บริษัท ทิพย์มณีเคเบิ้ลทีวี มอบเสื้อและอุปกรการเรียน สมุดปากกา ให้ชุมชนและโรงเรียน
เวลา 16.00น. วันที่ 8 มกราคม 2557 ณ ที่ทำการออฟฟิตบริษัท ทิพย์มณีเคเบิ้ลทีวี (หนองปรือ) คุณสยามรัช ทิพย์มณี ได้มอบเสื้อ ปากกา และสมุด เพื่อเป็นการสนับสนุนการศึกษา เนื่องในวันเด็ก แห่งชาติ ปี 2557 ให้กับตัวแทนชุมชน 5 ธันวา โดยมี นายสุรินทร์ ยิ้มใย ประธานชุมชนเข้ารับมอบ และตัวแทนจากชุมชนหมู่บ้านชัยพรวิถี และตามด้วยตัวแทนชุมชนบ้านเอื้ออาทร ซึ่งทั้ง 3 ชุมชนที่เข้ารับมอบ ก็ได้กล่าวขอบคุณทางบริษัท ทิพย์มณีเคเบิลทีวี ที่ได้ให้การสนับสนุนด้านการสื่อสารและการช่วยเหลือกิจกรรมมาโดยตลอด ต่อมาก็ได้มีตัวแทนจากโรงเรียนเมืองพัทยา 2-3 และ 5 เข้ารับมอบเสื้อ ปากกาสมุดและได้กล่าวขอบคุณทางบริษัท ทิพย์มณีเคเบิ้ลทีวี ที่สนับสนุนด้านการสื่อสารมาโดยตลอด หลังจากนั้นคุณสยามรัช ทิพย์มณีก็ได้กล่าวขอบคุณทุกๆท่านที่ให้การสนับสนุน บริษัท ทิพย์มณีเคเบิ้ลทีวีมาโดยตลอดเช่นกัน
Thursday, January 9, 2014
ข่าวพัทยา รร.อมารี ออคิด พัทยา จัดงานเลี้ยงสังสรรค์ขอบคุณสื่อมวลชน
รร.อมารี ออคิด พัทยา จัดงานเลี้ยงสังสรรค์ขอบคุณสื่อมวลชน
รร.อมารี ออคิด พัทยา ได้จัดงานเลี้ยงสังสรรค์ขอบคุณสื่อมวลชน โดยมี Mr.เบรนดัน เดลี่ ผู้จัดการทั่วไป ร.ร.อมารี ออคิด พัทยา ร่วมกล่าวต้อนรับ คณะผู้สื่อข่าวจากหลากหลายแขนง ทั้งสื่อทีวี หนังสือพิมพ์ และนิตยสาร เข้าร่วมงานกันอย่างคับคั่ง โดยทาง รร.อมารี ออคิด พัทยา ได้ร่วมจัดเลี้ยง เพื่อขอบคุณสื่อมวลชนที่ร่วมนำเสนอและประชาสัมพันธ์กิจกรรม และการดำเนินงานของโรงแรมอมารี ออคิด พัทยา ด้วยดีเสมอมา โดยภายในงานได้มีการจัดเลี้ยงอาหารแบบค็อกเทค ไว้คอยต้อนรับ พร้อมมีการจับรางวัลแจกให้กับนักข่าวผู้โชคดี โดยมีรางวัลใหญ่เป็นที่พักที่ รร.อมารี ออคิด พัทยา 1 คืน สำหรับ 2 ท่าน พร้อมอาหารเช้า ซึ่งบรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างเป็นกันเอง พร้อมพูดคุยแลกเปลี่ยนการทำงานในช่วงที่ผ่านมา
รร.อมารี ออคิด พัทยา ได้จัดงานเลี้ยงสังสรรค์ขอบคุณสื่อมวลชน โดยมี Mr.เบรนดัน เดลี่ ผู้จัดการทั่วไป ร.ร.อมารี ออคิด พัทยา ร่วมกล่าวต้อนรับ คณะผู้สื่อข่าวจากหลากหลายแขนง ทั้งสื่อทีวี หนังสือพิมพ์ และนิตยสาร เข้าร่วมงานกันอย่างคับคั่ง โดยทาง รร.อมารี ออคิด พัทยา ได้ร่วมจัดเลี้ยง เพื่อขอบคุณสื่อมวลชนที่ร่วมนำเสนอและประชาสัมพันธ์กิจกรรม และการดำเนินงานของโรงแรมอมารี ออคิด พัทยา ด้วยดีเสมอมา โดยภายในงานได้มีการจัดเลี้ยงอาหารแบบค็อกเทค ไว้คอยต้อนรับ พร้อมมีการจับรางวัลแจกให้กับนักข่าวผู้โชคดี โดยมีรางวัลใหญ่เป็นที่พักที่ รร.อมารี ออคิด พัทยา 1 คืน สำหรับ 2 ท่าน พร้อมอาหารเช้า ซึ่งบรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างเป็นกันเอง พร้อมพูดคุยแลกเปลี่ยนการทำงานในช่วงที่ผ่านมา
ข่าวชลบุรี เวทีชั่วคราว ทัพ กปปส.ชลบุรี คึกคักสุดขีด
เวทีชั่วคราว ทัพ กปปส.ชลบุรี คึกคักสุดขีด มวลมหาประชาชนชาวชลบุรี พร้อมใจกันตอบรับ ร่วมทัพนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ยกพลไปชัตเดาน์กรุงเทพ เหนียวแน่น
ตั้งแต่เวลา 17.00 น. วันที่ 8 ม.ค.57 ที่สนามหน้าศาลากลาง จ.ชลบุรี มีเวทีประชาชนชั่วคราว กปปส.ชลบุรี ต้องการปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง นายกันตพณฑ์ สุขุมารินทร์ พร้อมด้วย กลุ่ม กปปส.จังหวัดชลบุรี ร่วมกันจัดเวทีประชาชน ต้องการปฏิรูปประเทศก่อนเลือกตั้ง โดยมีประชาชน พ่อค้า แม่ค้า นักธุรกิจ ข้าราชการ พนักงาน นักเรียน นักศึกษานับพันคน มาเข้าร่วมกันอย่างคึกคัก โดยมี จ่าพงษ์ สารคาม ดร.จักษ์ นายประชา เตรัตน์ อดีต ผวจ.ชลบุรี มาร่วมกันผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันขึ้นปราศรัย เพื่อต้องการให้ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และคณะ ครม.รักษาการณ์ทั้งหมด ลาออกจากการรักษาการณ์ พร้อมทั้งเลื่อนการเลือกตั้ง ในวันที่ 2 ก.พ.57 ออกไปจนกระทั่งจะปฏิรูปประเทศให้เสร็จเรียบร้อยภายใน 1 ปี แล้วจึงจัดให้มีการเลือกตั้งกันใหม่
ทั้งนี้ เนื่องจาก เห็นว่า รัฐบาลยอมยุบสภาแล้ว แต่รัฐบาลชุดเดิม ยังรักษาการณ์ แล้วจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ โดยไม่ได้มีการปฏิรูปประเทศ ก็เท่ากับที่ประชาชนหลายล้านคน ที่ต้องการขับไล่รัฐบาลที่บริหารประเทศล้มเหลว ทำให้เศรษฐกิจตกต่ำ อีกทั้งต่างประเทศขาดความเชื่อมั่นกับประเทศไทย ถือว่าสูญเปล่า
ดังนั้น กลุ่ม กปปส. จึงอยากให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ นายกรัฐมนตรีและ รัฐบาลลาออก แล้วให้ปฏิรูปประเทศให้เสร็จเรียบร้อย จนเป็นที่ยอมรับกับทุกฝ่าย แล้วจึงเลือกตั้งกันใหม่ จึงเดินทางมาแสดงพลัง พร้อมทั้งชักชวนกันไป ชัตเดาน์กรุงเทพ ร่วมกับ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขา กปปส. เพื่อกดดันให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ลาออก ในวันที่ 13 ม.ค.57 โดยมวลมหาประชาชนชาวชลบุรี ต่างพร้อมใจกันตอบรับ ที่จะเดินทางไปปิดกรุงเทพ เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมาอย่างแน่นอน
ตั้งแต่เวลา 17.00 น. วันที่ 8 ม.ค.57 ที่สนามหน้าศาลากลาง จ.ชลบุรี มีเวทีประชาชนชั่วคราว กปปส.ชลบุรี ต้องการปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง นายกันตพณฑ์ สุขุมารินทร์ พร้อมด้วย กลุ่ม กปปส.จังหวัดชลบุรี ร่วมกันจัดเวทีประชาชน ต้องการปฏิรูปประเทศก่อนเลือกตั้ง โดยมีประชาชน พ่อค้า แม่ค้า นักธุรกิจ ข้าราชการ พนักงาน นักเรียน นักศึกษานับพันคน มาเข้าร่วมกันอย่างคึกคัก โดยมี จ่าพงษ์ สารคาม ดร.จักษ์ นายประชา เตรัตน์ อดีต ผวจ.ชลบุรี มาร่วมกันผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันขึ้นปราศรัย เพื่อต้องการให้ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และคณะ ครม.รักษาการณ์ทั้งหมด ลาออกจากการรักษาการณ์ พร้อมทั้งเลื่อนการเลือกตั้ง ในวันที่ 2 ก.พ.57 ออกไปจนกระทั่งจะปฏิรูปประเทศให้เสร็จเรียบร้อยภายใน 1 ปี แล้วจึงจัดให้มีการเลือกตั้งกันใหม่
ทั้งนี้ เนื่องจาก เห็นว่า รัฐบาลยอมยุบสภาแล้ว แต่รัฐบาลชุดเดิม ยังรักษาการณ์ แล้วจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ โดยไม่ได้มีการปฏิรูปประเทศ ก็เท่ากับที่ประชาชนหลายล้านคน ที่ต้องการขับไล่รัฐบาลที่บริหารประเทศล้มเหลว ทำให้เศรษฐกิจตกต่ำ อีกทั้งต่างประเทศขาดความเชื่อมั่นกับประเทศไทย ถือว่าสูญเปล่า
ดังนั้น กลุ่ม กปปส. จึงอยากให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ นายกรัฐมนตรีและ รัฐบาลลาออก แล้วให้ปฏิรูปประเทศให้เสร็จเรียบร้อย จนเป็นที่ยอมรับกับทุกฝ่าย แล้วจึงเลือกตั้งกันใหม่ จึงเดินทางมาแสดงพลัง พร้อมทั้งชักชวนกันไป ชัตเดาน์กรุงเทพ ร่วมกับ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขา กปปส. เพื่อกดดันให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ลาออก ในวันที่ 13 ม.ค.57 โดยมวลมหาประชาชนชาวชลบุรี ต่างพร้อมใจกันตอบรับ ที่จะเดินทางไปปิดกรุงเทพ เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมาอย่างแน่นอน
ข่าวพัทยา ผอ.ททท. สำนักงานพัทยา เผยจำนวนนักท่องเที่ยวลดลง
ผอ.ททท. สำนักงานพัทยา เผยจำนวนนักท่องเที่ยวลดลง
ผอ.การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพัทยา เผยจำนวนนักท่องเที่ยวลดลงอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเทียบกับจำนวนนักท่องเที่ยวในช่วงเวลาเดียวเมื่อต้นปี 2556
นายอรรถพล วรรณกิจ ผอ.การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพัทยา เผยในการประชุมสมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยว เมืองพัทยา ครั้งที่ 1/2557 ประจำเดือนมกราคม ว่า สถานการณ์การท่องเที่ยวของเมืองพัทยาในช่วงปลายเดือนธันวาคม 2556 ถึงต้นเดือนมกราคม 2557 ซึ่งเป็นช่วงวันหยุดยาวของเทศกาลปีใหม่ ยังคงอยู่ในอัตราที่น่าพึงพอใจ มีนักท่องเที่ยวเข้ามามากกว่า 80-90 % ทั้งในส่วนของโรงแรม ร้านอาหาร หรือสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ แต่หลังจากช่วงปีใหม่ไปแล้วนักท่องเที่ยวกลับลดลงอย่างมากจนเห็นได้ชัด และเมื่อเทียบกับจำนวนนักท่องเที่ยวของช่วงเวลาเดียวกันในปี 2556 ถือว่าเป็นสถานการณ์ที่ไม่สู้ดีนัก โดยคาดว่าเป็นเพราะนักท่องเที่ยวยังคงมีความกังวลอย่างมากต่อสถานการณ์บ้านเมืองของประเทศไทย โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจะอ่อนไหวมากกับการปิดสนามบิน ซึ่งแม้สถานการณ์การเมืองที่เกิดขึ้นจะไม่อยู่ในพื้นที่เมืองพัทยา แต่ก็ถือว่าเมืองพัทยาเป็นเมืองที่ใกล้เคียงกับกรุงเทพฯ และนักท่องเที่ยวยังคงต้องใช้บริการสนามบินสุวรรณภูมิอยู่ เพื่อที่จะเดินทางเข้ามายังเมืองพัทยา
ผอ.การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพัทยา เผยจำนวนนักท่องเที่ยวลดลงอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเทียบกับจำนวนนักท่องเที่ยวในช่วงเวลาเดียวเมื่อต้นปี 2556
นายอรรถพล วรรณกิจ ผอ.การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพัทยา เผยในการประชุมสมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยว เมืองพัทยา ครั้งที่ 1/2557 ประจำเดือนมกราคม ว่า สถานการณ์การท่องเที่ยวของเมืองพัทยาในช่วงปลายเดือนธันวาคม 2556 ถึงต้นเดือนมกราคม 2557 ซึ่งเป็นช่วงวันหยุดยาวของเทศกาลปีใหม่ ยังคงอยู่ในอัตราที่น่าพึงพอใจ มีนักท่องเที่ยวเข้ามามากกว่า 80-90 % ทั้งในส่วนของโรงแรม ร้านอาหาร หรือสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ แต่หลังจากช่วงปีใหม่ไปแล้วนักท่องเที่ยวกลับลดลงอย่างมากจนเห็นได้ชัด และเมื่อเทียบกับจำนวนนักท่องเที่ยวของช่วงเวลาเดียวกันในปี 2556 ถือว่าเป็นสถานการณ์ที่ไม่สู้ดีนัก โดยคาดว่าเป็นเพราะนักท่องเที่ยวยังคงมีความกังวลอย่างมากต่อสถานการณ์บ้านเมืองของประเทศไทย โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจะอ่อนไหวมากกับการปิดสนามบิน ซึ่งแม้สถานการณ์การเมืองที่เกิดขึ้นจะไม่อยู่ในพื้นที่เมืองพัทยา แต่ก็ถือว่าเมืองพัทยาเป็นเมืองที่ใกล้เคียงกับกรุงเทพฯ และนักท่องเที่ยวยังคงต้องใช้บริการสนามบินสุวรรณภูมิอยู่ เพื่อที่จะเดินทางเข้ามายังเมืองพัทยา
ข่าวพัทยา ประชุมสมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา
ประชุมสมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา
สมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยวเมืองพัทยาระดมสมองแก้ไขปัญหานักท่องเที่ยวในเมืองพัทยาลดลง ทั้งที่เป็นช่วงไฮซีซั่น คาดเป็นผลพวงมาจากสถานการณ์การเมืองในเมืองหลวง
ที่โรงแรมแกรนด์โซเล่ พัทยา นายสินธ์ไชย วัฒนศาสตร์สาธร นายกสมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา เปิดประชุมสมาคมฯ ครั้งที่ 1/2557 ประจำเดือนมกราคม โดยมีคณะกรรมการ ที่ปรึกษา รวมถึงตัวแทนธุรกิจการท่องเที่ยวในเมืองพัทยาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
นายสินธ์ไชย นายกสมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา เปิดเผยถึงสถานการณ์การท่องเที่ยวในปัจจุบันว่าได้รับผลกระทบจากวิกฤตทางเมืองมาประมาณ 2 เดือนแล้ว ตอนนี้สถานการณ์ตึงเครียดมากขึ้น เพราะการชุมนุมมีการนัดวันชัดดาวน์กรุงเทพฯ ในวันที่ 13 มกราคมนี้ ทำให้ภาพรวมการตลาดการท่องเที่ยวนั้นนักท่องเที่ยวลดลงเป็นจำนวนมาก กลุ่มนักท่องเที่ยวไต้หวันและฮ่องกงลดลงเกือบ 100% ในส่วนของตลาดจีนลดลงเล็กน้อย ซึ่งต้องรอดูช่วงเทศกาลตรุษจีน หากการชุมนุมยืดเยื้อก็จะกระทบอีกยาวนาน ทั้งนี้วิกฤตการเมืองถือว่ากระทบภาพรวมการท่องเที่ยวโดยนักท่องเที่ยวที่เคยมีมากกว่า 80% หายไปอย่างน่าตกใจ ทางสมาคมฯได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง อบจ.ชลบุรี ททท.เมืองพัทยา ภาครัฐและเอกชนต่างๆ ในการสอบถามความต้องการของนักท่องเที่ยวและให้การช่วยเหลือ พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ถึงการท่องเที่ยวของเมืองพัทยาว่าไม่เกี่ยวข้องกับที่ชุมนุม ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาในเบื้องต้น จึงควรมีการหาแนวทางหรือมาตรการการแก้ไขปัญหา
โดยเสนอให้มีถ่ายภาพสดนำเสนอกิจกรรมการท่องเที่ยวของเมืองพัทยาผ่านระบบเรียลไทม์ในช่องทางอินเตอร์เน็ต เพื่อให้นักท่อเที่ยวสามารถเข้าถึงและติดตามข่าวสารการท่องเที่ยวเมืองพัทยาได้ด้วยตาตัวเอง รวมถึงทำการตลาดในกลุ่มจังหวัดชายทะเลภาคตะวันออกเพราะหากเกิดวิกฤตในกรุงเทพฯ กลุ่มตลาดภาคตะวันออกก็จะไม่ได้รับผลกระทบ ถือเป็นการรองรับกลุ่มนักท่องเที่ยว นอกจากนี้ควรมีการผลักดันสนามบินนานาชาติอู่ตะเภา-พัทยาให้พัฒนาเป็นสนามบินเชิงพาณิชย์ในระดับที่สูงขึ้นเพื่อรองรับกลุ่มนักท่องเที่ยวเหมาลำหรือชาร์เตอร์ไฟลต์ด้วยเช่นกัน
อย่างไรก็ดีแนวทางดังกล่าวหากมีการดำเนินการเป็นรูปธรรมแล้วจะสามารถช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวได้อย่างชัดเจน เพราะตลาดต่างประเทศถือเป็นกำลังสำคัญของระบบขับเคลื่อนด้านการท่องเที่ยวของเมืองพัทยา และเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ค่อนข้างจะอ่อนไหวต่อเรื่องดังกล่าวได้ง่ายโดยเฉพาะกลุ่มเอเชีย การสร้างความเชื่อมั่นจึงต้องเร่งดำเนินการเป็นแผนเร่งด่วนโดยจะได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมกันพิจารณาดำเนินการจัดทำเป็นโครงการที่เป็นรูปธรรมต่อไป
สมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยวเมืองพัทยาระดมสมองแก้ไขปัญหานักท่องเที่ยวในเมืองพัทยาลดลง ทั้งที่เป็นช่วงไฮซีซั่น คาดเป็นผลพวงมาจากสถานการณ์การเมืองในเมืองหลวง
ที่โรงแรมแกรนด์โซเล่ พัทยา นายสินธ์ไชย วัฒนศาสตร์สาธร นายกสมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา เปิดประชุมสมาคมฯ ครั้งที่ 1/2557 ประจำเดือนมกราคม โดยมีคณะกรรมการ ที่ปรึกษา รวมถึงตัวแทนธุรกิจการท่องเที่ยวในเมืองพัทยาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
นายสินธ์ไชย นายกสมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา เปิดเผยถึงสถานการณ์การท่องเที่ยวในปัจจุบันว่าได้รับผลกระทบจากวิกฤตทางเมืองมาประมาณ 2 เดือนแล้ว ตอนนี้สถานการณ์ตึงเครียดมากขึ้น เพราะการชุมนุมมีการนัดวันชัดดาวน์กรุงเทพฯ ในวันที่ 13 มกราคมนี้ ทำให้ภาพรวมการตลาดการท่องเที่ยวนั้นนักท่องเที่ยวลดลงเป็นจำนวนมาก กลุ่มนักท่องเที่ยวไต้หวันและฮ่องกงลดลงเกือบ 100% ในส่วนของตลาดจีนลดลงเล็กน้อย ซึ่งต้องรอดูช่วงเทศกาลตรุษจีน หากการชุมนุมยืดเยื้อก็จะกระทบอีกยาวนาน ทั้งนี้วิกฤตการเมืองถือว่ากระทบภาพรวมการท่องเที่ยวโดยนักท่องเที่ยวที่เคยมีมากกว่า 80% หายไปอย่างน่าตกใจ ทางสมาคมฯได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง อบจ.ชลบุรี ททท.เมืองพัทยา ภาครัฐและเอกชนต่างๆ ในการสอบถามความต้องการของนักท่องเที่ยวและให้การช่วยเหลือ พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ถึงการท่องเที่ยวของเมืองพัทยาว่าไม่เกี่ยวข้องกับที่ชุมนุม ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาในเบื้องต้น จึงควรมีการหาแนวทางหรือมาตรการการแก้ไขปัญหา
โดยเสนอให้มีถ่ายภาพสดนำเสนอกิจกรรมการท่องเที่ยวของเมืองพัทยาผ่านระบบเรียลไทม์ในช่องทางอินเตอร์เน็ต เพื่อให้นักท่อเที่ยวสามารถเข้าถึงและติดตามข่าวสารการท่องเที่ยวเมืองพัทยาได้ด้วยตาตัวเอง รวมถึงทำการตลาดในกลุ่มจังหวัดชายทะเลภาคตะวันออกเพราะหากเกิดวิกฤตในกรุงเทพฯ กลุ่มตลาดภาคตะวันออกก็จะไม่ได้รับผลกระทบ ถือเป็นการรองรับกลุ่มนักท่องเที่ยว นอกจากนี้ควรมีการผลักดันสนามบินนานาชาติอู่ตะเภา-พัทยาให้พัฒนาเป็นสนามบินเชิงพาณิชย์ในระดับที่สูงขึ้นเพื่อรองรับกลุ่มนักท่องเที่ยวเหมาลำหรือชาร์เตอร์ไฟลต์ด้วยเช่นกัน
อย่างไรก็ดีแนวทางดังกล่าวหากมีการดำเนินการเป็นรูปธรรมแล้วจะสามารถช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวได้อย่างชัดเจน เพราะตลาดต่างประเทศถือเป็นกำลังสำคัญของระบบขับเคลื่อนด้านการท่องเที่ยวของเมืองพัทยา และเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ค่อนข้างจะอ่อนไหวต่อเรื่องดังกล่าวได้ง่ายโดยเฉพาะกลุ่มเอเชีย การสร้างความเชื่อมั่นจึงต้องเร่งดำเนินการเป็นแผนเร่งด่วนโดยจะได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมกันพิจารณาดำเนินการจัดทำเป็นโครงการที่เป็นรูปธรรมต่อไป
ข่าวพัทยา ประชุมหารือแก้ปัญหายาเสพติดในเขตเมืองพัทยา
ประชุมหารือแก้ปัญหายาเสพติดในเขตเมืองพัทยา
การประชุมหารือแก้ปัญหายาเสพติดในเขตเมืองพัทยา โดยเน้นจุดที่น่าเป็นห่วงที่สุด คือ เกาะล้านและซอย 6 ยศศักดิ์
ที่ห้องประชุม 131 ศาลาว่าการเมืองพัทยา ได้มีการประชุมหารือแก้ปัญหายาเสพติดในเขตเมืองพัทยา เนื่องจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดได้จัดให้มีโครงการ ปฏิบัติการปิดล้อม X-RAY เชิงรุก พื้นที่ 50 ชุมชน เฝ้าระวังสูงสุดทั่วประเทศ ซึ่งเป็นแผนปฏิบัติการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติด ปี 2557 ที่มีการกำหนดแนวทางการดำเนินงานการแก้ปัญหายาเสพติด และเสริมความเข้มแข็งของชุมชน ยึดหลักตามแนวทางพัฒนาหมู่บ้าน ชุมชนเข้มแข็งของปี 2556 และใช้ชุมชนเป็นตัวตั้งในการต่อยอดกิจกรรมที่ต้องต่อเนื่องและเน้นหนักการดำเนินการในหมู่บ้านหรือชุมชน ในพื้นที่เฝ้าระวังมากที่สุดเป็นหลัก ด้วยการจัดทำแผนปฏิบัติการอย่างครบวงจรภายใต้การบริหารจัดการอย่างบูรณาการ โดยในเขตเมืองพัทยามีพื้นที่ที่ต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน 2 แห่ง คือ ชุมชนซอย 6 ยศศักดิ์ และชุมชนเกาะล้าน ในการประชุมในครั้งนี้จึงได้เชิญเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่เมืองพัทยาและหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องมาร่วมประชุมหารือแนวทางในการดำเนินการร่วมกันตามโครงการดังกล่าว ซึ่งทางสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค 2 มีแนวทางในการปฏิบัติ คือ เร่งเข้าไปในพื้นที่เสี่ยงและทำการประชาสัมพันธ์ ซึ่งจะทำให้คนในชุมชนได้รู้สึกว่ามีหน่วยงานภาครัฐเข้ามาช่วยเหลือและจะทำให้ผู้กระทำผิด โดยการนำยาเสพติดเข้ามาในชุมชนได้เกรงกลัว การติดกล้องวงจรปิดไว้บริเวณจุดเสี่ยงทุกจุด และจัดระเบียบชุมชนให้ดูเป็นระเบียบมากขึ้น เพราะจะทำให้น่าอยู่และมีนักท่องเที่ยวเข้ามามากขึ้นอีกด้วย
การประชุมหารือแก้ปัญหายาเสพติดในเขตเมืองพัทยา โดยเน้นจุดที่น่าเป็นห่วงที่สุด คือ เกาะล้านและซอย 6 ยศศักดิ์
ที่ห้องประชุม 131 ศาลาว่าการเมืองพัทยา ได้มีการประชุมหารือแก้ปัญหายาเสพติดในเขตเมืองพัทยา เนื่องจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดได้จัดให้มีโครงการ ปฏิบัติการปิดล้อม X-RAY เชิงรุก พื้นที่ 50 ชุมชน เฝ้าระวังสูงสุดทั่วประเทศ ซึ่งเป็นแผนปฏิบัติการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติด ปี 2557 ที่มีการกำหนดแนวทางการดำเนินงานการแก้ปัญหายาเสพติด และเสริมความเข้มแข็งของชุมชน ยึดหลักตามแนวทางพัฒนาหมู่บ้าน ชุมชนเข้มแข็งของปี 2556 และใช้ชุมชนเป็นตัวตั้งในการต่อยอดกิจกรรมที่ต้องต่อเนื่องและเน้นหนักการดำเนินการในหมู่บ้านหรือชุมชน ในพื้นที่เฝ้าระวังมากที่สุดเป็นหลัก ด้วยการจัดทำแผนปฏิบัติการอย่างครบวงจรภายใต้การบริหารจัดการอย่างบูรณาการ โดยในเขตเมืองพัทยามีพื้นที่ที่ต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน 2 แห่ง คือ ชุมชนซอย 6 ยศศักดิ์ และชุมชนเกาะล้าน ในการประชุมในครั้งนี้จึงได้เชิญเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่เมืองพัทยาและหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องมาร่วมประชุมหารือแนวทางในการดำเนินการร่วมกันตามโครงการดังกล่าว ซึ่งทางสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค 2 มีแนวทางในการปฏิบัติ คือ เร่งเข้าไปในพื้นที่เสี่ยงและทำการประชาสัมพันธ์ ซึ่งจะทำให้คนในชุมชนได้รู้สึกว่ามีหน่วยงานภาครัฐเข้ามาช่วยเหลือและจะทำให้ผู้กระทำผิด โดยการนำยาเสพติดเข้ามาในชุมชนได้เกรงกลัว การติดกล้องวงจรปิดไว้บริเวณจุดเสี่ยงทุกจุด และจัดระเบียบชุมชนให้ดูเป็นระเบียบมากขึ้น เพราะจะทำให้น่าอยู่และมีนักท่องเที่ยวเข้ามามากขึ้นอีกด้วย
ข่าวพัทยา รวบหนุ่มโรมาเนียใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอมตระเวนกดเงิน
รวบหนุ่มโรมาเนียใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอมตระเวนกดเงิน
เจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์ประสานงาน ป้องกันปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี รวบ 2 หนุ่มโรมาเนียตระเวนใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอมกดเงินในเขตพื้นที่เมืองพัทยา
16.00 น. วันที่ 8 ม.ค. ที่ศูนย์ประสานงาน ป้องกันปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี (ศปอช.ภ.จว.ชลบุรี) พล.ต.ต.คัชชา ธาตุศาสตร์ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.สุวรรณ์ เชี่ยวนาวินธวัช ผกก.สภ.เมืองพัทยา พ.ต.ท.ชิตเดชา สองห้อง สวป.สภ.เมืองพัทยา และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ศูนย์ประสานงาน ป้องกันปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี ได้รวมกันแถลงข่าวจับกุม นายโอเล็ค สเวียโตโบ๊ก อายุ 32 ปี และนายวาสซิเล่ โดโดน อายุ 30 ปี สองผู้ต้องหาชาวโรมาเนีย พร้อมด้วยของกลาง บัตรอิเล็คทรอนิคส์ปลอม คล้ายกับบัตรเอทีเอ็มและบัตรเครดิต จำนวน 299 ใบ เครื่องบันทึกข้อมูลในแถบแม่เหล็ก (สกริมเมอร์) 1 เครื่อง คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก 1 เครื่อง และเงินสดจำนวน 32,000 บาท
โดยการจับกุมในครั้งนี้สืบเนื่องจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้รับการประสานงานจากทางเจ้าหน้าที่ธนาคารไทยพาณิชย์ ว่าได้มีกลุ่มแก๊งบุคคลนำบัตรอิเล็คทรอนิกส์ปลอมมากดเงินสดออกจากตู้บริการเงินด่วนของทางธนาคาร สร้างความเสียหายเป็นอย่างมาก หลังรับแจ้งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ออกสืบสวนหาข่าว จนทราบว่าผู้ต้องทั้งสองคนได้นำบัตรเครดิตปลอมมากดเงินตามตู้บริการเงินด่วนบริเวณชายหาดจอมเทียน จึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คนได้พร้อมของกลาง ภายในซอยโรงแรมเวลคัม จอมเทียน และควบคุมตัวมาทำการสอบสวนยัง ศูนย์ประสานงาน ป้องกันปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ให้การรับสารภาพว่า ได้ร่วมกันโจรกรรมข้อมูลในบัตรเอทีเอ็มของบุคคลอื่นจริง โดยการนำเครื่องสกริมเมอร์ และกล้องไปติด ตามตู้เอทีเอ็ม ที่ประเทศอังกฤษ จากนั้นจะนำข้อมูลมากดถอนเงินตามตู้เอทีเอ็ม ในประเทศไทย เมื่อได้เงินก็จะส่งกลับประเทศ หลังจากทำการสอบสวนทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้แจ้งข้อหากับ นายโอเล็ค และนายวาสซิเล่ ว่า ทำบัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอมขึ้นทั้งฉบับ หรือแต่ส่วนหนึ่งส่วนใด เติมหรือตัดทอนข้อความ หรือแก้ไขด้วยประการใดๆ ในบัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่แท้จริง , ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ซึ่งสิ่งใดๆ อันได้มา โดยรู้ว่าเป็นของที่ทำขึ้นปลอม ก่อนที่จะนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
เจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์ประสานงาน ป้องกันปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี รวบ 2 หนุ่มโรมาเนียตระเวนใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอมกดเงินในเขตพื้นที่เมืองพัทยา
16.00 น. วันที่ 8 ม.ค. ที่ศูนย์ประสานงาน ป้องกันปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี (ศปอช.ภ.จว.ชลบุรี) พล.ต.ต.คัชชา ธาตุศาสตร์ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.สุวรรณ์ เชี่ยวนาวินธวัช ผกก.สภ.เมืองพัทยา พ.ต.ท.ชิตเดชา สองห้อง สวป.สภ.เมืองพัทยา และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ศูนย์ประสานงาน ป้องกันปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี ได้รวมกันแถลงข่าวจับกุม นายโอเล็ค สเวียโตโบ๊ก อายุ 32 ปี และนายวาสซิเล่ โดโดน อายุ 30 ปี สองผู้ต้องหาชาวโรมาเนีย พร้อมด้วยของกลาง บัตรอิเล็คทรอนิคส์ปลอม คล้ายกับบัตรเอทีเอ็มและบัตรเครดิต จำนวน 299 ใบ เครื่องบันทึกข้อมูลในแถบแม่เหล็ก (สกริมเมอร์) 1 เครื่อง คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก 1 เครื่อง และเงินสดจำนวน 32,000 บาท
โดยการจับกุมในครั้งนี้สืบเนื่องจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้รับการประสานงานจากทางเจ้าหน้าที่ธนาคารไทยพาณิชย์ ว่าได้มีกลุ่มแก๊งบุคคลนำบัตรอิเล็คทรอนิกส์ปลอมมากดเงินสดออกจากตู้บริการเงินด่วนของทางธนาคาร สร้างความเสียหายเป็นอย่างมาก หลังรับแจ้งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ออกสืบสวนหาข่าว จนทราบว่าผู้ต้องทั้งสองคนได้นำบัตรเครดิตปลอมมากดเงินตามตู้บริการเงินด่วนบริเวณชายหาดจอมเทียน จึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คนได้พร้อมของกลาง ภายในซอยโรงแรมเวลคัม จอมเทียน และควบคุมตัวมาทำการสอบสวนยัง ศูนย์ประสานงาน ป้องกันปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ให้การรับสารภาพว่า ได้ร่วมกันโจรกรรมข้อมูลในบัตรเอทีเอ็มของบุคคลอื่นจริง โดยการนำเครื่องสกริมเมอร์ และกล้องไปติด ตามตู้เอทีเอ็ม ที่ประเทศอังกฤษ จากนั้นจะนำข้อมูลมากดถอนเงินตามตู้เอทีเอ็ม ในประเทศไทย เมื่อได้เงินก็จะส่งกลับประเทศ หลังจากทำการสอบสวนทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้แจ้งข้อหากับ นายโอเล็ค และนายวาสซิเล่ ว่า ทำบัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอมขึ้นทั้งฉบับ หรือแต่ส่วนหนึ่งส่วนใด เติมหรือตัดทอนข้อความ หรือแก้ไขด้วยประการใดๆ ในบัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่แท้จริง , ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ซึ่งสิ่งใดๆ อันได้มา โดยรู้ว่าเป็นของที่ทำขึ้นปลอม ก่อนที่จะนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ข่าวสัตหีบ พบโครงกระดูกมนุษย์ในป่ากกหลังที่พักคนงาน
พบโครงกระดูกมนุษย์ภายในป่ากกหลังที่พักคนงาน บูรพา บางแสน การ์เด้น ตำบลแสนสุข อำเภอเมืองชลบุรี เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ทิ้งปมการอุ้มฆ่า
พ.ต.ท.ชัยวัฒน์ กุลพานิช พนักงานสอบสอนสถานีตำรวจภูธรแสนสุข ได้รับแจ้งจากมูลนิธิไตรคุณธรรม ชลบุรีว่าพบโครงกระดูกมนุษย์อยู่ในป่ากก หลังที่พักคนงานทาสีบูรพา บางแสน การ์เด้น ถนนบางแสนสายล่าง ตำบลแสนสุข จึงรุดไปตรวจสอบ
ในที่เกิดเหตุพบโครงกระดูกในสภาพแห้งจนไม่มีชิ้นเนื้อติด ข้างกันพบเสื้อยึดลาย สก็อตสีแดง และกางเกงยีนต์ อยู่ในสภาพฉีกขาด
จากการสอบถามนายชัยณรงค์ สองศรี อายุ 36 ปี คนงานทาสี ผู้พบเห็นโครงกระดูกได้เล่าว่า ได้เข้าไปถางหญ้า เพื่อจะให้เจ้าพนักงานที่ดินมาวัดที่ และก็ได้พบหัวกะโหลก กับโครงกระดูกกระจัดกระจายอยู่ จึงได้วิ่งออกมาด้วยความตกใจ พร้อมบอกเล่ากับคนงานด้วยกัน โดยเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจให้การสันนิฐานว่า อาจเป็นคนหาปลาที่เข้าไปในป่ากกแล้วเกิดเป็นลมโดยไม่มีใครไปพบเห็น แต่ยังคงไม่ตัดประเด็นปมการอุ้มฆ่าอำพรางคดี โดยจะได้นำโครงกระดูกส่งพิสูจน์หลักฐานอีกครั้งต่อไป
พ.ต.ท.ชัยวัฒน์ กุลพานิช พนักงานสอบสอนสถานีตำรวจภูธรแสนสุข ได้รับแจ้งจากมูลนิธิไตรคุณธรรม ชลบุรีว่าพบโครงกระดูกมนุษย์อยู่ในป่ากก หลังที่พักคนงานทาสีบูรพา บางแสน การ์เด้น ถนนบางแสนสายล่าง ตำบลแสนสุข จึงรุดไปตรวจสอบ
ในที่เกิดเหตุพบโครงกระดูกในสภาพแห้งจนไม่มีชิ้นเนื้อติด ข้างกันพบเสื้อยึดลาย สก็อตสีแดง และกางเกงยีนต์ อยู่ในสภาพฉีกขาด
จากการสอบถามนายชัยณรงค์ สองศรี อายุ 36 ปี คนงานทาสี ผู้พบเห็นโครงกระดูกได้เล่าว่า ได้เข้าไปถางหญ้า เพื่อจะให้เจ้าพนักงานที่ดินมาวัดที่ และก็ได้พบหัวกะโหลก กับโครงกระดูกกระจัดกระจายอยู่ จึงได้วิ่งออกมาด้วยความตกใจ พร้อมบอกเล่ากับคนงานด้วยกัน โดยเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจให้การสันนิฐานว่า อาจเป็นคนหาปลาที่เข้าไปในป่ากกแล้วเกิดเป็นลมโดยไม่มีใครไปพบเห็น แต่ยังคงไม่ตัดประเด็นปมการอุ้มฆ่าอำพรางคดี โดยจะได้นำโครงกระดูกส่งพิสูจน์หลักฐานอีกครั้งต่อไป
ข่าวพัทยา เฒ่าเมืองเบียร์ถูกคนร้ายรุมทำร้ายชิงเงินสดไปกว่า 50,000 บาท
เฒ่าเมืองเบียร์โร่แจ้งตำรวจถูกคนร้ายรุมทำร้ายชิงเงินสดไปกว่า 50,000 บาท
เวลา 04.00 น. วันที่ 9 ม.ค.57 ร.ต.อ.วิษณุ ไชยสุวรรณ รอง สวป.สภ.เมืองพัทยา รับแจ้งจากพลเมืองดีว่าพบชาวต่างชาติถูกทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บ เดินมาขอความช่วยเหลือที่บริเวณแยกไฟแดงวัดบุณย์กัญจนาราม ถนนฝั่งจอมเทียนสายสอง หลังรับแจ้งจึงนำกำลังรุดไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุพบชายชาวต่างชาติทราบชื่อคือ MR.Franz Eibl อายุ 75 ปี สัญชาติเยอรมัน สภาพใบหน้าบวมปูดขอบตาเขียวคล่ำ ดั้งจมูกแตก และมีบาดแผลถลอกตามร่างกาย จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมาทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น สอบถามชาวบ้านใกล้เคียงเล่าว่า เห็นชาวต่างชาติคนดังกล่าวเดินมาจากทางถนนจอมเทียนสายสอง ด้วยใบหน้าที่มีบาดแผล และมาขอความช่วยเหลือจึงได้โทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบดังกล่าว
จากการสอบถาม ผู้ดสียหาย ให้การว่าขณะที่กำลังเดินกลับที่พักได้เดินลัดถนนจากตลาดนัดจอมเทียนมาทางถนนจอมเทียนสายสอง เมื่อมาถึงกลางซอยได้มีรถกระบะขับเข้ามาปาดหน้า และมีชายลงมาทำร้ายชกต่อยโดยจำไม่ได้ว่ามากี่คน หลังจากนั้นก็สลบไป แล้วมารู้สึกตัวอีกทีพบว่าทรัพย์สินที่เป็นเงินสกุลยูโรหายไปจำนวน 1,000 ยูโร คิดเป็นเงินไทยประมาณ 50,000 บาท หลังจากนั้นจึงได้พยายามเดินกลับที่พักซึ่งอยู่ไม่ห่างจากที่เกิดเหตุ ก่อนที่จะรู้สึกไม่ไหวจึงได้ขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านดังกล่าว
ภายหลังจากการสอบสวนในเบื้องต้นแล้วจึงนำผู้เสียหายไปตรวจยังบริเวณหน้าตลาดนัดจอมเทียนด้านชายหาดซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุ สอบถามผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ผู้เสียหาย ได้มานั่งเล่นอยู่ที่หน้าตลาด แล้วเดินเสียหลักพลัดตกบันไดทางขึ้นจนล้มได้รับบาดเจ็บ และได้ช่วยกันทำการปฐมพยาบาลจนดีขึ้น แล้ว ผู้เสียหาย ก็นั่งพักอีกสักพัก ส่วนรอยเขียวช้ำที่ขอบตาตอนล้มนั้นไม่มี น่าจะไปถูกทำร้ายที่อื่น จากนั้น ผู้เสียหาย จึงได้พาเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบจุดบริเวณที่ถูกทำร้าย ซึ่งเป็นอู่ที่บริเวณถนนกลางซอยตลาดนัดดังกล่าว และจากการตรวจสอบโดยรอบไม่มีกล้องวงจรปิดที่จะสามารถบันทึกภาพการเกิดเหตุไว้ได้ อย่างไรก็ตามจะได้ทำการตรวจสอบและสอบถามผู้ที่เห็นเหตุการณ์เพิ่มเติมอีกครั้ง เพื่อเป็นเบาะแสหาตัวผู้ก่อเหตุต่อไป
เฒ่าเมืองเบียร์โร่แจ้งตำรวจถูกคนร้ายรุมทำร้ายชิงเงินสดไปกว่า 50,000 บาท
เวลา 04.00 น. วันที่ 9 ม.ค.57 ร.ต.อ.วิษณุ ไชยสุวรรณ รอง สวป.สภ.เมืองพัทยา รับแจ้งจากพลเมืองดีว่าพบชาวต่างชาติถูกทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บ เดินมาขอความช่วยเหลือที่บริเวณแยกไฟแดงวัดบุณย์กัญจนาราม ถนนฝั่งจอมเทียนสายสอง หลังรับแจ้งจึงนำกำลังรุดไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุพบชายชาวต่างชาติทราบชื่อคือ MR.Franz Eibl อายุ 75 ปี สัญชาติเยอรมัน สภาพใบหน้าบวมปูดขอบตาเขียวคล่ำ ดั้งจมูกแตก และมีบาดแผลถลอกตามร่างกาย จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมาทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น สอบถามชาวบ้านใกล้เคียงเล่าว่า เห็นชาวต่างชาติคนดังกล่าวเดินมาจากทางถนนจอมเทียนสายสอง ด้วยใบหน้าที่มีบาดแผล และมาขอความช่วยเหลือจึงได้โทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบดังกล่าว
จากการสอบถาม ผู้ดสียหาย ให้การว่าขณะที่กำลังเดินกลับที่พักได้เดินลัดถนนจากตลาดนัดจอมเทียนมาทางถนนจอมเทียนสายสอง เมื่อมาถึงกลางซอยได้มีรถกระบะขับเข้ามาปาดหน้า และมีชายลงมาทำร้ายชกต่อยโดยจำไม่ได้ว่ามากี่คน หลังจากนั้นก็สลบไป แล้วมารู้สึกตัวอีกทีพบว่าทรัพย์สินที่เป็นเงินสกุลยูโรหายไปจำนวน 1,000 ยูโร คิดเป็นเงินไทยประมาณ 50,000 บาท หลังจากนั้นจึงได้พยายามเดินกลับที่พักซึ่งอยู่ไม่ห่างจากที่เกิดเหตุ ก่อนที่จะรู้สึกไม่ไหวจึงได้ขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านดังกล่าว
ภายหลังจากการสอบสวนในเบื้องต้นแล้วจึงนำผู้เสียหายไปตรวจยังบริเวณหน้าตลาดนัดจอมเทียนด้านชายหาดซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุ สอบถามผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ผู้เสียหาย ได้มานั่งเล่นอยู่ที่หน้าตลาด แล้วเดินเสียหลักพลัดตกบันไดทางขึ้นจนล้มได้รับบาดเจ็บ และได้ช่วยกันทำการปฐมพยาบาลจนดีขึ้น แล้ว ผู้เสียหาย ก็นั่งพักอีกสักพัก ส่วนรอยเขียวช้ำที่ขอบตาตอนล้มนั้นไม่มี น่าจะไปถูกทำร้ายที่อื่น จากนั้น ผู้เสียหาย จึงได้พาเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบจุดบริเวณที่ถูกทำร้าย ซึ่งเป็นอู่ที่บริเวณถนนกลางซอยตลาดนัดดังกล่าว และจากการตรวจสอบโดยรอบไม่มีกล้องวงจรปิดที่จะสามารถบันทึกภาพการเกิดเหตุไว้ได้ อย่างไรก็ตามจะได้ทำการตรวจสอบและสอบถามผู้ที่เห็นเหตุการณ์เพิ่มเติมอีกครั้ง เพื่อเป็นเบาะแสหาตัวผู้ก่อเหตุต่อไป
Wednesday, January 8, 2014
ข่าวนองปรือ โรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองหนองปรือจัดกิจกรรมวันเด็ก
โรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองหนองปรือจัดกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2557
เวลา 08.00น.วันที่ 8 มกราคม 2557 โรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองหนองปรือ ได้มีการจัดกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2557 โดยมีคณะครูผู้ปกครองและผู้นำท้องถิ่นเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก เริ่มพิธีการโดยนายกิติศักดิ์ ศิริเลิศ ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองหนองปรือ ขึ้นกล่าวต้อนรับผู้ปกครองนักเรียนและผู้นำท้องถิ่น พร้อมอ่านสารจากนายกรัฐมนตรีนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ ต่อจากนั้นนายมาย ไชยนิตย์นายกเทศมนตรีเมืองหนองปรือ ได้ขึ้นกล่าวเปิดงาน ซึ่งภายในงานเด็กนักเรียนชั้นอนุบาล 1 ถึง 3 ได้ทำการแสดงให้ผู้มาร่วมงานได้รับชม สลับกับการจับฉลากรางวัลและเล่นเกมส์ จนกระทั่งเวลา 11.00น. นายกิติศักดิ์ ศิริเลิศ ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองหนองปรือ จึงกล่าวปิดงานวันเด็กแห่งชาติประจำ ปี2557
เวลา 08.00น.วันที่ 8 มกราคม 2557 โรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองหนองปรือ ได้มีการจัดกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2557 โดยมีคณะครูผู้ปกครองและผู้นำท้องถิ่นเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก เริ่มพิธีการโดยนายกิติศักดิ์ ศิริเลิศ ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองหนองปรือ ขึ้นกล่าวต้อนรับผู้ปกครองนักเรียนและผู้นำท้องถิ่น พร้อมอ่านสารจากนายกรัฐมนตรีนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ ต่อจากนั้นนายมาย ไชยนิตย์นายกเทศมนตรีเมืองหนองปรือ ได้ขึ้นกล่าวเปิดงาน ซึ่งภายในงานเด็กนักเรียนชั้นอนุบาล 1 ถึง 3 ได้ทำการแสดงให้ผู้มาร่วมงานได้รับชม สลับกับการจับฉลากรางวัลและเล่นเกมส์ จนกระทั่งเวลา 11.00น. นายกิติศักดิ์ ศิริเลิศ ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองหนองปรือ จึงกล่าวปิดงานวันเด็กแห่งชาติประจำ ปี2557
ข่าวพัทยา ตรวจความคืบหน้าการก่อสร้างศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว
ตรวจความคืบหน้าการก่อสร้างศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว
ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีลงตรวจความคืบหน้าการก่อสร้างศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว เมืองพัทยา พบยังติดปัญหาเรื่องแบบที่ต้องแก้ไข ไม่ให้กระทบระบบบำบัดน้ำเสียเดิมของเมืองพัทยา คาดเริ่มก่อสร้างไม่เกิน 1 เดือน
นายคมสัน เอกชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี พร้อมด้วยนายศักดิ์ชัย แตงฮ่อ นายอำเภอบางละมุง นายรณกิจ เอกะสิงห์ รองนายกเมืองพัทยา ลงพื้นที่ตรวจสอบความคืบหน้าการก่อสร้างศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวเมืองพัทยา บริเวณชายหาดพัทยาใต้ ปากทางเข้าวอร์คกิ้งสตีท ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีความคืบหน้าของการก่อสร้างเท่าที่ควร ทางด้านนายคมสัน เอกชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า การก่อสร้างศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวเกิดความล่าช้า เพราะต้องมีการปรับเปลี่ยนแบบที่ได้ออกแบบไว้ก่อนหน้านี้ เนื่องจากบริเวณที่จะดำเนินการก่อสร้างมีอาคารบำบัดน้ำเสียอยู่ชั้นใต้ดินบริเวณฐานของการก่อสร้าง และเพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อระบบบำบัดน้ำเสียของเมืองพัทยา จึงได้มีการปรับเปลี่ยนแบบในบางส่วน และคาดว่าอีกไม่เกิน 1 เดือน จะได้เริ่มการก่อสร้างศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวเมืองพัทยาขึ้นอย่างแน่นอน
สำหรับอาคารศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว เมืองพัทยา นี้ จะเป็นอาคาร 2 ชั้น มีรูปแบบที่ทันสมัย และสะดวกสบาย โดยจะเปิดเป็นศูนย์นำร่อง 4 หัวเมืองใหญ่ ได้แก่ เมืองพัทยา เกาะสมุย ภูเก็ต และเชียงใหม่ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยว และเป็นการบูรณาการเพื่อรักษามาตรการความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งทางบกและทางน้ำ
ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีลงตรวจความคืบหน้าการก่อสร้างศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว เมืองพัทยา พบยังติดปัญหาเรื่องแบบที่ต้องแก้ไข ไม่ให้กระทบระบบบำบัดน้ำเสียเดิมของเมืองพัทยา คาดเริ่มก่อสร้างไม่เกิน 1 เดือน
นายคมสัน เอกชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี พร้อมด้วยนายศักดิ์ชัย แตงฮ่อ นายอำเภอบางละมุง นายรณกิจ เอกะสิงห์ รองนายกเมืองพัทยา ลงพื้นที่ตรวจสอบความคืบหน้าการก่อสร้างศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวเมืองพัทยา บริเวณชายหาดพัทยาใต้ ปากทางเข้าวอร์คกิ้งสตีท ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีความคืบหน้าของการก่อสร้างเท่าที่ควร ทางด้านนายคมสัน เอกชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า การก่อสร้างศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวเกิดความล่าช้า เพราะต้องมีการปรับเปลี่ยนแบบที่ได้ออกแบบไว้ก่อนหน้านี้ เนื่องจากบริเวณที่จะดำเนินการก่อสร้างมีอาคารบำบัดน้ำเสียอยู่ชั้นใต้ดินบริเวณฐานของการก่อสร้าง และเพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อระบบบำบัดน้ำเสียของเมืองพัทยา จึงได้มีการปรับเปลี่ยนแบบในบางส่วน และคาดว่าอีกไม่เกิน 1 เดือน จะได้เริ่มการก่อสร้างศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวเมืองพัทยาขึ้นอย่างแน่นอน
สำหรับอาคารศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว เมืองพัทยา นี้ จะเป็นอาคาร 2 ชั้น มีรูปแบบที่ทันสมัย และสะดวกสบาย โดยจะเปิดเป็นศูนย์นำร่อง 4 หัวเมืองใหญ่ ได้แก่ เมืองพัทยา เกาะสมุย ภูเก็ต และเชียงใหม่ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยว และเป็นการบูรณาการเพื่อรักษามาตรการความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งทางบกและทางน้ำ
ข่าวชลบุรี เกิดเหตุไฟไหม้ ตึกแถว 3 ชั้นกลางเมืองชล
เกิดเหตุไฟไหม้ ตึกแถว 3 ชั้นกลางเมืองชล เจ้าของบ้านเผย จุดธูปไหว้พระแต่ยันก่อนออกจากบ้านดับแล้วจึงไม่ทราบว่าไฟไหม้จากสาเหตุอะไร
เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลเมืองชลบุรี พร้อมกับเจ้าหน้าที่มูลนิธิไตรคุณธรรม ระดมกำลังช่วยระงับเหตุเพลิงไหม้ ที่ชั้น 3 ของห้องแถวเลขที่ 222/5 ซอยฑีฆามาส ตำบลบางปลาสร้อย อำเภอเมืองชลบุรี โดยนายเดโช คงชยาสุขวัฒน์ นายกเทศมนตรีเมืองชลบุรี ได้มากำกับดูแลการสกัดเพลิงด้วยตนเอง โดยมีรถดับเพลิงของเทศบาลเมืองบ้านสวน ระดมฉีดน้ำสกัดเพลิง ใช้เวลาประมาณ 30นาที เพลิงจึงสงบลง แต่ยังคงมีกลุ่มควันโพยพุ่งออกมา
นายธานินทร์ ศิริผล เจ้าของบ้านที่เกิดเพลิงไหม้เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้าได้จุดธูปไหว้พระ แต่ยืนยันว่าได้ดับธูปก่อนออกจากบ้านแล้ว หลังจากนั้นก็ได้พาภรรยาไปโรงพยาบาล และเมื่อกลับมาพบควันโพยพุ่งออกมาจากชั้น 3 จึงรีบตะโกนขอความช่วยเหลือ จนเพื่อนบ้านออกมาช่วยกันดับเพลิงและแจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาช่วยเหลือดังกล่าว
ด้านนายเดโช คงชยาสุขวัฒน์ นายกเทศมนตรีเมืองชลบุรี เปิดเผยว่า เบื้องต้นเชื่อว่าสาเหตุน่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร แต่อย่างไรก็ตามต้องรอการตรวจสอบสาเหตุที่แน่ชัดจากเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกครั้ง
เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลเมืองชลบุรี พร้อมกับเจ้าหน้าที่มูลนิธิไตรคุณธรรม ระดมกำลังช่วยระงับเหตุเพลิงไหม้ ที่ชั้น 3 ของห้องแถวเลขที่ 222/5 ซอยฑีฆามาส ตำบลบางปลาสร้อย อำเภอเมืองชลบุรี โดยนายเดโช คงชยาสุขวัฒน์ นายกเทศมนตรีเมืองชลบุรี ได้มากำกับดูแลการสกัดเพลิงด้วยตนเอง โดยมีรถดับเพลิงของเทศบาลเมืองบ้านสวน ระดมฉีดน้ำสกัดเพลิง ใช้เวลาประมาณ 30นาที เพลิงจึงสงบลง แต่ยังคงมีกลุ่มควันโพยพุ่งออกมา
นายธานินทร์ ศิริผล เจ้าของบ้านที่เกิดเพลิงไหม้เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้าได้จุดธูปไหว้พระ แต่ยืนยันว่าได้ดับธูปก่อนออกจากบ้านแล้ว หลังจากนั้นก็ได้พาภรรยาไปโรงพยาบาล และเมื่อกลับมาพบควันโพยพุ่งออกมาจากชั้น 3 จึงรีบตะโกนขอความช่วยเหลือ จนเพื่อนบ้านออกมาช่วยกันดับเพลิงและแจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาช่วยเหลือดังกล่าว
ด้านนายเดโช คงชยาสุขวัฒน์ นายกเทศมนตรีเมืองชลบุรี เปิดเผยว่า เบื้องต้นเชื่อว่าสาเหตุน่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร แต่อย่างไรก็ตามต้องรอการตรวจสอบสาเหตุที่แน่ชัดจากเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกครั้ง
ข่าวบางละมุง รวมแก๊งโจ๋ รุมยำคู่อริปางตาย
รวมแก๊งโจ๋ รุมยำคู่อริปางตาย
รวบแก๊งโจ๋พัทยา หลังยกพวกรุมตีวัยรุ่นคู่อริ บาดเจ็บสาหัส 2 คน สอบถามทราบว่า แค้นที่ถูกรุมทำร้ายและทำลายทรัพย์สินก่อน จึงมาเอาคืน
กรณีมีแก๊งวัยรุ่นนับ10 คน ยกพวกใช้อาวุธมีดและไม้รุมทำร้ายร่างกายกลุ่มคู่อริที่หน้าร้านขายเหล้าดองยา ในซอยวัดธรรม 1 จนทำให้นายมนัสชัย วุฒิยานันท์ และนายณัททองประเสริฐ อายุ 15 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัส เมื่อกลางดึกวันที่ 6 ม.ค.ที่ผ่านมา ตามที่ได้รายงานไปแล้วนั้น ความคืบหน้าของคดีนี้เมื่อเวลา12.00 น. วันที่ 7 ม.ค.57 พล.ต.ต.คัชชา ธาตุศาสตร์ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี พ.ต.อ.สุภธีร์ บุญครอง รอง ผบก. พ.ต.อ.ศุภชัย ผุยแก้วคำ ผกก.สภ.บางละมุง จ.ชลบุรี พ.ต.ท.ธีระเดช มาศธนพันธ์ รอง ผกก.ป. พ.ต.ท.จักรกรินทร์ ทั่วสุภาพ รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.นิตย์ วิธินันทกิตต์ สว.สส. พร้อมกำลังตำรวจชุดสืบสวน ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหาที่ร่วมกันก่อเหตุรวม6 คน ประกอบด้วยนายปรัชญา หรือต่อ มีศรี นายคุณานนต์ หรือมาร์ค บุญคุ้ม นายกฤษดา หรือบัง ฬาพานิช นายวิกรม หรือดี้ แสนอ้วน นายพรเทวา หรือกู๊ด บุญลาภ นายธวัฒชัย หรือเต้ย ปะสาริกัง พล.ต.ต.คัชชา เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุเมื่อกลางดึกวันที่ 6 ม.ค.กลุ่มผู้ต้องหาพร้อมพวกที่ยังหลบหนีอยู่ประมาณ 10 กว่าคน ได้นั่งดื่มสุราที่ร้าน ของนายปรัชญา จู่ๆ กลุ่มของผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนหลายคนได้ขับรถ จยย.ซ้อนท้ายกันมาจอดที่หน้าร้านแล้วบิดคันเร่งเครื่องยนต์เสียงดังก่อกวน ซึ่งนายปรัชญา จำได้ว่าเป็นกลุ่มที่เคยยกพวกมารุมทำร้ายที่ร้านเมื่อช่วงปีใหม่ จึงไปบอก นายเก้า(ไม่ทราบชื่อ-นามสกุลจริ) อายุประมาณ 40 ปี ให้รวบรวมพรรคพวกในแก๊ง ก่อนขับรถ จยย.พากันบุกไปทำร้ายร่างกายจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนแยกย้ายกันหลบหนีไป ต่อมาตำรวจสืบทราบว่ากลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุเป็นเด็กในชุมชนธรรมสามัคคี จึงติดตามไปจับกุมตัวที่บ้านพักได้รวม 6 คน ส่วนสาเหตุเนื่องจากกลุ่มผู้ต้องหามีความโกรธแค้นกลุ่มคนเจ็บที่ยกพวกไปรุมทำร้ายและทำลายทรัพย์สินในร้านจนได้รับความเสียหาย ภายหลังการสอบสวนเบื้องต้นได้แจ้งข้อกล่าวหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส พร้อมกับส่งชุดสืบสวนออกติดตามจับกุมนายเก้า หัวหน้าแก๊ง และคนอื่นๆ มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
รวบแก๊งโจ๋พัทยา หลังยกพวกรุมตีวัยรุ่นคู่อริ บาดเจ็บสาหัส 2 คน สอบถามทราบว่า แค้นที่ถูกรุมทำร้ายและทำลายทรัพย์สินก่อน จึงมาเอาคืน
กรณีมีแก๊งวัยรุ่นนับ10 คน ยกพวกใช้อาวุธมีดและไม้รุมทำร้ายร่างกายกลุ่มคู่อริที่หน้าร้านขายเหล้าดองยา ในซอยวัดธรรม 1 จนทำให้นายมนัสชัย วุฒิยานันท์ และนายณัททองประเสริฐ อายุ 15 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัส เมื่อกลางดึกวันที่ 6 ม.ค.ที่ผ่านมา ตามที่ได้รายงานไปแล้วนั้น ความคืบหน้าของคดีนี้เมื่อเวลา12.00 น. วันที่ 7 ม.ค.57 พล.ต.ต.คัชชา ธาตุศาสตร์ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี พ.ต.อ.สุภธีร์ บุญครอง รอง ผบก. พ.ต.อ.ศุภชัย ผุยแก้วคำ ผกก.สภ.บางละมุง จ.ชลบุรี พ.ต.ท.ธีระเดช มาศธนพันธ์ รอง ผกก.ป. พ.ต.ท.จักรกรินทร์ ทั่วสุภาพ รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.นิตย์ วิธินันทกิตต์ สว.สส. พร้อมกำลังตำรวจชุดสืบสวน ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหาที่ร่วมกันก่อเหตุรวม6 คน ประกอบด้วยนายปรัชญา หรือต่อ มีศรี นายคุณานนต์ หรือมาร์ค บุญคุ้ม นายกฤษดา หรือบัง ฬาพานิช นายวิกรม หรือดี้ แสนอ้วน นายพรเทวา หรือกู๊ด บุญลาภ นายธวัฒชัย หรือเต้ย ปะสาริกัง พล.ต.ต.คัชชา เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุเมื่อกลางดึกวันที่ 6 ม.ค.กลุ่มผู้ต้องหาพร้อมพวกที่ยังหลบหนีอยู่ประมาณ 10 กว่าคน ได้นั่งดื่มสุราที่ร้าน ของนายปรัชญา จู่ๆ กลุ่มของผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนหลายคนได้ขับรถ จยย.ซ้อนท้ายกันมาจอดที่หน้าร้านแล้วบิดคันเร่งเครื่องยนต์เสียงดังก่อกวน ซึ่งนายปรัชญา จำได้ว่าเป็นกลุ่มที่เคยยกพวกมารุมทำร้ายที่ร้านเมื่อช่วงปีใหม่ จึงไปบอก นายเก้า(ไม่ทราบชื่อ-นามสกุลจริ) อายุประมาณ 40 ปี ให้รวบรวมพรรคพวกในแก๊ง ก่อนขับรถ จยย.พากันบุกไปทำร้ายร่างกายจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนแยกย้ายกันหลบหนีไป ต่อมาตำรวจสืบทราบว่ากลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุเป็นเด็กในชุมชนธรรมสามัคคี จึงติดตามไปจับกุมตัวที่บ้านพักได้รวม 6 คน ส่วนสาเหตุเนื่องจากกลุ่มผู้ต้องหามีความโกรธแค้นกลุ่มคนเจ็บที่ยกพวกไปรุมทำร้ายและทำลายทรัพย์สินในร้านจนได้รับความเสียหาย ภายหลังการสอบสวนเบื้องต้นได้แจ้งข้อกล่าวหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส พร้อมกับส่งชุดสืบสวนออกติดตามจับกุมนายเก้า หัวหน้าแก๊ง และคนอื่นๆ มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ข่าวจอมเทียน บุกรวบ เจ้าแม่ เปิดบ้านค้ายานรก
บุกรวบ เจ้าแม่ เปิดบ้านค้ายานรก
นอภ.สัตหีบ นำกำลัง บุกรวบ เจ๊เปิ้ล เจ้าแม่ค้ายา หลังพ้นโทษจากคุก เปิดบ้านค้ายานรก
เมื่อเวลา 02.00 น.วันที่ 8 ม.ค.57 นายภวัต เลิศมุกดา นายอำเภอสัตหีบ พร้อมด้วย นายชวัฒน์ เทพทัพ ปลัดฝ่ายความมั่นคง และกำลังเจ้าหน้าที่ ชุดปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติด ได้ร่วมกันวางแผนล่อซื้อยาเสพติดจับกุมตัว น.ส.ยุพาพร หรือเปิ้ล เอื้อเฟื้อ อายุ 33 ปี ข้อหา มียาเสพติดประเภทที่ 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่าย ของกลางยาบ้า 11 เม็ด ธนบัตรล่อซื้อ 200 บาท และผู้เสพในเครือข่าย 3 คน คือนางสาวบุญโฮม หรือน้อย สวานนา อายุ 33 ปี นางสาวอรวรรณ หรือเอ๋ ชูหมื่นไวย อายุ 34 ปี และนายมานพ หรือตั้ม เมืองสุวรรณ อายุ 31 ปี ภายในบ้านเลขที่ 145/4 ซ.นาจอมเทียน 15 ม.9 ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี
นายภวัต เลิศมุกดา นายอำเภอสัตหีบ เปิดเผยว่า ได้รับการร้องเรียนบ้านหลังดังกล่าว มีการจำหน่าย และมั่วสุมยาเสพติด มีวัยรุ่นเวียนเข้า-ออกกันตลอด 2 4 ชั่วโมง โดยมี น.ส.ยุพาพร หรือเจ๊เปิ้ล เจ้าแม่ค้ายาบ้าในเขตพื้นที่บ้านอำเภอ ซึ่งก่อนหน้าเคยถูกจับกุมในคดีค้ายาเสพติดมาแล้วถึง 3 ครั้ง แต่ไม่สำนึกในโทษที่ถูกจองจำ หลังพ้นโทษได้หาเงินในแบบวิธีเดิม ๆ ด้วยการค้ายาบ้า โดยใช้บ้านพักเป็นที่จำหน่าย และมั่วสุม เจ้าหน้าที่จึงเฝ้าติดตามพฤติกรรม จนสามารถจับผู้เสพในเครือข่าย ก่อนขยายผลเข้าทำการล่อซื้อยาบ้าจากผู้ต้องหาจำนวน 1 เม็ด ในราคา 200 บาท จนนำไปสู่การจับกุมในที่สุด ตรวจค้นในห้องนอนพบยาบ้าอีกจำนวน 10 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ในช่องใส่เทปเครื่องเล่นวิทยุที่วางอยู่หัวเตียง จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ขณะดำเนินการจับกุมอยู่นั้นมี น.ส.น้อย น.ส.เอ๋ และนายตั้ม เข้ามาติดต่อขอซื้อยาบ้าจากผู้ต้องหา จึงถูกจับดำเนินคดีฐานเสพยาบ้า ส่วนการขยายผลไม่สามารถสาวถึงตัวการใหญ่ได้ เนื่องจากผู้ต้องหาไม่ยอมปริปากขอรับผิดแต่เพียงผู้เดียว
นอภ.สัตหีบ นำกำลัง บุกรวบ เจ๊เปิ้ล เจ้าแม่ค้ายา หลังพ้นโทษจากคุก เปิดบ้านค้ายานรก
เมื่อเวลา 02.00 น.วันที่ 8 ม.ค.57 นายภวัต เลิศมุกดา นายอำเภอสัตหีบ พร้อมด้วย นายชวัฒน์ เทพทัพ ปลัดฝ่ายความมั่นคง และกำลังเจ้าหน้าที่ ชุดปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติด ได้ร่วมกันวางแผนล่อซื้อยาเสพติดจับกุมตัว น.ส.ยุพาพร หรือเปิ้ล เอื้อเฟื้อ อายุ 33 ปี ข้อหา มียาเสพติดประเภทที่ 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่าย ของกลางยาบ้า 11 เม็ด ธนบัตรล่อซื้อ 200 บาท และผู้เสพในเครือข่าย 3 คน คือนางสาวบุญโฮม หรือน้อย สวานนา อายุ 33 ปี นางสาวอรวรรณ หรือเอ๋ ชูหมื่นไวย อายุ 34 ปี และนายมานพ หรือตั้ม เมืองสุวรรณ อายุ 31 ปี ภายในบ้านเลขที่ 145/4 ซ.นาจอมเทียน 15 ม.9 ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี
นายภวัต เลิศมุกดา นายอำเภอสัตหีบ เปิดเผยว่า ได้รับการร้องเรียนบ้านหลังดังกล่าว มีการจำหน่าย และมั่วสุมยาเสพติด มีวัยรุ่นเวียนเข้า-ออกกันตลอด 2 4 ชั่วโมง โดยมี น.ส.ยุพาพร หรือเจ๊เปิ้ล เจ้าแม่ค้ายาบ้าในเขตพื้นที่บ้านอำเภอ ซึ่งก่อนหน้าเคยถูกจับกุมในคดีค้ายาเสพติดมาแล้วถึง 3 ครั้ง แต่ไม่สำนึกในโทษที่ถูกจองจำ หลังพ้นโทษได้หาเงินในแบบวิธีเดิม ๆ ด้วยการค้ายาบ้า โดยใช้บ้านพักเป็นที่จำหน่าย และมั่วสุม เจ้าหน้าที่จึงเฝ้าติดตามพฤติกรรม จนสามารถจับผู้เสพในเครือข่าย ก่อนขยายผลเข้าทำการล่อซื้อยาบ้าจากผู้ต้องหาจำนวน 1 เม็ด ในราคา 200 บาท จนนำไปสู่การจับกุมในที่สุด ตรวจค้นในห้องนอนพบยาบ้าอีกจำนวน 10 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ในช่องใส่เทปเครื่องเล่นวิทยุที่วางอยู่หัวเตียง จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ขณะดำเนินการจับกุมอยู่นั้นมี น.ส.น้อย น.ส.เอ๋ และนายตั้ม เข้ามาติดต่อขอซื้อยาบ้าจากผู้ต้องหา จึงถูกจับดำเนินคดีฐานเสพยาบ้า ส่วนการขยายผลไม่สามารถสาวถึงตัวการใหญ่ได้ เนื่องจากผู้ต้องหาไม่ยอมปริปากขอรับผิดแต่เพียงผู้เดียว
ข่าวชลบุรี ตร.ชลบุรี รวบ แก๊งค้ายาเสพติด
ตร.ชลบุรี รวบ แก๊งค้ายาเสพติด
สถานีตำรวจภูธรเมืองชลบุรี นำกำลังจับ แก๊งค้ายาบ้า พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 3,872 เม็ด และยาไอซ์ 7.63 กรัม พร้อมเตรียมขยายผลจับกุมเอเย่นต์รายใหญ่
ร.ต.อ.โชคชัย โทคำมา รองสารวัตรป้องกันและปราบปรามสถานีตำรวจภูธรเมืองชลบุรี ได้นำกำลังเข้าจับกุม นายธีร์วรา หรือต้า อำไพวงษ์ และนางสาว จีรนันท์ หรือ โบว์ เจริญธรรม อายุ 28 ปี ที่บ้านเลขที่377/1 หมู่ 8 ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี พร้อมของกลางเป็นยาไอซ์ จำนวน 1 ถุง น้ำหนัก 7.63 กรัม ยาบ้าอีก 3,872 เม็ด อาวุธปืนลูกซอง 1 กระบอก ปืนสั้นอีก 1 กระบอก
จากการสืบของเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทราบว่าผู้ต้องหาทั้งสองได้แอบลักลอบจำหน่ายยาเสพติด จึงนำกำลังเข้าจับกุม และได้พบของกลางดังกล่าว โดยนางสาวจีรนันท์ รับว่ามียาบ้า และยาไอซ์ พร้อมอาวุธปืนอยู่ในรถ จึงได้เข้าตรวจสอบภายในรถกระบะ ยี่ห้อ อีซูซุ จึงได้พบของกลางทั้งหมด พร้อมกับยอมรับว่ายาบ้าทั้งหมดเป็นของนายธงชัย วิลัยลักษณ์ อายุ 27 ปี และนายบอส ไม่ทราบนามสกุล ซึ่งเป็นผู้ต้องขังอยู่ในเรือนจำชลบุรี โดยให้ตนเก็บไว้ จากการสอบถาม นางสาว จีรนันท์ ยังได้การเพิ่มเติมว่า ตนและนายธงชัย นายบอส และนางสาวโสรยา ได้ร่วมกันกันลักลอบจำหน่ายยาบ้า และยาไอซ์ โดยนายธงชัย นายบอส เป็นคนสั่งซื้อยาจากเอเยนต์รายใหญ่ ส่วนตนและทำหน้าที่ไปเก็บยา โดยเอเยนต์จะสั่งลูกน้องนำไปวางตามจุดต่างๆ ในจังหวัดชลบุรี โดยลูกค้าจะสั่งซื้อยาจากนายธงชัย นายบอส และทำการนัดแนะให้ตนนำยาไปส่งให้ลูกค้า โดยเงินจะถูกโอนเข้าบัญชี นางสาวโสรยา ซึ่งจะได้รับค่าจ้าง 1 มัด 5,000 บาท ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แจ้งข้อหามียาเสพติดไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย นอกจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้เตรียมขยายผลเพิ่มเติมหาเอเยนรายใหญ่ต่อไป
สถานีตำรวจภูธรเมืองชลบุรี นำกำลังจับ แก๊งค้ายาบ้า พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 3,872 เม็ด และยาไอซ์ 7.63 กรัม พร้อมเตรียมขยายผลจับกุมเอเย่นต์รายใหญ่
ร.ต.อ.โชคชัย โทคำมา รองสารวัตรป้องกันและปราบปรามสถานีตำรวจภูธรเมืองชลบุรี ได้นำกำลังเข้าจับกุม นายธีร์วรา หรือต้า อำไพวงษ์ และนางสาว จีรนันท์ หรือ โบว์ เจริญธรรม อายุ 28 ปี ที่บ้านเลขที่377/1 หมู่ 8 ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี พร้อมของกลางเป็นยาไอซ์ จำนวน 1 ถุง น้ำหนัก 7.63 กรัม ยาบ้าอีก 3,872 เม็ด อาวุธปืนลูกซอง 1 กระบอก ปืนสั้นอีก 1 กระบอก
จากการสืบของเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทราบว่าผู้ต้องหาทั้งสองได้แอบลักลอบจำหน่ายยาเสพติด จึงนำกำลังเข้าจับกุม และได้พบของกลางดังกล่าว โดยนางสาวจีรนันท์ รับว่ามียาบ้า และยาไอซ์ พร้อมอาวุธปืนอยู่ในรถ จึงได้เข้าตรวจสอบภายในรถกระบะ ยี่ห้อ อีซูซุ จึงได้พบของกลางทั้งหมด พร้อมกับยอมรับว่ายาบ้าทั้งหมดเป็นของนายธงชัย วิลัยลักษณ์ อายุ 27 ปี และนายบอส ไม่ทราบนามสกุล ซึ่งเป็นผู้ต้องขังอยู่ในเรือนจำชลบุรี โดยให้ตนเก็บไว้ จากการสอบถาม นางสาว จีรนันท์ ยังได้การเพิ่มเติมว่า ตนและนายธงชัย นายบอส และนางสาวโสรยา ได้ร่วมกันกันลักลอบจำหน่ายยาบ้า และยาไอซ์ โดยนายธงชัย นายบอส เป็นคนสั่งซื้อยาจากเอเยนต์รายใหญ่ ส่วนตนและทำหน้าที่ไปเก็บยา โดยเอเยนต์จะสั่งลูกน้องนำไปวางตามจุดต่างๆ ในจังหวัดชลบุรี โดยลูกค้าจะสั่งซื้อยาจากนายธงชัย นายบอส และทำการนัดแนะให้ตนนำยาไปส่งให้ลูกค้า โดยเงินจะถูกโอนเข้าบัญชี นางสาวโสรยา ซึ่งจะได้รับค่าจ้าง 1 มัด 5,000 บาท ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แจ้งข้อหามียาเสพติดไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย นอกจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้เตรียมขยายผลเพิ่มเติมหาเอเยนรายใหญ่ต่อไป
ข่าวพัทยา ลุยตรวจร้านจำหน่ายเครื่องสำอาง-อาหารเสริมรวม 3 จุด
ลุยตรวจร้านจำหน่ายเครื่องสำอาง-อาหารเสริมรวม 3 จุด
สสจ.ชลบุรี ร่วมกับ ดีเอสไอ.ภาคตะวันออก ลุยตรวจร้านจำหน่ายเครื่องสำอางค์-อาหารเสริมรวม 3 จุด พบลักลอบนำสินค้าไม่ผ่าน อย.มาขายให้ชาวต่างชาติ หวั่นนำไปใช้แล้วเกิดผลข้างเคียงทำให้เสียชื่อเสียงเมืองพัทยา
เวลา 14.30 น. วันที่ 7 ม.ค.57 นายประวิทย์ ไชยบัวแดง ผอ.ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษภาค 2 หรือ ดีเอสไอ.ภาคตะวันออก ได้รับเรื่องร้องเรียนจากพลเมืองดีว่ามีผู้ประกอบการลักลอบนำเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์อาหารเสริมมาจำหน่ายให้กับชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย จึงส่งสายลับออกหาข่าวจนได้หลักฐานแน่ชัด และประสานนางรติกร ประเสริฐไทยเจริญ เภสัชกรชำนาญการพิเศษ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชลบุรี นำกำลังพร้อมหมายค้นศาลจังหวัดพัทยาไปตรวจสอบรวม 3 จุด
โดยจุดแรกตรวจค้นร้านปริญดา เฮอร์บัล โปรดักส์ จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 46/65 ซอยสุขุมวิท-พัทยา 87 พบพนักงานกำลังจำหน่ายสินค้าประเภทเครื่องสำอาง, อาหารเสริม, สมุนไพร ฯลฯ ให้กับชาวต่างชาติซึ่งส่วนใหญ่เป็นกรุ๊ปทัวร์ชาวรัสเซีย โดยมีนางปริญดา ซูชาโนวิช อายุ 47 ปี เป็นเจ้าของ จากการตรวจสอบพบสินค้า อาทิ กาแฟ, ใบชา, โลชั่นทาผิว และเครื่องสำอาง ที่มีฉลากไม่ถูกต้อง และไม่มีเลขจดแจ้งจากสาธารณสุขจังหวัดชลบุรี จึงยึดไว้เป็นหลักฐาน
จุดที่ 2 ตรวจสอบร้านสยาม สปา เอ็กตร้า เวอร์จิ้น เลขที่ 68/15-16 ถนนพัทยาใต้ และจุดที่ 3 ร้านกู๊ดเดย์ เลขที่ 65/66-67 ตรงข้ามวัดชัยมงคล ซึ่งทั้ง 2 แห่ง มีนายธัชชัย จั่นสกุล อายุ 39 ปี เป็นเจ้าของ พร้อมกับยึดสินค้าผิดกฎหมาย อาทิ ผลิตภัณฑ์เสริมความงาม อาหารเสริม เครื่องสำอาง และยาบางชนิด มูลค่ากว่า 500,000 บาท
นายประวิทย์ ไชยบัวแดง เปิดเผยว่า หลังได้รับเรื่องร้องเรียนจึงส่งสายลับลงพื้นที่หาข่าวจนได้หลักฐานว่าทั้ง 3 แห่ง ได้ลักลอบจำหน่ายเครื่องสำอางและอาหารเสริมประเภทต่างๆ ให้กับชาวต่างชาติจริง จึงประสานเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดชลบุรี นำกำลังไปตรวจค้นพร้อมกับยึดของกลางได้จำนวนหนึ่ง เบื้องต้นได้ดำเนินคดีผู้ประกอบการทั้ง 3 แห่ง ในฐานความผิดตาม พ.ร.บ.เครื่องสำอาง และ พ.ร.บ.อาหารและยา และจะได้ทำการขยายผลไปสู่แหล่งผลิตต่อไป
สสจ.ชลบุรี ร่วมกับ ดีเอสไอ.ภาคตะวันออก ลุยตรวจร้านจำหน่ายเครื่องสำอางค์-อาหารเสริมรวม 3 จุด พบลักลอบนำสินค้าไม่ผ่าน อย.มาขายให้ชาวต่างชาติ หวั่นนำไปใช้แล้วเกิดผลข้างเคียงทำให้เสียชื่อเสียงเมืองพัทยา
เวลา 14.30 น. วันที่ 7 ม.ค.57 นายประวิทย์ ไชยบัวแดง ผอ.ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษภาค 2 หรือ ดีเอสไอ.ภาคตะวันออก ได้รับเรื่องร้องเรียนจากพลเมืองดีว่ามีผู้ประกอบการลักลอบนำเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์อาหารเสริมมาจำหน่ายให้กับชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย จึงส่งสายลับออกหาข่าวจนได้หลักฐานแน่ชัด และประสานนางรติกร ประเสริฐไทยเจริญ เภสัชกรชำนาญการพิเศษ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชลบุรี นำกำลังพร้อมหมายค้นศาลจังหวัดพัทยาไปตรวจสอบรวม 3 จุด
โดยจุดแรกตรวจค้นร้านปริญดา เฮอร์บัล โปรดักส์ จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 46/65 ซอยสุขุมวิท-พัทยา 87 พบพนักงานกำลังจำหน่ายสินค้าประเภทเครื่องสำอาง, อาหารเสริม, สมุนไพร ฯลฯ ให้กับชาวต่างชาติซึ่งส่วนใหญ่เป็นกรุ๊ปทัวร์ชาวรัสเซีย โดยมีนางปริญดา ซูชาโนวิช อายุ 47 ปี เป็นเจ้าของ จากการตรวจสอบพบสินค้า อาทิ กาแฟ, ใบชา, โลชั่นทาผิว และเครื่องสำอาง ที่มีฉลากไม่ถูกต้อง และไม่มีเลขจดแจ้งจากสาธารณสุขจังหวัดชลบุรี จึงยึดไว้เป็นหลักฐาน
จุดที่ 2 ตรวจสอบร้านสยาม สปา เอ็กตร้า เวอร์จิ้น เลขที่ 68/15-16 ถนนพัทยาใต้ และจุดที่ 3 ร้านกู๊ดเดย์ เลขที่ 65/66-67 ตรงข้ามวัดชัยมงคล ซึ่งทั้ง 2 แห่ง มีนายธัชชัย จั่นสกุล อายุ 39 ปี เป็นเจ้าของ พร้อมกับยึดสินค้าผิดกฎหมาย อาทิ ผลิตภัณฑ์เสริมความงาม อาหารเสริม เครื่องสำอาง และยาบางชนิด มูลค่ากว่า 500,000 บาท
นายประวิทย์ ไชยบัวแดง เปิดเผยว่า หลังได้รับเรื่องร้องเรียนจึงส่งสายลับลงพื้นที่หาข่าวจนได้หลักฐานว่าทั้ง 3 แห่ง ได้ลักลอบจำหน่ายเครื่องสำอางและอาหารเสริมประเภทต่างๆ ให้กับชาวต่างชาติจริง จึงประสานเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดชลบุรี นำกำลังไปตรวจค้นพร้อมกับยึดของกลางได้จำนวนหนึ่ง เบื้องต้นได้ดำเนินคดีผู้ประกอบการทั้ง 3 แห่ง ในฐานความผิดตาม พ.ร.บ.เครื่องสำอาง และ พ.ร.บ.อาหารและยา และจะได้ทำการขยายผลไปสู่แหล่งผลิตต่อไป
ข่าวชลบุรี เจ้าหน้าที่กู้ภัยช่วยสุนัขตกท่อระบายน้ำ
เจ้าหน้าที่กู้ภัยช่วยสุนัขตกท่อระบายน้ำ
เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยและกรมบรรเทาสารธารณภัย เมืองบ้านสวน จังหวัดชลบุรี เร่งมือเข้าช่วยเจ้าสุนัข ที่ตกลงไปในท่อระบายน้ำ ต้องใช้เวลาในการช่วยเหลือนานกว่า 1 ชั่วโมง จึงสามารถช่วยขึ้นมาได้อย่างปลอดภัย
สืบเนื่องจากชาวบ้าน ได้แจ้งไปยังเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิไตรคุณธรรม ว่าได้ยินเสียงร้องของสุนัข ดังมาจากท่อระบายน้ำ เจ้าหน้าที่จึงได้เดินทางไปยังจุดดังกล่าวซึ่งเป็นท่อระบายน้ำ ปากซอยบ้านสวน ธีระบัณฑิต 3 หมู่ 1 ตำบลบ้านสวน อำเภอเมืองชลบุรี
โดยเบื้องต้นเจ้าหน้าที่กู้ภัยและชาวบ้านต่างได้ช่วยกันพยายามเปิดฝาตะแกรงเหล็กซึ่งเป็นเหล็กหนาและมีน้ำหนักมาก ใช้เวลากว่า 20 นาที แต่สุดท้ายไม่สามารถทำได้ จึงประสานไปยังเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลเมืองบ้านสวน และ เมื่อเจ้าหน้าที่ได้เปิดฝาได้ก็ลงไปสำรวจ แต่ไม่พบ จึงได้เปิดฝาท่ออีก 2 ฝา จนไปพบสุนัขไทยพันธ์ทาง เพศผู้อายุประมาณ 2 ปี อยู่บริเวณปากท่อระบายน้ำที่ 3 เจ้าหน้าที่จึงนำค้อนทุบให้เกิดเสียงดัง จนสุนัขตกใจกลัวรีบมุดกลับไปยังฝาท่อแรก โดยใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่จึงนำสวิงมาดักรอปากท่อ จนในที่สุดเจ้าสุนัขก็ได้เดินเข้าสวิง สามารถขึ้นมาจากท่อได้ และวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่มูลนิธิไตรคุณธรรม เล่าว่า ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าได้ยินเสียงสุนัขร้องในท่อ มาตั้งแต่ในช่วงคืนที่ผ่านมา จนมาถึงในช่วงบ่ายของวันนี้ ก็ยังมีเสียงร้องของเจ้าสุนัข เหมือนจะให้คนรู้และช่วยมันให้ออกมาจากท่อนี้ที จึงได้มาตรวจสอบแต่ไม่สามารถเปิดฝาท่อได้ จึงได้รีบแจ้งเทศบาลเมืองบ้านสวนให้มาทำการช่วยเหลือ จนช่วยเหลือเจ้าสุนัขตัวนี้ขึ้นมาได้ในที่สุด
เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยและกรมบรรเทาสารธารณภัย เมืองบ้านสวน จังหวัดชลบุรี เร่งมือเข้าช่วยเจ้าสุนัข ที่ตกลงไปในท่อระบายน้ำ ต้องใช้เวลาในการช่วยเหลือนานกว่า 1 ชั่วโมง จึงสามารถช่วยขึ้นมาได้อย่างปลอดภัย
สืบเนื่องจากชาวบ้าน ได้แจ้งไปยังเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิไตรคุณธรรม ว่าได้ยินเสียงร้องของสุนัข ดังมาจากท่อระบายน้ำ เจ้าหน้าที่จึงได้เดินทางไปยังจุดดังกล่าวซึ่งเป็นท่อระบายน้ำ ปากซอยบ้านสวน ธีระบัณฑิต 3 หมู่ 1 ตำบลบ้านสวน อำเภอเมืองชลบุรี
โดยเบื้องต้นเจ้าหน้าที่กู้ภัยและชาวบ้านต่างได้ช่วยกันพยายามเปิดฝาตะแกรงเหล็กซึ่งเป็นเหล็กหนาและมีน้ำหนักมาก ใช้เวลากว่า 20 นาที แต่สุดท้ายไม่สามารถทำได้ จึงประสานไปยังเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลเมืองบ้านสวน และ เมื่อเจ้าหน้าที่ได้เปิดฝาได้ก็ลงไปสำรวจ แต่ไม่พบ จึงได้เปิดฝาท่ออีก 2 ฝา จนไปพบสุนัขไทยพันธ์ทาง เพศผู้อายุประมาณ 2 ปี อยู่บริเวณปากท่อระบายน้ำที่ 3 เจ้าหน้าที่จึงนำค้อนทุบให้เกิดเสียงดัง จนสุนัขตกใจกลัวรีบมุดกลับไปยังฝาท่อแรก โดยใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่จึงนำสวิงมาดักรอปากท่อ จนในที่สุดเจ้าสุนัขก็ได้เดินเข้าสวิง สามารถขึ้นมาจากท่อได้ และวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่มูลนิธิไตรคุณธรรม เล่าว่า ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าได้ยินเสียงสุนัขร้องในท่อ มาตั้งแต่ในช่วงคืนที่ผ่านมา จนมาถึงในช่วงบ่ายของวันนี้ ก็ยังมีเสียงร้องของเจ้าสุนัข เหมือนจะให้คนรู้และช่วยมันให้ออกมาจากท่อนี้ที จึงได้มาตรวจสอบแต่ไม่สามารถเปิดฝาท่อได้ จึงได้รีบแจ้งเทศบาลเมืองบ้านสวนให้มาทำการช่วยเหลือ จนช่วยเหลือเจ้าสุนัขตัวนี้ขึ้นมาได้ในที่สุด
ข่าวชลบุรี สาวทอมพนักงานภายในอมตะนคร ถูกแทงจนเสียชีวิต
สาวทอมพนักงานภายในอมตะนคร ถูกแทงจนเสียชีวิต
เกิดเหตุสาวทอมพนักงานภายในอมตะนคร ชลบุรี ถูกแทงจนเสียชีวิต
ร.ต.ท.อธิศ พ่องเสรี พนักงานสอบสอนสภ.เมืองชลบุรี ได้รับแจ้งว่ามีคนถูกแทงเสียชีวิตอยู่ภายในซอยแม่มาลัยทอง หมู่ 4 ตำบลบ้านสวน อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี หลังรับแจ้งจึงรีบรายงานให้ พ.ต.อ.สุรพงษ์ ไทยประเสริฐ ผู้กำกับการสภ.เมืองชลบุรี และพล.ต.ต.คัชชา ธาตุศาสตร์ ผบก.ตร.จว.ชลบุรี ทราบ และเข้าตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ พบศพ นางสาวปทุม พริกแก้ว อายุ 36 ปี ชาวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นสาวทอม ตรวจสอบตามร่างกายพบบาลแผลถูกแทงเขาที่ราวนมด้านซ้าย 1 แผล และมีรอยบอกซ้ำที่ใบหน้า
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบถามนางสาวสุกัญญา ตรีชวา อายุ 34 ปี สาวทอมเพื่อนของผู้เสียชีวิต เล่าว่าได้รับโทรศัพท์ จากนางสาวปทุม ผู้เสียชีวิต ว่าให้ขี่ รถจักรยานยนต์ ไปรับที่หน้าบริษัท R J ภายในอมตะนคร ชลบุรี แต่เมื่อไปถึงก็พบเพื่อนถูกแทงจึงรีบพากลับห้องพักภายในซอยแม่มาลัยทอง แต่อาการไม่ดีจึงแจ้งหน่วยกู้ภัยมูลนิธรรมรัศมีมณีรัตน์ให้มาช่วย พอเจ้าหน้าที่กู้ภัยมาถึงก็พบว่านางสาวปทุม นั้นได้เสียชีวิตแล้ว ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อเพราะนางสาวสุกัญญา เพื่อนของผู้เสียชีวิต ให้การวกไปวนมา และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ตรวจสอบภายในห้องพักของผู้เสียชีวิต ยังพบอุปกรณ์การเสพยาไอช์ 1 ชุด จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เชิญตัว นางสาวสุกัญญา เพื่อนของผู้เสียชีวิต ไปสอบปากคำต่อที่ สภ. เมืองชลบุรี
เกิดเหตุสาวทอมพนักงานภายในอมตะนคร ชลบุรี ถูกแทงจนเสียชีวิต
ร.ต.ท.อธิศ พ่องเสรี พนักงานสอบสอนสภ.เมืองชลบุรี ได้รับแจ้งว่ามีคนถูกแทงเสียชีวิตอยู่ภายในซอยแม่มาลัยทอง หมู่ 4 ตำบลบ้านสวน อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี หลังรับแจ้งจึงรีบรายงานให้ พ.ต.อ.สุรพงษ์ ไทยประเสริฐ ผู้กำกับการสภ.เมืองชลบุรี และพล.ต.ต.คัชชา ธาตุศาสตร์ ผบก.ตร.จว.ชลบุรี ทราบ และเข้าตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ พบศพ นางสาวปทุม พริกแก้ว อายุ 36 ปี ชาวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นสาวทอม ตรวจสอบตามร่างกายพบบาลแผลถูกแทงเขาที่ราวนมด้านซ้าย 1 แผล และมีรอยบอกซ้ำที่ใบหน้า
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบถามนางสาวสุกัญญา ตรีชวา อายุ 34 ปี สาวทอมเพื่อนของผู้เสียชีวิต เล่าว่าได้รับโทรศัพท์ จากนางสาวปทุม ผู้เสียชีวิต ว่าให้ขี่ รถจักรยานยนต์ ไปรับที่หน้าบริษัท R J ภายในอมตะนคร ชลบุรี แต่เมื่อไปถึงก็พบเพื่อนถูกแทงจึงรีบพากลับห้องพักภายในซอยแม่มาลัยทอง แต่อาการไม่ดีจึงแจ้งหน่วยกู้ภัยมูลนิธรรมรัศมีมณีรัตน์ให้มาช่วย พอเจ้าหน้าที่กู้ภัยมาถึงก็พบว่านางสาวปทุม นั้นได้เสียชีวิตแล้ว ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อเพราะนางสาวสุกัญญา เพื่อนของผู้เสียชีวิต ให้การวกไปวนมา และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ตรวจสอบภายในห้องพักของผู้เสียชีวิต ยังพบอุปกรณ์การเสพยาไอช์ 1 ชุด จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เชิญตัว นางสาวสุกัญญา เพื่อนของผู้เสียชีวิต ไปสอบปากคำต่อที่ สภ. เมืองชลบุรี
ข่าวพัทยา แก๊งเงินกู้ อุ้มหนุ่มขายดอกไม้ชาวเวียดนามเพื่อทวงเงินแต่ผิดตัว
แก๊งเงินกู้ อุ้มหนุ่มขายดอกไม้ชาวเวียดนามเพื่อทวงเงินแต่ผิดตัว
เจ้าหน้าที่ สภ. เมืองพัทยา ได้รับแจ้ง คนขายดอกไม้ถูกชายฉกรรจ์จำนวน 6 คน อุ้มขึ้นรถตู้ สอบถามทราบว่าอุ้มผิดคน ซึ่งคิดว่าเป็นลูกหนี้ชาวกัมพูชาที่ไปกู้เงินมา
เมื่อเวลา 04.00 น. วันที่ 8 ม.ค. 57 ร.ต.อ. นพดล รักษาวงศ์ รอง สวป.สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุมีคนขายดอกไม้ถูกชายฉกรรจ์จำนวน 6 คนทำการอุ้มขึ้นรถตู้ ยี่ห้อโตโยต้า สีบรอน-เทา เหตุเกิดบริเวณปากซอย 12 ด้านชายหาดพัทยา หลังก่อเหตุได้มุ่งหน้าหลบหนีไปทางถนนพัทยาสายสอง หลังรับแจ้งจึงวิทยุสกัดตามเส้นทางหลบหนี ต่อมาเจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมรถตู้คันดังกล่าวได้ที่สี่แยกไดอาน่าตัดซอยบัวขาว ตรวจสอบพบกลุ่มชายวัยรุ่นที่นั่งอยู่ในรถตู้จำนวน 6 คน พร้อมหนุ่มชาวเวียดนาม 1 คน ก่อนควบคุมตัวทั้งหมดมาสอบสวน
สอบสวนทราบชื่อคนขับคือ นายเจนภพ ปองไป อายุ 22 ปี พร้อมด้วยเพื่อนร่วมแก๊ง ประกอบด้วยนายเรวัต ยันครุ อายุ 23 ปี นายสุรพงษ์ บุญยืน อายุ 23 ปี นายชัยณรงค์ หารธนะ อายุ 26 ปี นายวุฒิพงษ์ บุญก่อ อายุ 23 ปี และนายพีรพงษ์ บุญก่อ อายุ 20 ปี โดยมีผู้เสียหาย Mr.Nguyen van tu อายุ 34 ปี สัญชาติเวียดนาม อาชีพเดินขายดอกไม้ริมหาดพัทยา
สอบสวนผู้ก่อเหตุให้การว่าเจ้านายได้ให้มาติดตามทวงเงินกับกลุ่มคนขายดอกไม้ชาวเขมร ที่ได้กู้เงินมาขายดอกไม้แล้วไม่ยอผ่อนชำระให้ พอทวงถามก็จะหนีไม่ยอมจ่าย พวกตนจึงพากันมาดักรอจนพบ Mr.Nguyen van tu เดินขายดอกไม้อยู่และคิดว่าเป็นกลุ่มเดียวกัน จึงไดัเข้าไปกระชากแล้วพาขึ้นรถตู้ หวังที่จะแค่ขู่ ซึ่งคิดว่าเป็นพวกเดียวกันโดยไม่รู้ว่าเป็นชาวเวียดนาม
เบื้องต้นMr.Nguyen van tu ผู้เสียหายให้การว่า ตนเองนั้นไม่ได้รู้จักกับผู้ก่อเหตุ และไม่เคยกู้เงินแต่อย่างใด ภายหลังจากการสอบสวนคาดว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุน่าจะกระทำการอุ้มผิดตัว โดยคิดว่าผู้เสียหายที่เป็นชาวเวียดนามนั้นเป็นกลุ่มเดียวกับชาวเขมร จึงได้มาดักรอเพื่อทวงเงิน อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหากับกลุ่มผู้ก่อเหตุในข้อหา ร่วมกันกักขังหน่วงเหนี่ยว ขัดขืนใจ ข่มขู่กรรโชกทรัพย์ ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
เจ้าหน้าที่ สภ. เมืองพัทยา ได้รับแจ้ง คนขายดอกไม้ถูกชายฉกรรจ์จำนวน 6 คน อุ้มขึ้นรถตู้ สอบถามทราบว่าอุ้มผิดคน ซึ่งคิดว่าเป็นลูกหนี้ชาวกัมพูชาที่ไปกู้เงินมา
เมื่อเวลา 04.00 น. วันที่ 8 ม.ค. 57 ร.ต.อ. นพดล รักษาวงศ์ รอง สวป.สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุมีคนขายดอกไม้ถูกชายฉกรรจ์จำนวน 6 คนทำการอุ้มขึ้นรถตู้ ยี่ห้อโตโยต้า สีบรอน-เทา เหตุเกิดบริเวณปากซอย 12 ด้านชายหาดพัทยา หลังก่อเหตุได้มุ่งหน้าหลบหนีไปทางถนนพัทยาสายสอง หลังรับแจ้งจึงวิทยุสกัดตามเส้นทางหลบหนี ต่อมาเจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมรถตู้คันดังกล่าวได้ที่สี่แยกไดอาน่าตัดซอยบัวขาว ตรวจสอบพบกลุ่มชายวัยรุ่นที่นั่งอยู่ในรถตู้จำนวน 6 คน พร้อมหนุ่มชาวเวียดนาม 1 คน ก่อนควบคุมตัวทั้งหมดมาสอบสวน
สอบสวนทราบชื่อคนขับคือ นายเจนภพ ปองไป อายุ 22 ปี พร้อมด้วยเพื่อนร่วมแก๊ง ประกอบด้วยนายเรวัต ยันครุ อายุ 23 ปี นายสุรพงษ์ บุญยืน อายุ 23 ปี นายชัยณรงค์ หารธนะ อายุ 26 ปี นายวุฒิพงษ์ บุญก่อ อายุ 23 ปี และนายพีรพงษ์ บุญก่อ อายุ 20 ปี โดยมีผู้เสียหาย Mr.Nguyen van tu อายุ 34 ปี สัญชาติเวียดนาม อาชีพเดินขายดอกไม้ริมหาดพัทยา
สอบสวนผู้ก่อเหตุให้การว่าเจ้านายได้ให้มาติดตามทวงเงินกับกลุ่มคนขายดอกไม้ชาวเขมร ที่ได้กู้เงินมาขายดอกไม้แล้วไม่ยอผ่อนชำระให้ พอทวงถามก็จะหนีไม่ยอมจ่าย พวกตนจึงพากันมาดักรอจนพบ Mr.Nguyen van tu เดินขายดอกไม้อยู่และคิดว่าเป็นกลุ่มเดียวกัน จึงไดัเข้าไปกระชากแล้วพาขึ้นรถตู้ หวังที่จะแค่ขู่ ซึ่งคิดว่าเป็นพวกเดียวกันโดยไม่รู้ว่าเป็นชาวเวียดนาม
เบื้องต้นMr.Nguyen van tu ผู้เสียหายให้การว่า ตนเองนั้นไม่ได้รู้จักกับผู้ก่อเหตุ และไม่เคยกู้เงินแต่อย่างใด ภายหลังจากการสอบสวนคาดว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุน่าจะกระทำการอุ้มผิดตัว โดยคิดว่าผู้เสียหายที่เป็นชาวเวียดนามนั้นเป็นกลุ่มเดียวกับชาวเขมร จึงได้มาดักรอเพื่อทวงเงิน อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหากับกลุ่มผู้ก่อเหตุในข้อหา ร่วมกันกักขังหน่วงเหนี่ยว ขัดขืนใจ ข่มขู่กรรโชกทรัพย์ ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
Tuesday, January 7, 2014
ข่าวพัทยา รร.ฮิลตัน พัทยา จัดงานเลี้ยงขอบคุณสื่อมวลชน
รร.ฮิลตัน พัทยา จัดงานเลี้ยงขอบคุณสื่อมวลชน ภายใต้ชื่อธีม My Dream Job โดขึ้นชั้นอยากเป็น?
รร.ฮิลตัน พัทยา จัดงานเลี้ยงขอบคุณสื่อมวลชน ภายใต้ชื่อธีม My Dream Job โตขึ้นชั้นอยากเป็น? โดยมีคณะสื่อมวลชนจากหลากหลายแขนง ทั้งทีวี หนังสือพิมพ์ นิตยสาร และเว็บไซต์ เข้าร่วมงานกันอย่างคับคั่ง โดยมี Mr. ฮาราลด์ ฟอร์เยอร์สไตน์ ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมฮิลตัน พัทยา และ คุณภัทริกา ภัทรประสิทธิ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ รร.ฮิลตัน พัทยา กล่าวต้อนรับ พร้อมกล่าวขอบคุณสื่อมวลชนทุกแขนง ที่ร่วมสนับสนุนและประชาสัมพันธ์ งานของทางโรงแรมฮิลตันพัทยา ด้วยดีตลอดมา โดยภายในงานได้มีการจัดเลี้ยงอย่างเป็นกันเอง พร้อมการแสดงดนตรีจากวงร็อคสตาร์ กลุ่มพนักงานของ รร.ฮิลตัน พัทยา ร่วมขับกล่อมดนตรีตลอดงาน โดยภายในงานยังได้มีการการจับรางวัลลักกี้ดอร์ ให้กับผู้สื่อข่าวที่เข้าร่วมงานในครั้ง โดยมีรางวัลใหญ่ เป็นที่พักสุดหรูที่ รร.ฮิลตันพัทยาและ รร.ฮิลตัน กรุงเทพ 1 คืน อย่างละ 1 รางวัล พร้อมแจกรางวัลให้กับผู้ที่แต่งกายได้โดนใจทีมงาน ทั้งสิ้น 10 ท่าน ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความสนุกสนาน ต่างร่วมรับประทานและดื่มกันอย่างเต็มที่
รร.ฮิลตัน พัทยา จัดงานเลี้ยงขอบคุณสื่อมวลชน ภายใต้ชื่อธีม My Dream Job โตขึ้นชั้นอยากเป็น? โดยมีคณะสื่อมวลชนจากหลากหลายแขนง ทั้งทีวี หนังสือพิมพ์ นิตยสาร และเว็บไซต์ เข้าร่วมงานกันอย่างคับคั่ง โดยมี Mr. ฮาราลด์ ฟอร์เยอร์สไตน์ ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมฮิลตัน พัทยา และ คุณภัทริกา ภัทรประสิทธิ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ รร.ฮิลตัน พัทยา กล่าวต้อนรับ พร้อมกล่าวขอบคุณสื่อมวลชนทุกแขนง ที่ร่วมสนับสนุนและประชาสัมพันธ์ งานของทางโรงแรมฮิลตันพัทยา ด้วยดีตลอดมา โดยภายในงานได้มีการจัดเลี้ยงอย่างเป็นกันเอง พร้อมการแสดงดนตรีจากวงร็อคสตาร์ กลุ่มพนักงานของ รร.ฮิลตัน พัทยา ร่วมขับกล่อมดนตรีตลอดงาน โดยภายในงานยังได้มีการการจับรางวัลลักกี้ดอร์ ให้กับผู้สื่อข่าวที่เข้าร่วมงานในครั้ง โดยมีรางวัลใหญ่ เป็นที่พักสุดหรูที่ รร.ฮิลตันพัทยาและ รร.ฮิลตัน กรุงเทพ 1 คืน อย่างละ 1 รางวัล พร้อมแจกรางวัลให้กับผู้ที่แต่งกายได้โดนใจทีมงาน ทั้งสิ้น 10 ท่าน ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความสนุกสนาน ต่างร่วมรับประทานและดื่มกันอย่างเต็มที่
Subscribe to:
Posts (Atom)