอดหน้าร้านได้รับความเสียหายรวมถึงประตูร้าน แต่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด ส่วนสาเหตุที่มีคนมายิงใส่ร้านนั้นตนคาดว่าน่าจะมาจากเหตุเมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมาหลังจากที่ตนนั้นได้มีปากเสียงกับคนขับจักรยานยนต์รับจ้างเรื่องการจอดรถขวางทางกัน ในตอนนั้นตนได้จอดรถเพื่อส่งแม่ที่หน้าร้าน และจักรยานยนต์รับจ้างที่มีปากเสียงกับตนนั้นผ่านไปไม่ได้จนมีการโต้เถียงกันรุนแรง จำได้เพียงสวมเสื้อวินสีเขียว รถจักรยานยนต์แบบหญิงเท่านั้น เพราะไม่ได้สังเกตอะไรมาก ภายหลังจากการตรวจสอบและสอบสวนในที่เกิดเหตุอย่างละเอียดแล้วจึงลงบันทึกไว้เป็นหลักฐานต่อไป เบื้องต้นไม่สามารถตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดบริเวณไฟแดงได้เนื่องจากระบบกล้องใช้การไม่ได้ อย่างไรก็ตามจะได้หาพยานแวดล้อมและกล้องวงจรไกล้เคียงที่เกิดเหตุเพื่อเป็นเบาะแสหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
คนร้ายใช้อาวุธปืนลอบยิงใส่ร้านอาหาร กระสุนถูกรถเก๋งเจ้าของร้านได้รับความเสียหาย โชคดีที่ไม่ใครได้รับบาดเจ็บ
เมื่อวันที่ 10 ม.ค.57 พ.ต.ท. ภัทศา เดชภาคย์กุล พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา รับแจ้งมีคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงใส่ร้านอาหารคริสเตียเนีย ตั้งอยู่บริเวณสะพานต่างระดับแหลมบาลีฮาย ได้รับความเสียหาย หลังรับแจ้งจึงนำกำลังรุดไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพานิช สูง 4 ชั้น 2 คูหา พบลูกค้าชาวต่างชาติที่นั่งทานอาหารในร้านมีสีหน้าตื่นตระหนกตกใจกลัว ตรวจสอบพบรถยนต์เก๋งยี่ห้อ ฮอนด้า สีบรอน ถูกกระสุนเจาะทะลุหลังคาได้รับความเสียหายและธงชาติที่แขวนหน้าร้านรวมถึงประตูกระจกหน้าร้านถูกกระสุนเจาะเป็นรู ส่วนลูกค้าที่นั่งในร้านไม่มีใครได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด ตรวจสอบบนสะพานต่างระดับตรงจุดที่คาดว่าน่าจะเป็นจุดที่คนร้ายใช้ในการก่อเหตุพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. ตกอยู่ที่พื้นจำนวน 3 ปลอก และที่หน้าร้านพบหัวกระสุนจำนวน 2 หัว จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
สอบสวนนายบรรลือ เอี่ยมมีศรี อายุ 28 ปี ให้การว่าขณะที่ตนนั้นพักผ่อนที่ด้านบนได้ยินเสียงปืนดังขึ้นประมาณ 3 นัด ตอนแรกคิดว่าไม่มีอะไร คิดว่าวัยรุ่นไล่ยิงกันบนสะพานเพราะได้ยิงเสียงรถจักรยานยนต์รีบขับวิ่งไป จนแม่ได้วิ่งขึ้นไปบอกว่าที่ร้านโดนยิง จึงได้ลงมาตรวจสอบที่ด้านล่างก็พบว่ารถเก๋งที่จอดหน้าร้านได้รับความเสียหายรวมถึงประตูร้าน แต่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด ส่วนสาเหตุที่มีคนมายิงใส่ร้านนั้นตนคาดว่าน่าจะมาจากเหตุเมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมาหลังจากที่ตนนั้นได้มีปากเสียงกับคนขับจักรยานยนต์รับจ้างเรื่องการจอดรถขวางทางกัน ในตอนนั้นตนได้จอดรถเพื่อส่งแม่ที่หน้าร้าน และจักรยานยนต์รับจ้างที่มีปากเสียงกับตนนั้นผ่านไปไม่ได้จนมีการโต้เถียงกันรุนแรง จำได้เพียงสวมเสื้อวินสีเขียว รถจักรยานยนต์แบบหญิงเท่านั้น เพราะไม่ได้สังเกตอะไรมาก ภายหลังจากการตรวจสอบและสอบสวนในที่เกิดเหตุอย่างละเอียดแล้วจึงลงบันทึกไว้เป็นหลักฐานต่อไป เบื้องต้นไม่สามารถตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดบริเวณไฟแดงได้เนื่องจากระบบกล้องใช้การไม่ได้ อย่างไรก็ตามจะได้หาพยานแวดล้อมและกล้องวงจรไกล้เคียงที่เกิดเหตุเพื่อเป็นเบาะแสหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
Subscribe to:
Posts (Atom)