จับเอเย่นต์ยาบ้า
ตำรวจเมืองชลบุรี รวบเอเย่นต์ยาบ้า พร้อมของกลางแบงค์มูลค่า 1,000 บาท ปลอมจำนวนมาก
เสียง/บรรยาย
ร.ต.อ.โชคชัย โทคำมา รองสารวัตรป้องกันและปราบปราม สภ.เมืองชลบุรี พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่เข้าทำการจับกุมตัว นายอาทิตย์ หรือแบงค์ กิจนิวรณ์ศาสตร์ อายุ 33 ปี และนายศุภชัย หรือ เขียด แซ่ตั้ง ได้ที่บ้านเลขที่ 99/132 หมู่บ้านพิมพาภรณ์ 3 ต.บ้านสวน พร้อมด้วยของกลาง ยาบ้า จำนวน 10 เม็ดและ ธนาบัตร ใบละ 1000 บาทปลอม
จากการเข้าจับกุม ร.ต.อ.โชคชัย โทคำมา เปิดเผยว่าทางเจ้าหน้าที่ได้รับรายงานจากสายลับว่า นายแบงค์ มีพฤติกรรมลักลอบจำหน่ายยาบ้าในพื้นที่ ก่อนจะทำการล่อซื้อยาโดยนัดส่งมอบยากันที่หมู่บ้านพิมพาภรณ์ 3 จนเมื่อถึงเวลานัดหมาย นายแบงค์ ได้ขี่รถจักรยานยนต์มากับนายศุภชัย เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าทำการจับกุมและตรวจค้นในตัวพบยาบ้า 10 เม็ด โดยนายแบงค์ รับสารภาพว่าเป็นยาบ้าของตนเองจริง หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวไปขยายผลต่อที่บ้านพัก จนไปพบธนบัตรใบละ 1,000 บาทปลอม จำนวนนับแสนบาท โดยนายแบงค์รับสารภาพว่า แบงค์ปลอมทั้งหมดเป็นของเพื่อนที่นำมาฝากไว้เพื่อให้เอาไปซื้อยาบ้ามาขาย นอกจากนี้ยังพบซองยาบ้าสีฟ้าอีกจำนวนมาก โดยนายแบงค์ยังคงปฏิเสธและอ้างว่าเป็นของเพื่อนโดยตนเองไม่รู้เรื่องแต่อย่างใด แต่เจ้าหน้าที่ไม่เชื่อในคำให้การเตรียมขยายผลจับกุมเพื่อนร่วมขบวนการต่อไป
Tuesday, November 5, 2013
เซียนพระฆ่าตัวตาย
เซียนพระฆ่าตัวตาย
เซียนพระเมืองชล เครียดอยู่ตัวคนเดียว เขียนจดหมายลาตาย 3 ฉบับไว้ในตู้เย็น ก่อนใช้ปืนยิงตัวตายใต้ต้นมะม่วงหน้าบ้าน
เสียง/บรรยาย
ร.ต.อ.สมคิด ยานะพันธ์ รองสารวัตรป้องกันแลปราบปราม สภ.เมืองชลบุรี ได้รับแจ้งมีคนยิงตัวตาย จึงรีบรุดไปยังที่เกิดเหตุ ที่บ้านเลขที่ 99/ 269 หมู่ 7 ตำบลบ้านสวน อำเภอเมืองชลบุรี พบศพนายทวี สมโนน้อม อายุ 47 ปี อาชีพรับเช่าพระอยู่หน้าวัดอุทยานนที สภาพศพถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .38 บริเวณหน้าอกนอนตายอยู่บนเตียงผ้าใบ ใต้ต้นมะม่วง ใกล้กันพบ ซองปืนตกอยู่ และมีไฟฉายกับขวดน้ำวางอยู่เก้าอี้ใกล้ผู้ตาย
สอบถามนายเชาวลิต สมโนน้อม พี่ชายของผู้ตาย เล่าว่า ผู้ตายได้โทรศัพท์มาบอกให้กลับบ้านแล้วให้เปิดตู้เย็น พอกลับมาพบผู้ตายนอนเสียชีวิตอยู่ใต้ต้นมะม่วง
ส่วนในตู้เย็นพบจดหมายลาตาย 3 ฉบับ โดนจ่าหน้าซอง ถึงตนเอง แม่ และอา และยังพบพระเครื่องอีกจำนวนมาก ส่วนสาเหตุคาดว่าน่าจะเกิดจากความเครียด เนื่องจากนายทวีอยู่ตัวคนเดียวภายในบ้านไม่มีลูกเมียและเป็นคนเจ้าอารมณ์ขี้น้อยใจ
เบื้องต้นจากการตรวจสอบไม่พบร่องรอยการต่อสู้ เจ้าหน้าที่จึงเชื่อว่า ผู้ตายน่าจะเครียดจึงตัดสินใจคิดสั้นด้วยการฆ่าตัวตาย
เซียนพระเมืองชล เครียดอยู่ตัวคนเดียว เขียนจดหมายลาตาย 3 ฉบับไว้ในตู้เย็น ก่อนใช้ปืนยิงตัวตายใต้ต้นมะม่วงหน้าบ้าน
เสียง/บรรยาย
ร.ต.อ.สมคิด ยานะพันธ์ รองสารวัตรป้องกันแลปราบปราม สภ.เมืองชลบุรี ได้รับแจ้งมีคนยิงตัวตาย จึงรีบรุดไปยังที่เกิดเหตุ ที่บ้านเลขที่ 99/ 269 หมู่ 7 ตำบลบ้านสวน อำเภอเมืองชลบุรี พบศพนายทวี สมโนน้อม อายุ 47 ปี อาชีพรับเช่าพระอยู่หน้าวัดอุทยานนที สภาพศพถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .38 บริเวณหน้าอกนอนตายอยู่บนเตียงผ้าใบ ใต้ต้นมะม่วง ใกล้กันพบ ซองปืนตกอยู่ และมีไฟฉายกับขวดน้ำวางอยู่เก้าอี้ใกล้ผู้ตาย
สอบถามนายเชาวลิต สมโนน้อม พี่ชายของผู้ตาย เล่าว่า ผู้ตายได้โทรศัพท์มาบอกให้กลับบ้านแล้วให้เปิดตู้เย็น พอกลับมาพบผู้ตายนอนเสียชีวิตอยู่ใต้ต้นมะม่วง
ส่วนในตู้เย็นพบจดหมายลาตาย 3 ฉบับ โดนจ่าหน้าซอง ถึงตนเอง แม่ และอา และยังพบพระเครื่องอีกจำนวนมาก ส่วนสาเหตุคาดว่าน่าจะเกิดจากความเครียด เนื่องจากนายทวีอยู่ตัวคนเดียวภายในบ้านไม่มีลูกเมียและเป็นคนเจ้าอารมณ์ขี้น้อยใจ
เบื้องต้นจากการตรวจสอบไม่พบร่องรอยการต่อสู้ เจ้าหน้าที่จึงเชื่อว่า ผู้ตายน่าจะเครียดจึงตัดสินใจคิดสั้นด้วยการฆ่าตัวตาย
Saturday, November 2, 2013
งานประกวด Miss International Queen 2013
สาวงามจาก บราซิล คว้ามงกุฎ Miss International Queen 2013 กะเทยสวยที่สุดในโลก คนที่9 ประจำปี2013 สหรัฐได้ที่2ส่วนสาวงามจากประเทศไทยได้ที่3
ที่่โรงละคร ทิฟฟานี่โชว์พัทยา จ.ชลบุรี ได้มีการจัดการประกวด " Miss International Queen 2013 " หรือการประกวดความงามของสาวประเภทสองในระดับโลกที่จัดขึ้นโดยประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ซึ่งมีการจัดประกวดขึ้นอย่างต่อเนื่องมาเป็นปีที่9 แล้ว โดยในค่ำคืนวันนี้เป็นการประกวดรอบชิงชนะเลิศ ในปีนี้มีสาวงามประเภทสองผู้ที่ผ่านเข้ารอบทั้งสิ้น 25 คน จากทั่วโลก รวม 16 ประเทศ เข้าร่วมเดินทางมาประกวดอวดโฉมความงาม เพื่อตามหาความฝันของตนเอง สำหรับการประกวดครั้งนี้มี ร.ศ.ดร.เสรี วงษ์มณฑา เป็นประธานกรรมการตัดสินและได้รับเกียรติจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและผู้คร่ำหวอดในวงการบันเทิงและความงามมากมายมาร่วมตัดสิน ท่ามกลางบรรดากองเชียร์จากชาติต่างๆจำนวนมากที่มาร่วมชมร่วมเชียร์ตัวแทนจากประเทศของตนเองจนแน่นโรงละคร ผู้เข้าประกวดทั้งหมดได้อวดโฉมประชัดความงามกันบนเวทีทั้งการแสดงความสามารถพิเศษ การโชว์ในชุดราตรีสุดอลังการ ก่อนจะสะกดทุกสายตาในชุดแต่งกายประจำชาติอันวิจิตรบรรจง สวยงามอลังการ
ซึ่งรางวัลชุดแต่งกายประจำชาติยอดเยี่ยมตกเป็นของ Arisa หมายเลข 19 จากประเทศ เกาหลีใต้ )ได้รับรางวัลเงินสด 40,000บาท พร้อมสายสะพาย,ถ้วยรางวัลและของรางวัลจากผู้สนับสนุน
รางวัลชุดราตรียอดเยี่ยม ตกเป็นของ MARCELO OHIO หมายเลข 16 จากประทศ บลาซิล ได้รับรางวัลเงินสด 40,000 บาท พร้อมสายสะพาย,ถ้วยรางวัลและของรางวัลจากผู้สนับสนุน ส่วน รางวัลชนะเลิศความสามารถพิเศษ ตกเป็นของ เนอร์ ซาจัส ฟาริส หมายเลข7 จากประเทศมาเลเซีย
รางวัลนางงามมิตรภาพ ตกเป็นของ CAROLINA MEDINA หมายเลข 8 จากประเทศ สเปน
รางวัลขวัญใจช่างภาพสื่อมวลชน ตกเป็นของ น้องเน็ค เนฐนภาดา กัลยานนท์ “มิสทิฟฟานี่ ยูนิเวิร์ส 2013” หมายเลข9 จาก ประเทศไทย
รางวัล Miss Ripley"s Popular Vote ตกเป็นของ ANNE PATRICIA LEE หมายเลข 26 จากประเทศ สิงคโปร์
และจากการแสดงปฎิภาณไหวพริบในการตอบคำถามในรอบ 3 คนสุดท้าย ในที่สุดสาวงามที่ตอบคำถามได้ชนะใจคณะกรรมการและผู้ชมจนได้รับการตัดสินให้คว้าตำแหน่งและมงกุฎ " Miss International Queen 2013 " คนที่9 ก็ตกเป็นของ หมายเลข16 MARCELO OHIO จากประเทศบลาซิล ได้รับรางวัลเงินสดมูลค่า 300,000 บาท พร้อมสายสะพาย,มงกุฎเพชร ,ถ้วยรางวัล,บัตรกรรมนัลห้องพัก บัตรกำนัลจากสถานเสริมความงามชื่อดังและผู้ร่วมสนับสนุนต่างๆ รวมทั้งเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทูตประชาสัมพันธ์ในการเรียกร้องสิทธิเสรีภาพและความเสมอภาคของเหล่าบรรดาเพศที่สามในสังคมโลกพร้อมส่งเสริมการท่องเที่ยวและความสันพันธ์อันดีระหว่างประเทศ
ส่วนรางวัลรองชนะเลิศอันดับ1 ตกเป็นของ.หมายเลข 20 SHANTELL D'MARCO จาก ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้รับรางวัลเงินสด 70,000บาท พร้อมสายสะพาย,ถ้วยรางวัลและของรางวัลจากผู้สนับสนุน
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ2 ตกเป็นของหมายเลข 9 น้องเน็ค เนฐนภาดา กัลยานนท์ “มิสทิฟฟานี่ ยูนิเวิร์ส 2013” จากประเทศไทยได้รับรางวัล เงินสด 50,000 บาทพร้อมสายสะพาย,ถ้วยรางวัลและของรางวัลจากผู้สนับสนุน
สำหรับการประกวดครั้งนี้รายได้ส่วนหนึ่งจากการจัดการประกวดจะนำไปมอบให้กับกองทุนยาพระวรราชาทินัดดามาตุ สพหรับผู้ติดเชื้อเอสด์ สภากาชาติไทย ในพระอุปถัมภ์ของ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาธินัดดามาตุ
ที่่โรงละคร ทิฟฟานี่โชว์พัทยา จ.ชลบุรี ได้มีการจัดการประกวด " Miss International Queen 2013 " หรือการประกวดความงามของสาวประเภทสองในระดับโลกที่จัดขึ้นโดยประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ซึ่งมีการจัดประกวดขึ้นอย่างต่อเนื่องมาเป็นปีที่9 แล้ว โดยในค่ำคืนวันนี้เป็นการประกวดรอบชิงชนะเลิศ ในปีนี้มีสาวงามประเภทสองผู้ที่ผ่านเข้ารอบทั้งสิ้น 25 คน จากทั่วโลก รวม 16 ประเทศ เข้าร่วมเดินทางมาประกวดอวดโฉมความงาม เพื่อตามหาความฝันของตนเอง สำหรับการประกวดครั้งนี้มี ร.ศ.ดร.เสรี วงษ์มณฑา เป็นประธานกรรมการตัดสินและได้รับเกียรติจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและผู้คร่ำหวอดในวงการบันเทิงและความงามมากมายมาร่วมตัดสิน ท่ามกลางบรรดากองเชียร์จากชาติต่างๆจำนวนมากที่มาร่วมชมร่วมเชียร์ตัวแทนจากประเทศของตนเองจนแน่นโรงละคร ผู้เข้าประกวดทั้งหมดได้อวดโฉมประชัดความงามกันบนเวทีทั้งการแสดงความสามารถพิเศษ การโชว์ในชุดราตรีสุดอลังการ ก่อนจะสะกดทุกสายตาในชุดแต่งกายประจำชาติอันวิจิตรบรรจง สวยงามอลังการ
ซึ่งรางวัลชุดแต่งกายประจำชาติยอดเยี่ยมตกเป็นของ Arisa หมายเลข 19 จากประเทศ เกาหลีใต้ )ได้รับรางวัลเงินสด 40,000บาท พร้อมสายสะพาย,ถ้วยรางวัลและของรางวัลจากผู้สนับสนุน
รางวัลชุดราตรียอดเยี่ยม ตกเป็นของ MARCELO OHIO หมายเลข 16 จากประทศ บลาซิล ได้รับรางวัลเงินสด 40,000 บาท พร้อมสายสะพาย,ถ้วยรางวัลและของรางวัลจากผู้สนับสนุน ส่วน รางวัลชนะเลิศความสามารถพิเศษ ตกเป็นของ เนอร์ ซาจัส ฟาริส หมายเลข7 จากประเทศมาเลเซีย
รางวัลนางงามมิตรภาพ ตกเป็นของ CAROLINA MEDINA หมายเลข 8 จากประเทศ สเปน
รางวัลขวัญใจช่างภาพสื่อมวลชน ตกเป็นของ น้องเน็ค เนฐนภาดา กัลยานนท์ “มิสทิฟฟานี่ ยูนิเวิร์ส 2013” หมายเลข9 จาก ประเทศไทย
รางวัล Miss Ripley"s Popular Vote ตกเป็นของ ANNE PATRICIA LEE หมายเลข 26 จากประเทศ สิงคโปร์
และจากการแสดงปฎิภาณไหวพริบในการตอบคำถามในรอบ 3 คนสุดท้าย ในที่สุดสาวงามที่ตอบคำถามได้ชนะใจคณะกรรมการและผู้ชมจนได้รับการตัดสินให้คว้าตำแหน่งและมงกุฎ " Miss International Queen 2013 " คนที่9 ก็ตกเป็นของ หมายเลข16 MARCELO OHIO จากประเทศบลาซิล ได้รับรางวัลเงินสดมูลค่า 300,000 บาท พร้อมสายสะพาย,มงกุฎเพชร ,ถ้วยรางวัล,บัตรกรรมนัลห้องพัก บัตรกำนัลจากสถานเสริมความงามชื่อดังและผู้ร่วมสนับสนุนต่างๆ รวมทั้งเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทูตประชาสัมพันธ์ในการเรียกร้องสิทธิเสรีภาพและความเสมอภาคของเหล่าบรรดาเพศที่สามในสังคมโลกพร้อมส่งเสริมการท่องเที่ยวและความสันพันธ์อันดีระหว่างประเทศ
ส่วนรางวัลรองชนะเลิศอันดับ1 ตกเป็นของ.หมายเลข 20 SHANTELL D'MARCO จาก ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้รับรางวัลเงินสด 70,000บาท พร้อมสายสะพาย,ถ้วยรางวัลและของรางวัลจากผู้สนับสนุน
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ2 ตกเป็นของหมายเลข 9 น้องเน็ค เนฐนภาดา กัลยานนท์ “มิสทิฟฟานี่ ยูนิเวิร์ส 2013” จากประเทศไทยได้รับรางวัล เงินสด 50,000 บาทพร้อมสายสะพาย,ถ้วยรางวัลและของรางวัลจากผู้สนับสนุน
สำหรับการประกวดครั้งนี้รายได้ส่วนหนึ่งจากการจัดการประกวดจะนำไปมอบให้กับกองทุนยาพระวรราชาทินัดดามาตุ สพหรับผู้ติดเชื้อเอสด์ สภากาชาติไทย ในพระอุปถัมภ์ของ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาธินัดดามาตุ
บรรยากาศการประกวดมิสอินเตอร์เนชั่นแนลควีน 2013 รอบสื่อมวลชน
บรรยากาศการประกวดมิสอินเตอร์เนชั่นแนลควีน 2013 รอบสื่อมวลชน
บรรยากาศการประกวดมิสอินเตอร์เนชั่นแนลควีน 2013 รอบสื่อมวลชน ซึ่งเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนเข้าชมเบื้องหลังก่อนขึ้นเวทีประกวดมิสอินเตอร์เนชั่นแนลควีน 2013 รอบตัดสิน พร้อมร่วมสัมภาษณ์ความรู้สึกผู้เข้าประกวดทั้ง 25 คนแบบใกล้ชิด โดยมีสื่อมวลชนทั้งไทยและต่างชาติให้ความสนใจเข้าร่วมเก็บภาพกันอย่างคึกคั่ง โดยสาวงามทั้ง 25 คนมาในชุดสีทอง สวยตระการตา นอกจากนี้ยังเปิดให้สื่อมวลชนได้ร่วมลงคะแนนตัดสินตำแหน่งขวัญใจช่างภาพอีกด้วย ซึ่งผู้ที่สามารถคว้ารางวัลขวัญใจสื่อมวลชนได้แก่ผู้เข้าประกวดหมายเลข 9 น้องเน็ค-เนฐนภาดา กัลยานนท์ มิสทิฟฟานี่ 2013 ตัวแทนประเทศไทย
บรรยากาศการประกวดมิสอินเตอร์เนชั่นแนลควีน 2013 รอบสื่อมวลชน ซึ่งเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนเข้าชมเบื้องหลังก่อนขึ้นเวทีประกวดมิสอินเตอร์เนชั่นแนลควีน 2013 รอบตัดสิน พร้อมร่วมสัมภาษณ์ความรู้สึกผู้เข้าประกวดทั้ง 25 คนแบบใกล้ชิด โดยมีสื่อมวลชนทั้งไทยและต่างชาติให้ความสนใจเข้าร่วมเก็บภาพกันอย่างคึกคั่ง โดยสาวงามทั้ง 25 คนมาในชุดสีทอง สวยตระการตา นอกจากนี้ยังเปิดให้สื่อมวลชนได้ร่วมลงคะแนนตัดสินตำแหน่งขวัญใจช่างภาพอีกด้วย ซึ่งผู้ที่สามารถคว้ารางวัลขวัญใจสื่อมวลชนได้แก่ผู้เข้าประกวดหมายเลข 9 น้องเน็ค-เนฐนภาดา กัลยานนท์ มิสทิฟฟานี่ 2013 ตัวแทนประเทศไทย
แถลงข่าวจับแก๊งกระชากกระเป๋า
ผบช.ภ.2 แถลงรวบแก๊งโจรกระชากสร้อยนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ
พล.ต.ท.กวี สุภานันท์ ผบช.ภาค 2 พร้อมด้วย นายศักดิ์ชัย แตงฮ่อ นอภ.บางละมุง พ.ต.อ.ศุภชัย ผุยแก้วคำ ผกก.สภ.บางละมุง พ.ต.ท.จักรกรินทร์ ทั่วสุภาพ รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.ธีระเดช มาศธนพันธ์ รอง ผกก.ปป. และกำลังตำรวจชุดสืบสวน ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมแก๊งโจรวิ่งราวทรัพย์ในพื้นที่บางละมุงและพัทยา ได้ผู้ต้องหา 4 คน ประกอบด้วย นายธวัชชัย หรือเต๋า ศรีนาชู อายุ 20 ปี นายเอกชัย หรือเปา ผาสุก อายุ 19 ปี นายนุ๊ก (นามสมมติ) และนายไผ่ (นามสมมติ) พร้อมของกลาง รถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ 125 ไอ สีขาว-ดำ ทะเบียน งทร-619 ชลบุรี อาวุธปืนขนาด .32 และ .38 มม. อย่างละ 1 กระบอก กระสุนปืนขนาด .32 จำนวน 37 นัด ขนาด .38 จำนวน 3 นัด คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค 1 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง และเงินสด 510 บาท โดยมี Mr.Peter Bovenseepen อายุ 69 ปี สัญชาติเยอรมัน หนึ่งในผู้เสียหาย ชี้ให้จับกุม
พล.ต.ท.กวี สุภานันท์ เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเมื่อ 31 ต.ค. มีคนร้ายก่อเหตุกระชากกระเป๋าถือของ Mr.Peter Bovenseepen ภายในมีทรัพย์สินเป็นโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง เอกสารสำคัญ และเงินสดจำนวนหนึ่ง เหตุเกิดในซอยโพธิสาร แล้วขับรถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ 125 ไอ สีขาว-ดำ หลบหนีไป ต่อมามีพลเมืองดีแจ้งว่าพบรถ จยย.ของคนร้ายจอดอยู่หน้าบ้านเลขที่ 142/5 ม.5 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง ตำรวจชุดสืบสวนจึงรีบรุดไปตรวจสอบและสามารถจับกุมตัวนายธวัชชัย หรือเต๋า ศรีนาชู ไว้ได้พร้อมของกลาง ก่อนขยายผลตามไปรวบสมุนในแก๊งอีก 3 คนดังกล่าว สอบปากคำนายธวัชชัย หรือเต๋า ให้การรับสารภาพว่า เคยก่อเหตุชิงทรัพย์นักท่องเที่ยวในพื้นที่บางละมุงและใกล้เคียงหลายครั้ง ส่วนใหญ่จะเลือกเหยื่อที่เป็นชาวต่างชาติ จะเลือกสร้อยคอทองคำและกระเป๋าถือ และวิธีการมักจะสลับรถ จยย.ที่ใช้ก่อเหตุอยู่เรื่อยๆ เพื่อไม่ให้คนจำได้ ส่วนเงินที่ได้จะนำไปซื้อยาบ้ามาเสพและใช้เที่ยวเตร่ สืบสวนจนทราบอีกว่า นายธวัชชัย หรือเต๋า กับ นายเอกชัย หรือเปา ผาสุก เคยร่วมกันใช้อาวุธปืนยิงนายบอล (ไม่ทราบชื่อ-สกุลจริง) จนได้รับบาดเจ็บ บริเวณปากซอยโพธิสาร เมื่อวันที่ 24 ต.ค.ที่ผ่านมา พล.ต.ท.กวี เผยทิ้งท้ายว่า สำหรับประชาชนหรือนักท่องเที่ยวท่านใดสงสัยว่าเคยตกเป็นเหยื่อแก๊งโจรชิงทรัพย์ที่ถูกจับได้ในครั้งนี้ สามารถติดต่อขอดูตัวและของกลางเพื่อแจ้งความเอาผิดเพิ่มเติมได้ อย่างไรก็ตาม ภายหลังการสอบปากคำเบื้องต้นได้ส่งตัวให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย และฝากเตือนไปยังแก๊งทรชนต่างๆว่า หากยังมีพฤติกรรมทำตัวให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน หรือทำให้การท่องเที่ยวเสียหาย ทางตำรวจก็จะใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดทันทีเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างต่อไป
พล.ต.ท.กวี สุภานันท์ ผบช.ภาค 2 พร้อมด้วย นายศักดิ์ชัย แตงฮ่อ นอภ.บางละมุง พ.ต.อ.ศุภชัย ผุยแก้วคำ ผกก.สภ.บางละมุง พ.ต.ท.จักรกรินทร์ ทั่วสุภาพ รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.ธีระเดช มาศธนพันธ์ รอง ผกก.ปป. และกำลังตำรวจชุดสืบสวน ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมแก๊งโจรวิ่งราวทรัพย์ในพื้นที่บางละมุงและพัทยา ได้ผู้ต้องหา 4 คน ประกอบด้วย นายธวัชชัย หรือเต๋า ศรีนาชู อายุ 20 ปี นายเอกชัย หรือเปา ผาสุก อายุ 19 ปี นายนุ๊ก (นามสมมติ) และนายไผ่ (นามสมมติ) พร้อมของกลาง รถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ 125 ไอ สีขาว-ดำ ทะเบียน งทร-619 ชลบุรี อาวุธปืนขนาด .32 และ .38 มม. อย่างละ 1 กระบอก กระสุนปืนขนาด .32 จำนวน 37 นัด ขนาด .38 จำนวน 3 นัด คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค 1 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง และเงินสด 510 บาท โดยมี Mr.Peter Bovenseepen อายุ 69 ปี สัญชาติเยอรมัน หนึ่งในผู้เสียหาย ชี้ให้จับกุม
พล.ต.ท.กวี สุภานันท์ เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเมื่อ 31 ต.ค. มีคนร้ายก่อเหตุกระชากกระเป๋าถือของ Mr.Peter Bovenseepen ภายในมีทรัพย์สินเป็นโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง เอกสารสำคัญ และเงินสดจำนวนหนึ่ง เหตุเกิดในซอยโพธิสาร แล้วขับรถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ 125 ไอ สีขาว-ดำ หลบหนีไป ต่อมามีพลเมืองดีแจ้งว่าพบรถ จยย.ของคนร้ายจอดอยู่หน้าบ้านเลขที่ 142/5 ม.5 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง ตำรวจชุดสืบสวนจึงรีบรุดไปตรวจสอบและสามารถจับกุมตัวนายธวัชชัย หรือเต๋า ศรีนาชู ไว้ได้พร้อมของกลาง ก่อนขยายผลตามไปรวบสมุนในแก๊งอีก 3 คนดังกล่าว สอบปากคำนายธวัชชัย หรือเต๋า ให้การรับสารภาพว่า เคยก่อเหตุชิงทรัพย์นักท่องเที่ยวในพื้นที่บางละมุงและใกล้เคียงหลายครั้ง ส่วนใหญ่จะเลือกเหยื่อที่เป็นชาวต่างชาติ จะเลือกสร้อยคอทองคำและกระเป๋าถือ และวิธีการมักจะสลับรถ จยย.ที่ใช้ก่อเหตุอยู่เรื่อยๆ เพื่อไม่ให้คนจำได้ ส่วนเงินที่ได้จะนำไปซื้อยาบ้ามาเสพและใช้เที่ยวเตร่ สืบสวนจนทราบอีกว่า นายธวัชชัย หรือเต๋า กับ นายเอกชัย หรือเปา ผาสุก เคยร่วมกันใช้อาวุธปืนยิงนายบอล (ไม่ทราบชื่อ-สกุลจริง) จนได้รับบาดเจ็บ บริเวณปากซอยโพธิสาร เมื่อวันที่ 24 ต.ค.ที่ผ่านมา พล.ต.ท.กวี เผยทิ้งท้ายว่า สำหรับประชาชนหรือนักท่องเที่ยวท่านใดสงสัยว่าเคยตกเป็นเหยื่อแก๊งโจรชิงทรัพย์ที่ถูกจับได้ในครั้งนี้ สามารถติดต่อขอดูตัวและของกลางเพื่อแจ้งความเอาผิดเพิ่มเติมได้ อย่างไรก็ตาม ภายหลังการสอบปากคำเบื้องต้นได้ส่งตัวให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย และฝากเตือนไปยังแก๊งทรชนต่างๆว่า หากยังมีพฤติกรรมทำตัวให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน หรือทำให้การท่องเที่ยวเสียหาย ทางตำรวจก็จะใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดทันทีเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างต่อไป
ซ้อมแผนปล้นร้านทอง
สภ.แหลมฉบัง ซ้อมแผนเผชิญเหตุปล้นร้านทอง”พรอนันต์ 5” ตลาดอ่าวอุดม
ที่ห้องประชุมชั้น 2 สถานีตำรวจแหลมฉบัง พ.ต.อ.ศักดิ์รพี เพียวพนิช ผกก.สภ.แหลมฉบัง ประชุมเจ้าหน้าที่ตำรวจชั้นสัญญาบัตร และเจ้าหน้าที่จราจร เพื่อวางแผนในการเผชิญเหตุอาชญากรรมในพื้นที่รับผิดชอบ ซึ่งการเผชิญเหตุครั้งนี้สมมุติว่ามีคนร้ายใช้อาวุธปืนบุกเข้าปล้นร้านทอง“พรอนันต์5” ในตลาดอ่าวอุดมโดยได้ทรัพย์สินเป็นสร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท1 เส้นและหลังลงมือก่อเหตุแล้วได้ขับรถจักรยานยนต์หลบหนี จากตลาดอ่าวอุดมขึ้นสุขุมวิท มุ่งหน้าไปยังพัทยา หลังจากก่อเหตุแล้วทางร้านได้ประสานไปยังสถานีตำรวจแหลมฉบัง เพื่อให้สกัดจับ 2 คนร้ายที่ลงมือก่อเหตุในครั้งนี้ โดยคนร้ายทั้ง 2 มีลักษณะอ้วนและผอม สวมหมวกกันน็อคแบบเต็ม สีขาวและสีดำ ซึ่งใช้รถจักรยานยนต์ สีน้ำตาลไม่ทราบหมายเลขทะเบียนเป็นพาหนะในการหลบหนี ซึ่งใช้เวลาประมาณ 30 นาที เจ้าหน้าที่จึงสามารถจับกุมตัวคนร้ายไว้ได้ที่บริเวณถนนสุขุมวิท ปากทางเข้าการเคหะแหลมฉบัง จากการตรวจค้นตามร่างกาย พบของกลางเป็นสร้อยคอทองคำที่ปล้นมา พร้อมอาวุธปืนที่ใช้ในการก่อเหตุ ด้านพ.ต.อ.ศักดิ์รพี กล่าวว่า การซ้อมแผนเผชิญเหตุครั้งนี้ เป็นนโยบายของสำนักงานตำรวจภูธรภาค 2 ในการป้องกันระงับเหตุรุนแรงในพื้นที่ เช่น ร้านทอง ,ธนาคาร และในครั้งนี้เป็นการซ้อมแผนปล้นร้านทอง ตามแผนงานป้องกันปราบปราม เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงเป็นไปด้วยความถูกต้องและมิให้เกิดการสับสนต่อการปฏิบัติ หากมีเหตุการณ์จริงเจ้าหน้าที่สามารถสกัดจับกุมคนร้ายหรือระงับเหตุการณ์ได้ทันท่วงที
ที่ห้องประชุมชั้น 2 สถานีตำรวจแหลมฉบัง พ.ต.อ.ศักดิ์รพี เพียวพนิช ผกก.สภ.แหลมฉบัง ประชุมเจ้าหน้าที่ตำรวจชั้นสัญญาบัตร และเจ้าหน้าที่จราจร เพื่อวางแผนในการเผชิญเหตุอาชญากรรมในพื้นที่รับผิดชอบ ซึ่งการเผชิญเหตุครั้งนี้สมมุติว่ามีคนร้ายใช้อาวุธปืนบุกเข้าปล้นร้านทอง“พรอนันต์5” ในตลาดอ่าวอุดมโดยได้ทรัพย์สินเป็นสร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท1 เส้นและหลังลงมือก่อเหตุแล้วได้ขับรถจักรยานยนต์หลบหนี จากตลาดอ่าวอุดมขึ้นสุขุมวิท มุ่งหน้าไปยังพัทยา หลังจากก่อเหตุแล้วทางร้านได้ประสานไปยังสถานีตำรวจแหลมฉบัง เพื่อให้สกัดจับ 2 คนร้ายที่ลงมือก่อเหตุในครั้งนี้ โดยคนร้ายทั้ง 2 มีลักษณะอ้วนและผอม สวมหมวกกันน็อคแบบเต็ม สีขาวและสีดำ ซึ่งใช้รถจักรยานยนต์ สีน้ำตาลไม่ทราบหมายเลขทะเบียนเป็นพาหนะในการหลบหนี ซึ่งใช้เวลาประมาณ 30 นาที เจ้าหน้าที่จึงสามารถจับกุมตัวคนร้ายไว้ได้ที่บริเวณถนนสุขุมวิท ปากทางเข้าการเคหะแหลมฉบัง จากการตรวจค้นตามร่างกาย พบของกลางเป็นสร้อยคอทองคำที่ปล้นมา พร้อมอาวุธปืนที่ใช้ในการก่อเหตุ ด้านพ.ต.อ.ศักดิ์รพี กล่าวว่า การซ้อมแผนเผชิญเหตุครั้งนี้ เป็นนโยบายของสำนักงานตำรวจภูธรภาค 2 ในการป้องกันระงับเหตุรุนแรงในพื้นที่ เช่น ร้านทอง ,ธนาคาร และในครั้งนี้เป็นการซ้อมแผนปล้นร้านทอง ตามแผนงานป้องกันปราบปราม เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงเป็นไปด้วยความถูกต้องและมิให้เกิดการสับสนต่อการปฏิบัติ หากมีเหตุการณ์จริงเจ้าหน้าที่สามารถสกัดจับกุมคนร้ายหรือระงับเหตุการณ์ได้ทันท่วงที
นอภ.เอาจริงตรวจบารากุ
นอภ.เอาจริงตรวจบารากุ
นอภ.ร่วมเจ้าหน้าที่สรรพสามิตเอาจริงลงตรวจสอบสถานประกอบการจำหน่ายบารากุ
เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 2 พ.ย. 56 นายศักดิ์ชัย แตงฮ่อ นายอำเภอบางละมุง ได้ร่วมกับ นายอนุสรณ์ เป้าบุญปรุง นักวิชาการสรรพสามิตชำนาญการพื้นที่ชลบุรี 2 และเจ้าหน้าที่สรรพสามิตจังหวัดชลบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองบางละมุง นำกำลังตรวจสถานบริการและสถานประกอบการในเขตพื้นที่เมืองพัทยา หลังจากที่ได้มีคำสั่งและนโยบายให้ดำเนินคดีกับสถานประกอบการที่จำหน่ายบารากุ ซึ่งมีโทษตามกฎหมาย โดยได้ทำการออกตรวจสอบย่านแหล่งท่องเที่ยวสถานบันเทิงพัทยาใต้ ภายในถนนวอล์กริ้งสตรีท พบว่ามีที่คลับอบีซ ได้มีการจำหน่ายบารากุและให้บริการนักท่องเที่ยวต่างชาติจึงได้ทำการตรวจสอบ เมื่อพนักงานเห็นเจ้าหน้าที่ต่างวิ่งเก็บอุปกรณ์การดูดบารากุเพื่อหลบเจ้าหน้าที่ ภายหลังจากการตรวจสอบพบว่ามีการให้บริการบารากุ จึงได้ยึดอุปกรณ์เตาดูดบารากุจำนวนกว่า 40 เตา พร้อมตัวยาบารากุจำนวนหนึ่ง จากนั้นเจ้าหน้าที่กรมสรรพสามิตจึงควบคุมดำเนินคดีเปรียบเทียบปรับต่อไป ต่อมานายศักดิ์ชัย แตงฮ่อ นายอำเภอบางละมุง ได้เดินทางออกตรวจสอบร้านเหล้าหลังห้างโลตัส พัทยากลาง ยังพบผู้ประกอบการร้านเหล้ามีการให้บริการบารากุ จึงได้ทำการว่ากล่าวตักเตือนไปก่อน ด้านนายศักดิ์ชัย แตงฮ่อ นายอำเภอบางละมุง กล่าวว่าทางอำเภอได้ส่งหนังสื่อแจ้งเตือนสถานประกอบการแล้วไม่ให้มีการจำหน่ายบารากุและเหล้ายาดอง ในวันนี้ได้ทำการเตือนสถานบริการต่างๆและทำการว่ากล่าวเป็นครั้งที่ 2 แล้ว ซึ่งหลังจากนี้แล้วนั้นทางอำเภอก็จะดำเนินการอย่างจริงจังเพราะเท่าที่ผ่านมามีการฝ่าฝืนมาโดยตลอดหากฝ่าฝืนจะดำเนินการปิดสถานบริการทันที อีกทั้งตามกฎหมายนั้นยังไม่มีการนำเข้าและจำหน่ายยาบารากุ
นอภ.ร่วมเจ้าหน้าที่สรรพสามิตเอาจริงลงตรวจสอบสถานประกอบการจำหน่ายบารากุ
เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 2 พ.ย. 56 นายศักดิ์ชัย แตงฮ่อ นายอำเภอบางละมุง ได้ร่วมกับ นายอนุสรณ์ เป้าบุญปรุง นักวิชาการสรรพสามิตชำนาญการพื้นที่ชลบุรี 2 และเจ้าหน้าที่สรรพสามิตจังหวัดชลบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองบางละมุง นำกำลังตรวจสถานบริการและสถานประกอบการในเขตพื้นที่เมืองพัทยา หลังจากที่ได้มีคำสั่งและนโยบายให้ดำเนินคดีกับสถานประกอบการที่จำหน่ายบารากุ ซึ่งมีโทษตามกฎหมาย โดยได้ทำการออกตรวจสอบย่านแหล่งท่องเที่ยวสถานบันเทิงพัทยาใต้ ภายในถนนวอล์กริ้งสตรีท พบว่ามีที่คลับอบีซ ได้มีการจำหน่ายบารากุและให้บริการนักท่องเที่ยวต่างชาติจึงได้ทำการตรวจสอบ เมื่อพนักงานเห็นเจ้าหน้าที่ต่างวิ่งเก็บอุปกรณ์การดูดบารากุเพื่อหลบเจ้าหน้าที่ ภายหลังจากการตรวจสอบพบว่ามีการให้บริการบารากุ จึงได้ยึดอุปกรณ์เตาดูดบารากุจำนวนกว่า 40 เตา พร้อมตัวยาบารากุจำนวนหนึ่ง จากนั้นเจ้าหน้าที่กรมสรรพสามิตจึงควบคุมดำเนินคดีเปรียบเทียบปรับต่อไป ต่อมานายศักดิ์ชัย แตงฮ่อ นายอำเภอบางละมุง ได้เดินทางออกตรวจสอบร้านเหล้าหลังห้างโลตัส พัทยากลาง ยังพบผู้ประกอบการร้านเหล้ามีการให้บริการบารากุ จึงได้ทำการว่ากล่าวตักเตือนไปก่อน ด้านนายศักดิ์ชัย แตงฮ่อ นายอำเภอบางละมุง กล่าวว่าทางอำเภอได้ส่งหนังสื่อแจ้งเตือนสถานประกอบการแล้วไม่ให้มีการจำหน่ายบารากุและเหล้ายาดอง ในวันนี้ได้ทำการเตือนสถานบริการต่างๆและทำการว่ากล่าวเป็นครั้งที่ 2 แล้ว ซึ่งหลังจากนี้แล้วนั้นทางอำเภอก็จะดำเนินการอย่างจริงจังเพราะเท่าที่ผ่านมามีการฝ่าฝืนมาโดยตลอดหากฝ่าฝืนจะดำเนินการปิดสถานบริการทันที อีกทั้งตามกฎหมายนั้นยังไม่มีการนำเข้าและจำหน่ายยาบารากุ
ตร.ชลบุรี รวบแก๊งค์ลักรถ
ตร.ชลบุรี รวบแก๊งค์ลักรถ
ตำรวจ สถานีตำรวจเมืองชลบุรี บุกรวบผู้ต้องหาแก๊งค์ลักรถ หลังนำรถที่ขโมยมาเร่ขายทางเน็ต เจ้าของรถจำได้จึงนำตำรวจตามรวบได้
พล.ต.ต.คัชชา ธาตุศาสตร์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี แถลงข่าวการจับกุมนาย สุเมธ แซ่เอี้ยว อายุ 42 ปี ในข้อหาร่วมกันลักทรัพย์และรับซื้อของโจร หลังไปจับกุมที่บ้านพักในเขตจอมทองกรุงเทพมหานคร ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี เปิดเผยว่าการจับกุมในคดีนี้ได้มีแก๊งค์ลักรถลงมือลักขโมยรถตู้ โตโยต้า คอมมิวเตอร์ หมายเลขทะเบียน ฮม 9431 กทม.ในพื้นที่ ตำบลนาป่า อำเภอเมืองชลบุรี ก่อนจะไปฝากให้นายสุเมธขายโดยมีการไปแจ้งเล่มทะเบียนที่ขนส่งจึงมีการออกเล่มทะเบียนรถใหม่ก่อนนำรถไปขายทางอินเตอร์เน็ตตามเว็บไซต์ต่างๆ จนในที่สุดเจ้าของรถไปพบเห็นทางอินเตอร์เน็ตจึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้นำกำลังไปจับกุม หลังจากนั้นได้มีการขยายผลไปยึดรถตู้โตโยต้า คอมมิวเตอร์ หมายเลขทะเบียน ฮย-2628 กทม. ได้อีก 1 คัน ด้านนายสุเมธ รับสารภาพว่าจะมีแก๊งค์ลักรถนำรถตู้มาฝากขายในราคาคันละ 6 แสน 5 หมื่นบาทโดยตนเองจะได้รับค่านายหน้าคันละ 2500 – 3000 บาท ก่อนหน้านี้ได้ขายรถตู้ไปแล้ว 3 คันและรถเก๋งอีก 10 คัน พล.ต.ต.คัชชา กล่าวว่าเบื้องต้นเตรียมขยายผลจับผู้ร่วมขบวนการซึ่งทราบชื่อหมดแล้ว และอยากฝากเตือนประชาชนที่ซื้อรถมือสองผ่านเว็บไซต์ต่างๆ ขอให้ตรวจสอบรถให้ได้ว่าหลักฐานถูกต้องหรือไม่มิฉะนั้นจะกลายเป็นการรับซื้อของโจร เพราะแก๊งค์เหล่านี้จะใช้วิธีการซื้อซากรถมาสวมทะเบียนจนทำให้ตรวจสอบได้ยาก
ตำรวจ สถานีตำรวจเมืองชลบุรี บุกรวบผู้ต้องหาแก๊งค์ลักรถ หลังนำรถที่ขโมยมาเร่ขายทางเน็ต เจ้าของรถจำได้จึงนำตำรวจตามรวบได้
พล.ต.ต.คัชชา ธาตุศาสตร์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี แถลงข่าวการจับกุมนาย สุเมธ แซ่เอี้ยว อายุ 42 ปี ในข้อหาร่วมกันลักทรัพย์และรับซื้อของโจร หลังไปจับกุมที่บ้านพักในเขตจอมทองกรุงเทพมหานคร ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี เปิดเผยว่าการจับกุมในคดีนี้ได้มีแก๊งค์ลักรถลงมือลักขโมยรถตู้ โตโยต้า คอมมิวเตอร์ หมายเลขทะเบียน ฮม 9431 กทม.ในพื้นที่ ตำบลนาป่า อำเภอเมืองชลบุรี ก่อนจะไปฝากให้นายสุเมธขายโดยมีการไปแจ้งเล่มทะเบียนที่ขนส่งจึงมีการออกเล่มทะเบียนรถใหม่ก่อนนำรถไปขายทางอินเตอร์เน็ตตามเว็บไซต์ต่างๆ จนในที่สุดเจ้าของรถไปพบเห็นทางอินเตอร์เน็ตจึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้นำกำลังไปจับกุม หลังจากนั้นได้มีการขยายผลไปยึดรถตู้โตโยต้า คอมมิวเตอร์ หมายเลขทะเบียน ฮย-2628 กทม. ได้อีก 1 คัน ด้านนายสุเมธ รับสารภาพว่าจะมีแก๊งค์ลักรถนำรถตู้มาฝากขายในราคาคันละ 6 แสน 5 หมื่นบาทโดยตนเองจะได้รับค่านายหน้าคันละ 2500 – 3000 บาท ก่อนหน้านี้ได้ขายรถตู้ไปแล้ว 3 คันและรถเก๋งอีก 10 คัน พล.ต.ต.คัชชา กล่าวว่าเบื้องต้นเตรียมขยายผลจับผู้ร่วมขบวนการซึ่งทราบชื่อหมดแล้ว และอยากฝากเตือนประชาชนที่ซื้อรถมือสองผ่านเว็บไซต์ต่างๆ ขอให้ตรวจสอบรถให้ได้ว่าหลักฐานถูกต้องหรือไม่มิฉะนั้นจะกลายเป็นการรับซื้อของโจร เพราะแก๊งค์เหล่านี้จะใช้วิธีการซื้อซากรถมาสวมทะเบียนจนทำให้ตรวจสอบได้ยาก
ชาวอังกฤษสิ้นใจต่อหน้าแฟนสาว
ชาวอังกฤษสิ้นใจต่อหน้าแฟนสาว
สุดอนาถ..ครูสอนภาษาอังกฤษเมืองผู้ดี หัวใจวายสิ้นใจต่อหน้าหญิงคนรัก
ร.ต.ท.วัชรพล ไวยสุศรี ร้อยเวรสอบสวน สภ.สัตหีบ รับแจ้งเหตุชาวต่างชาติเสียชีวิตที่เดอะวัน อพาร์ทเม้นท์ ในห้องพักC1ชั้น3 จึงพร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถานสัตหีบ รุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุบนเตียงนอนพบศพ Mr.Roy Tucker อายุ 47 ปี ชาวอังกฤษ สภาพนอนหงาย นุ่งกางเกงขาสั้นสีเทาตัวเดียว และที่เป้ากางเกงมีคาบปัสสาวะเปรอะเปื้อน เสียชีวิตมาแล้วประมาณ 1 ชั่วโมง โดยมี น.ส.วาสนา การบรรจง แฟนสาว นั่งเฝ้าดูศพคนรักด้วยความเศร้าโศกเสียใจ ตรวจสอบในห้องพักพบยารักษาโรคหัวใจของผู้ตายกระจายอยู่ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยได้นำศพส่งชันสูตรยังสถาบันนิติเวช เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงสอบถาม น.ส.วาสนา การบรรจง แฟนสาวกล่าวว่าได้รู้จักกับผู้ตายมาตั้งแต่ช่วงสงกรานต์ปีนี้ และได้ชอบพอ อยู่กินด้วยกันแต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส ซึ่งทุกๆวันผู้ตายจะออกไปสอนภาษาอังกฤษตามโรงเรียนต่าง ๆ ในพื้นที่อำเภอสัตหีบที่ว่าจ้าง ตนรู้มาตลอดว่าสุขภาพของผู้ตายไม่แข็งแรงล้มป่วยด้วยโรคหัวใจ ก่อนเสียชีวิตผู้ตายได้นอนอยู่บนเตียง บ่นมีอาการเสียดตรงหัวใจ จึงขอยาแก้โรคหัวใจกิน แต่ไม่อาจทำให้อาการทุเลา มีอาการชักเกร็งสิ้นใจไปต่อหน้าต่อตา ซึ่งรู้สึกเสียใจกับการสูญเสียคนรักอย่างมาก
สุดอนาถ..ครูสอนภาษาอังกฤษเมืองผู้ดี หัวใจวายสิ้นใจต่อหน้าหญิงคนรัก
ร.ต.ท.วัชรพล ไวยสุศรี ร้อยเวรสอบสวน สภ.สัตหีบ รับแจ้งเหตุชาวต่างชาติเสียชีวิตที่เดอะวัน อพาร์ทเม้นท์ ในห้องพักC1ชั้น3 จึงพร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถานสัตหีบ รุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุบนเตียงนอนพบศพ Mr.Roy Tucker อายุ 47 ปี ชาวอังกฤษ สภาพนอนหงาย นุ่งกางเกงขาสั้นสีเทาตัวเดียว และที่เป้ากางเกงมีคาบปัสสาวะเปรอะเปื้อน เสียชีวิตมาแล้วประมาณ 1 ชั่วโมง โดยมี น.ส.วาสนา การบรรจง แฟนสาว นั่งเฝ้าดูศพคนรักด้วยความเศร้าโศกเสียใจ ตรวจสอบในห้องพักพบยารักษาโรคหัวใจของผู้ตายกระจายอยู่ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยได้นำศพส่งชันสูตรยังสถาบันนิติเวช เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงสอบถาม น.ส.วาสนา การบรรจง แฟนสาวกล่าวว่าได้รู้จักกับผู้ตายมาตั้งแต่ช่วงสงกรานต์ปีนี้ และได้ชอบพอ อยู่กินด้วยกันแต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส ซึ่งทุกๆวันผู้ตายจะออกไปสอนภาษาอังกฤษตามโรงเรียนต่าง ๆ ในพื้นที่อำเภอสัตหีบที่ว่าจ้าง ตนรู้มาตลอดว่าสุขภาพของผู้ตายไม่แข็งแรงล้มป่วยด้วยโรคหัวใจ ก่อนเสียชีวิตผู้ตายได้นอนอยู่บนเตียง บ่นมีอาการเสียดตรงหัวใจ จึงขอยาแก้โรคหัวใจกิน แต่ไม่อาจทำให้อาการทุเลา มีอาการชักเกร็งสิ้นใจไปต่อหน้าต่อตา ซึ่งรู้สึกเสียใจกับการสูญเสียคนรักอย่างมาก
ช่างซ่อมรถผูกคอตาย
ช่างซ่อมรถโกคาร์ทเมืองผู้ดีเครียดปัญหาครอบครัวเลยตัดสินใจผูกคอตายลาโลก
พ.ต.ท.สุพล พรประเสริฐผล พนักงานสอบสวน สภ.บางละมุง ได้รับแจ้งมีชาวต่างชาติผูกคอตายภายในห้องเก็บของ หลังสนามแข่งรถโกคาร์ท ข้างเมืองจำลองพัทยา หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วย พ.ต.ท.ธีระเดช มาศธนพันธ์ รอง ผกก.ป. ร.ต.ท.บำรุง พันโนราช รอง สวป. นำกำลังตำรวจพร้อมหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา เดินทางไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุภายในห้องเก็บอุปกรณ์และอะไหล่รถโกคาร์ท พบศพนายไมค์ (ไม่ทราบชื่อ-นามสกุลจริง) อายุ 65 ปี สัญชาติอังกฤษ ใช้เชือกไนล่อนผูกคอตัวเองติดกับขื่อหลังคา สภาพศพตัวแข็งทื่อ ตามร่างกายไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยการถูกทำร้าย คาดว่าน่าจะเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 4-5 ชม. ค้นในตัวไม่พบหลักฐานเพิ่มเติม จึงได้ให้หน่วยกู้ภัยนำศพไปเก็บรักษาไว้ที่ รพ.บางละมุง เพื่อรอส่งไปชันสูตรอย่างละเอียดที่สถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ
สอบปากคำนายบัญชา ประกอบสุข อายุ 31 ปี ให้การว่า ปกตินายไมค์ เป็นช่างซ่อมรถโกคาร์ทที่สนามและทำงานมานานกว่า 1 ปีแล้ว ล่าสุดพบกันในช่วงเช้าเจ้าตัวบ่นเรื่องปัญหาครอบครัวให้ฟัง และบอกว่าแฟนชาวไทยได้ขายบ้านทิ้งเพื่อเตรียมย้ายไปอยู่ที่อื่น แต่ก็ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุร้าย กระทั่งเห็นว่านายไมค์ หายไปนานผิดปกติจึงออกตามหาและมาพบกลายเป็นศพผูกคอตายดังกล่าว
พ.ต.ท.สุพล พรประเสริฐผล พนักงานสอบสวน สภ.บางละมุง ได้รับแจ้งมีชาวต่างชาติผูกคอตายภายในห้องเก็บของ หลังสนามแข่งรถโกคาร์ท ข้างเมืองจำลองพัทยา หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วย พ.ต.ท.ธีระเดช มาศธนพันธ์ รอง ผกก.ป. ร.ต.ท.บำรุง พันโนราช รอง สวป. นำกำลังตำรวจพร้อมหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา เดินทางไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุภายในห้องเก็บอุปกรณ์และอะไหล่รถโกคาร์ท พบศพนายไมค์ (ไม่ทราบชื่อ-นามสกุลจริง) อายุ 65 ปี สัญชาติอังกฤษ ใช้เชือกไนล่อนผูกคอตัวเองติดกับขื่อหลังคา สภาพศพตัวแข็งทื่อ ตามร่างกายไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยการถูกทำร้าย คาดว่าน่าจะเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 4-5 ชม. ค้นในตัวไม่พบหลักฐานเพิ่มเติม จึงได้ให้หน่วยกู้ภัยนำศพไปเก็บรักษาไว้ที่ รพ.บางละมุง เพื่อรอส่งไปชันสูตรอย่างละเอียดที่สถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ
สอบปากคำนายบัญชา ประกอบสุข อายุ 31 ปี ให้การว่า ปกตินายไมค์ เป็นช่างซ่อมรถโกคาร์ทที่สนามและทำงานมานานกว่า 1 ปีแล้ว ล่าสุดพบกันในช่วงเช้าเจ้าตัวบ่นเรื่องปัญหาครอบครัวให้ฟัง และบอกว่าแฟนชาวไทยได้ขายบ้านทิ้งเพื่อเตรียมย้ายไปอยู่ที่อื่น แต่ก็ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุร้าย กระทั่งเห็นว่านายไมค์ หายไปนานผิดปกติจึงออกตามหาและมาพบกลายเป็นศพผูกคอตายดังกล่าว
Friday, November 1, 2013
ริบลีส์ เวิลด์ พัทยา จัดกิจกรรมต้อนรับเทศกาลสุดสยองขวัญ วันฮัลโลวีน 31 ตุลาคม
ริบลีส์ เวิลด์ พัทยา จัดการประกวดแฟนซีผีสุดหลอน Ripley’s Haunted Adventure presents Horrors of Halloween ต้อนรับเทศกาลสุดสยองขวัญ วันฮัลโลวีน 31 ตุลาคม
เสียง/บรรยาย
ที่ศูนย์การค้ารอยัลการ์เด้น พลาซ่า ทางริบลีส์ เวิลด์ พัทยา ได้จัดการประกวดแฟนซีผีสุดหลอน Ripley’s Haunted Adventure presents Horrors of Halloween ต้อนรับเทศกาลสุดสยองขวัญ ในค่ำคืนวันฮัลโลวีน 31 ตุลาคม โดยมีนายสมพร นาคสื่อตรง รองประธานกรรมการบริหาร ริบลีส์ เวิลด์ พัทยา และศูนย์การค้ารอยัล การ์เด้น พลาซ่า เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารศูนย์การค้ารอยัล การ์เด้น พลาซ่า และนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติเข้าร่วมชมงานกันอย่างเนื่องแน่น
โดยภายในงานในวันนี้ได้มีการประกวดแฟนซีผีสุดหลอน ซึ่งได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวไม่ว่าจะเป็นเด็ก และผู้ใหญ่ แต่งกายและแต่งหน้าผี เข้าร่วมการประกวดเป็นจำนวนมาก นอกจากนั้นภายในงานยังได้จัดการสอนแต่งหน้าผี ให้กับนักท่องเที่ยวที่สนใจอีกด้วย
เสียง/บรรยาย
ที่ศูนย์การค้ารอยัลการ์เด้น พลาซ่า ทางริบลีส์ เวิลด์ พัทยา ได้จัดการประกวดแฟนซีผีสุดหลอน Ripley’s Haunted Adventure presents Horrors of Halloween ต้อนรับเทศกาลสุดสยองขวัญ ในค่ำคืนวันฮัลโลวีน 31 ตุลาคม โดยมีนายสมพร นาคสื่อตรง รองประธานกรรมการบริหาร ริบลีส์ เวิลด์ พัทยา และศูนย์การค้ารอยัล การ์เด้น พลาซ่า เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารศูนย์การค้ารอยัล การ์เด้น พลาซ่า และนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติเข้าร่วมชมงานกันอย่างเนื่องแน่น
โดยภายในงานในวันนี้ได้มีการประกวดแฟนซีผีสุดหลอน ซึ่งได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวไม่ว่าจะเป็นเด็ก และผู้ใหญ่ แต่งกายและแต่งหน้าผี เข้าร่วมการประกวดเป็นจำนวนมาก นอกจากนั้นภายในงานยังได้จัดการสอนแต่งหน้าผี ให้กับนักท่องเที่ยวที่สนใจอีกด้วย
งานฮัลโลวีน รร.เซ็นทาร่าแกรนด์มิราจ บีช รีสอร์ท
งานฮัลโลวีน รร.เซ็นทาร่าแกรนด์มิราจ บีช รีสอร์ท
เสียง/บรรยาย
ช่วงค่ำของวันที่ 31 ตุลาคม ซึ่งตรงกับวันฮัลโลวีน เป็นงานฉลองของประเทศทางตะวันตก โดยเด็กๆ จะแต่งกายเป็นภูตผีปีศาจพากันชักชวนเพื่อนฝูงออกไปงานฉลอง มีการประดับประดาแสงไฟ และที่สำคัญคือแกะสลักฟักทองเป็นโคมไฟ ซึ่งทาง รร.เซ็นทาร่า แกรนด์มิราจ บีช รีสอร์ท จึงได้จัดงานวันฮัลโลวีนขึ้น เพื่อเป็นการ่วมฉลองให้ลูกค้าที่มาพักในโรงแรมได้เข้ามาร่วมสนุกกัน โดยจัดขึ้นที่ห้องอาหาร ซูลู มีการตกแต่งแบบผีๆ มีทั้งฝักทองแกะสลักเป็นโคมไฟ กะโหลกผี และอีกมากมายที่เกี่ยวกับงานปล่อยผี อย่างฮัลโลวีน และได้มีการแสดงโชว์จากทางโรงแรม จำนวน 2 ชุด เป็นเต้นแนวผี และออกแนวเซ็กซี่นิดๆ โดยได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เข้าร่วมอย่างคับคั่ง โดยมีการแต่งตัวเป็นผี หลากหลายชนิดมาร่วมงานในครั้งนี้
ต่อมาได้มีการจัดการประกวดแต่งตัวผี โดยมีผู้เข้าประกวดทั้งหมด 5 คน ซึ่งได้แต่งตัวเป็นผีมาแตกต่างกันไปหลากหลายรูปแบบ มีทั้งผีไทยและผีต่างชาติ โดยได้มีการให้ทางผู้ลงประกวดได้แสดงความสามรถ โดยได้มีการเปิดเพลงให้เหล่าผีได้เต้น โดยผีเด็ก ออกลีลาการเต้นอย่างสนุกสนานท่าที่สุดและแต่งตัวได้เหมือนผีมาก จึงได้รางวัลชนะเลิศ ไปครอง และ มีผีผู้หญิง อีก 2 รางวัลด้วยกัน
เสียง/บรรยาย
ช่วงค่ำของวันที่ 31 ตุลาคม ซึ่งตรงกับวันฮัลโลวีน เป็นงานฉลองของประเทศทางตะวันตก โดยเด็กๆ จะแต่งกายเป็นภูตผีปีศาจพากันชักชวนเพื่อนฝูงออกไปงานฉลอง มีการประดับประดาแสงไฟ และที่สำคัญคือแกะสลักฟักทองเป็นโคมไฟ ซึ่งทาง รร.เซ็นทาร่า แกรนด์มิราจ บีช รีสอร์ท จึงได้จัดงานวันฮัลโลวีนขึ้น เพื่อเป็นการ่วมฉลองให้ลูกค้าที่มาพักในโรงแรมได้เข้ามาร่วมสนุกกัน โดยจัดขึ้นที่ห้องอาหาร ซูลู มีการตกแต่งแบบผีๆ มีทั้งฝักทองแกะสลักเป็นโคมไฟ กะโหลกผี และอีกมากมายที่เกี่ยวกับงานปล่อยผี อย่างฮัลโลวีน และได้มีการแสดงโชว์จากทางโรงแรม จำนวน 2 ชุด เป็นเต้นแนวผี และออกแนวเซ็กซี่นิดๆ โดยได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เข้าร่วมอย่างคับคั่ง โดยมีการแต่งตัวเป็นผี หลากหลายชนิดมาร่วมงานในครั้งนี้
ต่อมาได้มีการจัดการประกวดแต่งตัวผี โดยมีผู้เข้าประกวดทั้งหมด 5 คน ซึ่งได้แต่งตัวเป็นผีมาแตกต่างกันไปหลากหลายรูปแบบ มีทั้งผีไทยและผีต่างชาติ โดยได้มีการให้ทางผู้ลงประกวดได้แสดงความสามรถ โดยได้มีการเปิดเพลงให้เหล่าผีได้เต้น โดยผีเด็ก ออกลีลาการเต้นอย่างสนุกสนานท่าที่สุดและแต่งตัวได้เหมือนผีมาก จึงได้รางวัลชนะเลิศ ไปครอง และ มีผีผู้หญิง อีก 2 รางวัลด้วยกัน
ปาร์ตี้สุดสยองขวัญวันฮัลโลวีนที่ฮาร์ดร็อคคาเฟ่ พัทยา
ปาร์ตี้สุดสยองขวัญวันฮัลโลวีนที่ฮาร์ดร็อคคาเฟ่พัทยา
เสียง/บรรยาย
ที่ฮาร์ดร็อคคาเฟ่พัทยา ร่วมต้อนรับเทศกาลสุดสยองขวัญ ในค่ำคืนวันฮัลโลวีน 31 ตุลาคม ท่ามกลางบรรยากาศแบบหลอนๆ ที่รวมเอาผีทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นผีเด็กผีผู้ใหญ่ ผีไทยหรือผีต่างชาติมารวมตัวกัน โดยมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติให้ความสนใจเข้าร่วมในงานกันอย่างคับคั่ง พร้อมร่วมสนุกด้วยการแต่งกายเลียบแบบผีประเภทต่างๆ เข้าร่วมภายในงาน ซึ่งทางฮาร์ดร็อคคาเฟ่พัทยายังได้จัดการประกวดการแต่งกายแฟนซี แบบศิลปินร็อคเกอร์ที่ตายไปแล้ว หรือศิลปินที่เป็นที่ชื่นชอบที่ยังมีชีวิตอยู่ โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกสำหรับเด็กอายุ 3-15 ปี ซึ่งผู้ชนะจะได้จัดงานวันเกิดฟรี สำหรับเด็ก 10 คน ที่โรงแรมฮาร์ดร็อคพัทยา พร้อมบัตรรับประทานอาหาร และประเภทผู้ใหญ่อายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป ซึ่งมีผู้สนใจทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้าร่วมประชันความหลอนกันอย่างเต็มที่ สำหรับผู้ชนะที่แต่งได้น่าสะพรึงกลัวที่สุดจะได้รับรางวัลเงินสด 5,000 บาทและบัตรรับประทานอาหารที่ฮาร์ดร็อคคาเฟ่ พัทยา ซึ่งผู้ที่ชนะ ได้แก่ คุณแอล อลิสา ที่ได้รับคณะโหวตจากผู้เข้าร่วมงานไปแบบขาดลอย
นอกจากนี้ยังได้ร่วมสนุกสุดมันส์ในแบบผีๆกับการแสดงดนตรีจากวงJogadanzและวงใหม่ Drizzle with D.N.A. ที่มาสั่นประสาทให้กับผู้ที่เข้าร่วมงานในค่ำคืนนี้
เสียง/บรรยาย
ที่ฮาร์ดร็อคคาเฟ่พัทยา ร่วมต้อนรับเทศกาลสุดสยองขวัญ ในค่ำคืนวันฮัลโลวีน 31 ตุลาคม ท่ามกลางบรรยากาศแบบหลอนๆ ที่รวมเอาผีทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นผีเด็กผีผู้ใหญ่ ผีไทยหรือผีต่างชาติมารวมตัวกัน โดยมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติให้ความสนใจเข้าร่วมในงานกันอย่างคับคั่ง พร้อมร่วมสนุกด้วยการแต่งกายเลียบแบบผีประเภทต่างๆ เข้าร่วมภายในงาน ซึ่งทางฮาร์ดร็อคคาเฟ่พัทยายังได้จัดการประกวดการแต่งกายแฟนซี แบบศิลปินร็อคเกอร์ที่ตายไปแล้ว หรือศิลปินที่เป็นที่ชื่นชอบที่ยังมีชีวิตอยู่ โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกสำหรับเด็กอายุ 3-15 ปี ซึ่งผู้ชนะจะได้จัดงานวันเกิดฟรี สำหรับเด็ก 10 คน ที่โรงแรมฮาร์ดร็อคพัทยา พร้อมบัตรรับประทานอาหาร และประเภทผู้ใหญ่อายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป ซึ่งมีผู้สนใจทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้าร่วมประชันความหลอนกันอย่างเต็มที่ สำหรับผู้ชนะที่แต่งได้น่าสะพรึงกลัวที่สุดจะได้รับรางวัลเงินสด 5,000 บาทและบัตรรับประทานอาหารที่ฮาร์ดร็อคคาเฟ่ พัทยา ซึ่งผู้ที่ชนะ ได้แก่ คุณแอล อลิสา ที่ได้รับคณะโหวตจากผู้เข้าร่วมงานไปแบบขาดลอย
นอกจากนี้ยังได้ร่วมสนุกสุดมันส์ในแบบผีๆกับการแสดงดนตรีจากวงJogadanzและวงใหม่ Drizzle with D.N.A. ที่มาสั่นประสาทให้กับผู้ที่เข้าร่วมงานในค่ำคืนนี้
พิธีสัมนาเมทัลเล็กซ์ ฟอรั่ม ครั้งที่ 22
พิธีสัมนาเมทัลเล็กซ์ ฟอรั่ม ครั้งที่ 22
พิธีเปิดสัมมนา เมทัลเล็กซ์ ฟอรั่ม ครั้งที่ 22 ในหัวข้อ ลงทุนให้ได้ผล พัฒนาออโตเมชั่น ณ ห้องคอนเวนชั่น ซี โรงแรมแอมบาสเดอร์ซิตี้ จอมเทียน
เสียง/บรรยาย
เนื่องด้วยบริษัท รี้ด เทรดเด็กซ์ จำกัด ร่วมกับ สมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย และ ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรม ภาคที่ 9 ชลบุรี ได้จัดงาน สัมมนาเมทัลเล็กซ์ ฟอรั่ม ครั้งที่ 22 ในหัวข้อ ลงทุนให้ได้ผล พัฒนาออโตเมชั่น ณ ห้องคอนเวนชั่น ซี โรงแรมแอมบาสเดอร์ซิตี้ จอมเทียน วัตถุประสงค์ของการจัดงานในครั้งนี้ เพื่อต่อยอดยอดแผนการดำเนินการและกลยถุทธ์ทางธุรกิจ ต้อนรับการเข้าสู่ ประชาคมอาเซียน ต่อมาในเวลา 13.30 น. เป็นพิธีเปิดการสัมนาในครั้งนี้ เริ่มจากการลงทะเบียนของผู้เข้าร่วมสัมมนา700 กว่าคน และฉายวีดีทัศน์งาน METALEX 2013 ต่อมานายสมเกียรติ ชูพรรคเจริญ นายกสมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย และนายนายดวงเด็ด ย้วยความดี รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ริ้ด เทรดเด็กซ์ จำกัด กล่าวต้อนรับ นายวันชัย ปานเปี่ยมเกียรติ นักวิชาการอุตสาหกรรมชำนาญการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 9 กล่าวเปิดงาน ต่อมาได้มอบของที่ระลึกให้กับ 3 วิทยากร ดร.พนม ปีย์เจริญ ดร.สุรวงศ์ รัตนกูล และ ดร.ผาณิต กันตามระ ที่จะมาร่วมบรรยายในวันนี้พร้อมทั้งร่วมถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก
พิธีเปิดสัมมนา เมทัลเล็กซ์ ฟอรั่ม ครั้งที่ 22 ในหัวข้อ ลงทุนให้ได้ผล พัฒนาออโตเมชั่น ณ ห้องคอนเวนชั่น ซี โรงแรมแอมบาสเดอร์ซิตี้ จอมเทียน
เสียง/บรรยาย
เนื่องด้วยบริษัท รี้ด เทรดเด็กซ์ จำกัด ร่วมกับ สมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย และ ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรม ภาคที่ 9 ชลบุรี ได้จัดงาน สัมมนาเมทัลเล็กซ์ ฟอรั่ม ครั้งที่ 22 ในหัวข้อ ลงทุนให้ได้ผล พัฒนาออโตเมชั่น ณ ห้องคอนเวนชั่น ซี โรงแรมแอมบาสเดอร์ซิตี้ จอมเทียน วัตถุประสงค์ของการจัดงานในครั้งนี้ เพื่อต่อยอดยอดแผนการดำเนินการและกลยถุทธ์ทางธุรกิจ ต้อนรับการเข้าสู่ ประชาคมอาเซียน ต่อมาในเวลา 13.30 น. เป็นพิธีเปิดการสัมนาในครั้งนี้ เริ่มจากการลงทะเบียนของผู้เข้าร่วมสัมมนา700 กว่าคน และฉายวีดีทัศน์งาน METALEX 2013 ต่อมานายสมเกียรติ ชูพรรคเจริญ นายกสมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย และนายนายดวงเด็ด ย้วยความดี รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ริ้ด เทรดเด็กซ์ จำกัด กล่าวต้อนรับ นายวันชัย ปานเปี่ยมเกียรติ นักวิชาการอุตสาหกรรมชำนาญการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 9 กล่าวเปิดงาน ต่อมาได้มอบของที่ระลึกให้กับ 3 วิทยากร ดร.พนม ปีย์เจริญ ดร.สุรวงศ์ รัตนกูล และ ดร.ผาณิต กันตามระ ที่จะมาร่วมบรรยายในวันนี้พร้อมทั้งร่วมถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก
ประชุมรับฟังความคิดเห็นมาตรฐานการจัดกิจกรรมเจ็ตสกี
ที่ห้องประชุมทัพยา 401 ศาลาว่าการเมืองพัทยา มีการประชุมรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐานการจัดกิจกรรมเจ็ตสกี ครั้งที่ 3 โซนภาคตะวันออก ตามโครงการพัฒนามาตรฐานกิจกรรมเพื่อการท่องเที่ยงเชิงนิเวศและผจญภัย มาตรฐานการจัดกิจกรรมเจ็ตสกี เพื่อการท่องเที่ยว โดยกรมการท่องเที่ยวกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมกับสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ซึ่งมีนายสุรชิต แวงโสธรณ์ มาเป็นวิทยากรในการแนะแนวทางในการประชุมในครั้งนี้ เนื่องจากเมืองพัทยาเป็นเมืองที่มีผู้ประกอบการเรือเจ็ตสกีจำนวนมากและที่ผ่านมายังมีมาตรฐานในการจัดการกับผู้ประกอบการทำให้เกิดปัญหาต่างๆ ทั้งการเอาเปรียบนักท่องเที่ยว ทำให้ส่งผลกระทบกับการท่องเที่ยงของประเทศและเมืองพัทยาเป็นอย่างมาก จึงได้จัดการประชุมในครั้งนี้ขึ้นเพื่อจัดทำมาตรฐานและคู่มือการตรวจประเมินมาตรฐานกิจกรรมเพื่อการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและผจญภัย จำนวน 1 มาตรฐาน ได้แก่มาตรฐานการจัดกิจกรรมเจ็ตสกีเพื่อการท่องเที่ยว และเพื่อวางแนวทางในการพัฒนาคุณภาพการให้บริการของธุรกิจเจ็ตสกี ที่ตอบสนองต่อความต้องการของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยมีทางหน่วยงานราชการและผู้ประกอบการเรือเจ็ตสกีเข้าร่วมประชุมกันอย่างพร้อมเพียง
บรรยากาศฮาโลวีน วอล์คกิ้งสตรีท
บรรยากาศฮาโลวีน วอล์คกิ้งสตรีท
เมืองพัทยาคึกคัก นักท่องเที่ยวหลังไหล ร่วมเทศการฮาโลวีน วอล์คกิ้งสตรีท ทำให้เมืองพัทยาดูมีสีสันและมีความคึกคักเป็นอย่างมากในปีนี้
เสียง/บรรยาย
ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ย่านวอล์กกิ้งสตรีท พัทยาใต้ พบว่า บรรยากาศเป็นไปอย่างสนุกสนาน นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติพากันมาร่วมสนุกเฉลิมฉลองเทศกาลปล่อยผีจนแน่นขนัด ทำให้เมืองพัทยาดูมีสีสันและมีความคึกคักเป็นอย่างมากและทำให้เม็ดเงินการท่องเที่ยวท้องถิ่นสะพัดมากยิ่งขึ้น
พบว่าบรรดาผู้ประกอบการ สถานบันเทิงและห้างร้านต่างๆ ในพื้นที่ต่างตกแต่งและประดับประดาสถานที่ให้เข้ากับเทศกาล บ้างก็ให้พนักงานประจำร้านแต่งกาย แต่งหน้าเป็นผีและปีศาจ ออกมาเชิญชวนเพื่อให้บริการลูกค้า ในขณะที่บรรดาช่างแต่งหน้าที่มีฝีมือในการแต่งหน้าผีนั้น มีการเปิดร้านรับแต่งหน้าผีให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ สร้างรายได้ในค่ำคืนฮาโลวีน ได้เป็นอย่างมากเลยทีเดียว โดยการแต่งหน้าผีนั้นมีราคาเบา ๆ ตั้งแต่ 100 บาท ไปจนถึง 2,000 บาท อยู่ที่ความสยดสยองของรูปแบบในการแต่งหน้า
เมืองพัทยาคึกคัก นักท่องเที่ยวหลังไหล ร่วมเทศการฮาโลวีน วอล์คกิ้งสตรีท ทำให้เมืองพัทยาดูมีสีสันและมีความคึกคักเป็นอย่างมากในปีนี้
เสียง/บรรยาย
ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ย่านวอล์กกิ้งสตรีท พัทยาใต้ พบว่า บรรยากาศเป็นไปอย่างสนุกสนาน นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติพากันมาร่วมสนุกเฉลิมฉลองเทศกาลปล่อยผีจนแน่นขนัด ทำให้เมืองพัทยาดูมีสีสันและมีความคึกคักเป็นอย่างมากและทำให้เม็ดเงินการท่องเที่ยวท้องถิ่นสะพัดมากยิ่งขึ้น
พบว่าบรรดาผู้ประกอบการ สถานบันเทิงและห้างร้านต่างๆ ในพื้นที่ต่างตกแต่งและประดับประดาสถานที่ให้เข้ากับเทศกาล บ้างก็ให้พนักงานประจำร้านแต่งกาย แต่งหน้าเป็นผีและปีศาจ ออกมาเชิญชวนเพื่อให้บริการลูกค้า ในขณะที่บรรดาช่างแต่งหน้าที่มีฝีมือในการแต่งหน้าผีนั้น มีการเปิดร้านรับแต่งหน้าผีให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ สร้างรายได้ในค่ำคืนฮาโลวีน ได้เป็นอย่างมากเลยทีเดียว โดยการแต่งหน้าผีนั้นมีราคาเบา ๆ ตั้งแต่ 100 บาท ไปจนถึง 2,000 บาท อยู่ที่ความสยดสยองของรูปแบบในการแต่งหน้า
สองวัยรุ่น ใช้อาวุธปืนจี้ชิงทรัพย์ปั้มน้ำมัน
สองวัยรุ่น ใช้อาวุธปืนจี้ชิงทรัพย์ปั้มน้ำมัน
ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองพัทยา แถลงข่าวรวบสองวัยรุ่น ใช้อาวุธปืนจี้ชิงทรัพย์ปั้มน้ำมัน
เสียง/บรรยาย
ที่ห้องประชุม ศปก.สภ.เมืองพัทยา พ.ต.อ.สุวรรณ์ เชี่ยวนาวินธวัช ผกก.สภ.เมืองพัทยา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ได้ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุมตัวนายพลไพศาลหรือกอล์ฟ ทัพพ์พฤทษ์ศรณ์ อายุ 24 ปี และนายรณชัยหรือโก้ เสงี่ยมวงษ์ อายุ23 ปี สองผู้ต้องหาก่อเหตุใช้อาวุธปืนจี้ชิงทรัพย์ปั้มน้ำมันคาร์เท็กซ์ ข้างห้างโลตัล พัทยาใต้ พร้อมด้วยของกลางอาวุธปืนสั้น ขนาด 7.65 มม. จำนวน 1 กระบอก เครื่องกระสุนขนาด 7.65 มม. จำนวน 25 นัด และรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า ฟีโน่ ทะเบียน ขงง 210 ฉะเชิงเทรา ที่ใช้ในการก่อเหตุจำนวน 1 คัน ซึ่งการจับกุมในครั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อเวลา 05.40 น. ของวันที่ 30 ต.ค.ที่ผ่านมา คนร้ายทั้งสองคนได้ขับรถเข้ามาเติมน้ำมัน จากนั้นหนึ่งในคนร้ายได้เดินไปที่เคาน์เตอร์ก่อนที่จะชักอาวุธปืนขึ้นมาจี้พนักงานปั้ม พร้อมกับหยิบเงินในลิ้นชักเก็บเงิน หลังจากก่อเหตุคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนข่มขู่พนักงานไม่ให้ติดตาม ก่อนที่จะขับรถจยย. หลบหนี หลังเกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ลงพื้นที่หาข่าว และตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด จนทราบว่าผู้ต้องหาทั้งสองคนเป็นผู้ก่อเหตุ จึงได้นำกำลังเข้าจับกุมตัวได้พร้อมของกลาง ซึ่งในการแถลงข่าวในวันนี้ทางเจ้าของปั้มน้ำมันที่ถูกก่อเหตุ ได้นำกระเช้าดอกไม้มามอบให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่สามารถจับกุมตัวคนร้ายได้อย่างรวดเร็ว
ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองพัทยา แถลงข่าวรวบสองวัยรุ่น ใช้อาวุธปืนจี้ชิงทรัพย์ปั้มน้ำมัน
เสียง/บรรยาย
ที่ห้องประชุม ศปก.สภ.เมืองพัทยา พ.ต.อ.สุวรรณ์ เชี่ยวนาวินธวัช ผกก.สภ.เมืองพัทยา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ได้ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุมตัวนายพลไพศาลหรือกอล์ฟ ทัพพ์พฤทษ์ศรณ์ อายุ 24 ปี และนายรณชัยหรือโก้ เสงี่ยมวงษ์ อายุ23 ปี สองผู้ต้องหาก่อเหตุใช้อาวุธปืนจี้ชิงทรัพย์ปั้มน้ำมันคาร์เท็กซ์ ข้างห้างโลตัล พัทยาใต้ พร้อมด้วยของกลางอาวุธปืนสั้น ขนาด 7.65 มม. จำนวน 1 กระบอก เครื่องกระสุนขนาด 7.65 มม. จำนวน 25 นัด และรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า ฟีโน่ ทะเบียน ขงง 210 ฉะเชิงเทรา ที่ใช้ในการก่อเหตุจำนวน 1 คัน ซึ่งการจับกุมในครั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อเวลา 05.40 น. ของวันที่ 30 ต.ค.ที่ผ่านมา คนร้ายทั้งสองคนได้ขับรถเข้ามาเติมน้ำมัน จากนั้นหนึ่งในคนร้ายได้เดินไปที่เคาน์เตอร์ก่อนที่จะชักอาวุธปืนขึ้นมาจี้พนักงานปั้ม พร้อมกับหยิบเงินในลิ้นชักเก็บเงิน หลังจากก่อเหตุคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนข่มขู่พนักงานไม่ให้ติดตาม ก่อนที่จะขับรถจยย. หลบหนี หลังเกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ลงพื้นที่หาข่าว และตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด จนทราบว่าผู้ต้องหาทั้งสองคนเป็นผู้ก่อเหตุ จึงได้นำกำลังเข้าจับกุมตัวได้พร้อมของกลาง ซึ่งในการแถลงข่าวในวันนี้ทางเจ้าของปั้มน้ำมันที่ถูกก่อเหตุ ได้นำกระเช้าดอกไม้มามอบให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่สามารถจับกุมตัวคนร้ายได้อย่างรวดเร็ว
พดส.ภ.2 จับหนุ่มใหญ่ ออสเตรเลีย ลวงละเมิดทางเพศเด็ก
ที่ห้องปฏิบัติการณ์ พดส.ภ.2 ส่วนหน้า พ.ต.ท.ประทีป ทองดี พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่พดส.ภ.2 ส่วนหน้า ได้ร่วมกันจับกุมตัว นายเบน อะเกม โอฟา ชาวออสเตรเลีย อายุ 50 ปี ผู้ต้องหาล่วงละเมิดทางเพศเด็ก หลังจากทางเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสืบทราบว่านายเบน อะเกม โอฟา มีพฤติกรรมในการชอบล่วงละเมิดทางเพศในเด็ก โดยเฉพาะเด็กเร่ร่อน ภายในเขตเมืองพัทยาและบริเวณใกล้เคียง ซึ่งหลังจากมีเพศสัมพันธ์กับเหยื่อแล้วก็จะนำเงินให้เหยื่อทุกครั้ง เพื่อปกปิดความผิดของตนเอง ซึ่งล่าสุดได้มีเด็กหญิงอายุ 11 ปี ที่ถูกผู้ต้องหาล่วงละเมิดทางเพศ ได้ร้องขอความช่วยเหลือกับเพื่อนบ้านใกล้เคียง และเพื่อนบ้านได้แจ้งเข้ามายังศูนย์ พดส.ภ. 2 ส่วนหน้า ทางเจ้าหน้าที่ พดส.ภ. 2 ส่วนหน้า จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขอหมายจับจากศาลจังหวัดพัทยา เข้าทำการจับกุมตัวได้ขณะกำลังจะออกจากห้องพัก ภายในซอยเนินพลับหวาน ก่อนที่จะนำตัวมาทำการสอบสวน และลงบันทึกจับกุม จากนั้นจึงนำตัวส่ง พนักงานสอบสวน สภ.หนองปรือ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
รถ 6 ล้อบรรทุกปูนยางแตก
รถ 6 ล้อบรรทุกปูนยางแตก
ระทึก! ต่างด้าวซิ่ง 6 ล้อบรรทุกปูน ยางระเบิด หล่นเกลื่อนถนน โยกหลบอลหม่าน
เสียง/บรรยาย
ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งเกิดเหตุรถ6 ล้อ บรรทุกปูนซีเมนต์ ยางระเบิด บนถนนสุขุมวิท เส้นทางสัตหีบ – กิโลเมตรที่ 10 หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุริมถนนพบรถบรรทุก 6 ล้อ อีซูซุ สีฟ้า เป็นรถบรรทุกสิ่งของ บริษัท วาวพานิช ด้านท้ายบรรทุกปูนซีเมนต์มาเต็มคัน จอดเอียงในสภาพตะแคงขวา เนื่องจากยางหลังขวาที่มีสภาพดอกยางโล้น ระเบิดแตกทั้ง 2 เส้น และที่กลางถนนพบถุงปูนตกลงมาแตก 3 ลูก ส่งผลให้รถที่วิ่งผ่านไปมาเบรก โยกหลบหลีกกันอย่างอลหม่าน ประกอบกับมีฝุ่นจากผงปูนฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ ส่งผลให้รถจักรยานยนต์ที่สัญจรผ่านไปมา ไม่มีที่ปิดกั้นใบหน้า ต้องถูกละอองจากผงปูน เข้าตาไปแล้วหลายราย เบื้องต้น คนงานที่มากับรถได้ช่วยกันเคลื่อนย้ายถุงปูนเข้ามาอยู่ริมถนน เพราะเกรงเกิดอุบัติเหตุตามมา
อย่างไรก็ตาม ฝากไปยังเจ้าหน้าที่ช่วยสอดส่องดูแล รถบรรทุกที่ขนส่งต่าง ๆ ให้มีมาตรการเข้มงวดด้านความปลอดภัย ความเป็นระเบียบเรียบร้อยและตรวจสภาพรถให้มีความพร้อม เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมาและที่สำคัญคือคนขับต้องได้รับอนุญาตมีใบขับขี่ที่ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่เป็นแรงงานต่างด้าวที่ผิดกฎหมายเพราะหากเกิดอุบัติเหตุขึ้น ที่นำมาซึ่งความสูญเสียคนพวกนี้มักจะหลบหนีอาญา และไม่สามารถติดตามตัวมาลงโทษทางกฎหมายได้
ระทึก! ต่างด้าวซิ่ง 6 ล้อบรรทุกปูน ยางระเบิด หล่นเกลื่อนถนน โยกหลบอลหม่าน
เสียง/บรรยาย
ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งเกิดเหตุรถ6 ล้อ บรรทุกปูนซีเมนต์ ยางระเบิด บนถนนสุขุมวิท เส้นทางสัตหีบ – กิโลเมตรที่ 10 หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุริมถนนพบรถบรรทุก 6 ล้อ อีซูซุ สีฟ้า เป็นรถบรรทุกสิ่งของ บริษัท วาวพานิช ด้านท้ายบรรทุกปูนซีเมนต์มาเต็มคัน จอดเอียงในสภาพตะแคงขวา เนื่องจากยางหลังขวาที่มีสภาพดอกยางโล้น ระเบิดแตกทั้ง 2 เส้น และที่กลางถนนพบถุงปูนตกลงมาแตก 3 ลูก ส่งผลให้รถที่วิ่งผ่านไปมาเบรก โยกหลบหลีกกันอย่างอลหม่าน ประกอบกับมีฝุ่นจากผงปูนฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ ส่งผลให้รถจักรยานยนต์ที่สัญจรผ่านไปมา ไม่มีที่ปิดกั้นใบหน้า ต้องถูกละอองจากผงปูน เข้าตาไปแล้วหลายราย เบื้องต้น คนงานที่มากับรถได้ช่วยกันเคลื่อนย้ายถุงปูนเข้ามาอยู่ริมถนน เพราะเกรงเกิดอุบัติเหตุตามมา
อย่างไรก็ตาม ฝากไปยังเจ้าหน้าที่ช่วยสอดส่องดูแล รถบรรทุกที่ขนส่งต่าง ๆ ให้มีมาตรการเข้มงวดด้านความปลอดภัย ความเป็นระเบียบเรียบร้อยและตรวจสภาพรถให้มีความพร้อม เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมาและที่สำคัญคือคนขับต้องได้รับอนุญาตมีใบขับขี่ที่ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่เป็นแรงงานต่างด้าวที่ผิดกฎหมายเพราะหากเกิดอุบัติเหตุขึ้น ที่นำมาซึ่งความสูญเสียคนพวกนี้มักจะหลบหนีอาญา และไม่สามารถติดตามตัวมาลงโทษทางกฎหมายได้
ไฟไหม้โกดังเก็บของ
ไฟไหม้โกดังเก็บของ
ไฟไหม้โกดังเก็บของ ภายในโครงการสร้างโรงแรมหรู-รีสอร์ทหรู เมืองพัทยา คนงานแตกตื่นรีบแจ้ง จนท.ดับเพลิงช่วยกันดับ ยังไม่สรุปมูลค่าความเสียหายและสาเหตุที่เกิดไฟไหม้ได้แน่ชัด
เสียง/บรรยาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 04.50 น. วันที่ 1 พ.ย. 56 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา พร้อมเจ้าหน้าที่ดับเพลิงหน่วยป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยเมืองพัทยา ร่วมกันนำกำลังไปตรวจสอบเหตุเพลิงไหม้ ภายในโกดังเก็บไม้และอุปกรณ์เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ของโครงการก่อสร้างโรงแรมหรูแห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ในเครือบริษัทลากูน่า ตั้งอยู่กลางซอยเทพประสิทธิ์ 7 พบว่าไฟกำลังลุกไหม้กองไม้ที่กองรวม เตรียมไว้สำหรับประดับและตกแต่งโรงแรมและรีสอร์ทที่อยู่ระหว่างกำลังก่อสร้าง ซึ่งมีพนักงานของบริษัทฯได้ช่วยกันนำรถน้ำมาฉีดดับไฟร่วมกัน ใช้เวลาประมาณ 10นาทีก็สามารถดับไฟไว้ได้ โดยไม้ที่กองอยู่นั้นเสียหายไปบางส่วน จากการสอบสวนในเบื้องต้นทางพนักงานของบริษัทแจ้งว่าโกดังเก็บของที่เกิดเหตุนั้นไม่มีคนเฝ้าและปิดประตูอย่างแน่นหนาเนื่องจากทรัพย์สินส่วนใหญ่ที่เก็บไว้ในโกดังนั้นเป็นพวกเฟอร์นิเจอร์ ไม้ประดับต่างๆ ที่เตรียมไว้ประดับตกแต่งโรงแรมที่กำลังอยู่ระหว่างก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จ ตอนเกิดเหตุนั้นเป็นช่วงที่คนงานที่พักอยู่ด้านนอกกำลังนอนหลับจู่ ๆคนงานก็ได้กลิ่นควันไฟไหม้จึงออกมาดูก็พบว่าไฟไหม้โกดัง จึงรีบช่วยกันนำรถน้ำมาฉีดดับพร้อมกับแจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาช่วยเหลือดังกล่าว ส่วนสาเหตุนั้นยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเกิดจากอะไรและมูลค่าความเสียหายก็ยังไม่ทราบได้อย่างแน่ชัด ต้องให้ผู้บริหารของบริษัทฯและเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องร่วมกันเข้าตรวจจุดเกิดเหตุในช่วงเช้าเพื่อหาสาเหตุและความเสียหายอย่างละเอียดอีกครั้ง
ไฟไหม้โกดังเก็บของ ภายในโครงการสร้างโรงแรมหรู-รีสอร์ทหรู เมืองพัทยา คนงานแตกตื่นรีบแจ้ง จนท.ดับเพลิงช่วยกันดับ ยังไม่สรุปมูลค่าความเสียหายและสาเหตุที่เกิดไฟไหม้ได้แน่ชัด
เสียง/บรรยาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 04.50 น. วันที่ 1 พ.ย. 56 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา พร้อมเจ้าหน้าที่ดับเพลิงหน่วยป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยเมืองพัทยา ร่วมกันนำกำลังไปตรวจสอบเหตุเพลิงไหม้ ภายในโกดังเก็บไม้และอุปกรณ์เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ของโครงการก่อสร้างโรงแรมหรูแห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ในเครือบริษัทลากูน่า ตั้งอยู่กลางซอยเทพประสิทธิ์ 7 พบว่าไฟกำลังลุกไหม้กองไม้ที่กองรวม เตรียมไว้สำหรับประดับและตกแต่งโรงแรมและรีสอร์ทที่อยู่ระหว่างกำลังก่อสร้าง ซึ่งมีพนักงานของบริษัทฯได้ช่วยกันนำรถน้ำมาฉีดดับไฟร่วมกัน ใช้เวลาประมาณ 10นาทีก็สามารถดับไฟไว้ได้ โดยไม้ที่กองอยู่นั้นเสียหายไปบางส่วน จากการสอบสวนในเบื้องต้นทางพนักงานของบริษัทแจ้งว่าโกดังเก็บของที่เกิดเหตุนั้นไม่มีคนเฝ้าและปิดประตูอย่างแน่นหนาเนื่องจากทรัพย์สินส่วนใหญ่ที่เก็บไว้ในโกดังนั้นเป็นพวกเฟอร์นิเจอร์ ไม้ประดับต่างๆ ที่เตรียมไว้ประดับตกแต่งโรงแรมที่กำลังอยู่ระหว่างก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จ ตอนเกิดเหตุนั้นเป็นช่วงที่คนงานที่พักอยู่ด้านนอกกำลังนอนหลับจู่ ๆคนงานก็ได้กลิ่นควันไฟไหม้จึงออกมาดูก็พบว่าไฟไหม้โกดัง จึงรีบช่วยกันนำรถน้ำมาฉีดดับพร้อมกับแจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาช่วยเหลือดังกล่าว ส่วนสาเหตุนั้นยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเกิดจากอะไรและมูลค่าความเสียหายก็ยังไม่ทราบได้อย่างแน่ชัด ต้องให้ผู้บริหารของบริษัทฯและเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องร่วมกันเข้าตรวจจุดเกิดเหตุในช่วงเช้าเพื่อหาสาเหตุและความเสียหายอย่างละเอียดอีกครั้ง
Subscribe to:
Posts (Atom)